
ความคืบหน้าคดีที่ น.ส.พร้อมพิศ มียงค์ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ในสภาพสะบักสะบอม ตามลำตัวและใบหน้า ศรีษะ มีร่องรอยจากการถูกทำร้ายร่างกาย เพื่อดำเนินคดีกับนายโสภณ โหนแหยม สามีซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย หลังไปเห็นแชทที่ น.ส.พร้อมพิศ ได้ติดต่อกับนายเอ๋ อดีตแฟนเก่าที่เคยคบหากันมาตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก จนเกิดการโต้เถียงและทำร้ายร่างกายด้วยด้ามปืน ก่อนที่นายโสภณจะขู่ฆ่าและกวาดทรัพย์มีค่าหลายรายการหลบหนีไป โดยเหตุการณ์เกิดเมื่อช่วงเวลาประมาณตี 1 เศษของวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง นำหมายศาลจังหวัดนนทบุรี ลงวันที่ 20 พ.ค. 2569 หมายเลข ที่ จ 714/2569ในข้อหามีอาวุธไปไว้ในข้อความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธไปในเมืองและหมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนทำร้ายร่างกายผู้อื่น ทำให้ได้รับอันตราย ต่อร่างกายและจิตใจ ได้ทำการจับกุมตัว นายโสถม โหนแหยม หรือ ป็อก อายุ 45 ปี เป็นอาสาสมัครกู้ภัยชื่อดัง หลังอาวุธปืนทุบศีรษะ นางสาวพร้อมพิศ มียงค์ หรือ ปู อายุ 44 ปี พนักงานโรงพยาบาลชื่อดัง ภรรยา และยังใช้เลื่อยตัดกิ่งไม้หวดใส่พร้อมกับใช้กำลังชกต่อย จนได้รับบาดเจ็บ หลังถูกทำร้ายร่างกายแล้วยังถูกขู่ฆ่ารวมทั้งบุคคลรอบข้างตัว โดยเหตุเกิดที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 00.50 น. ของวันที่ 19 พ.ค.69 ทั้งนี้มีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน
วันที่ 24 พ.ค.69 เมื่อเวลา 09.00 น. นายโสภณ โหนแหยม หรือ ป็อก อายุ 45 ปี เป็นอาสาสมัครกู้ภัยชื่อดัง พร้อมอาวุธปืน บีบีกัน แบบแม็คกาซีน 1 กระบอก ที่ใช้ทำร้าย ได้เข้ามอบตัวต่อ พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทองผกก.สภ.บางบัวทอง และ พ.ต.ท.ศิโรดม ศรีปัญญา สว.สส.สภ.บางบัวทอง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง แล้ว โดยมี น.ส.พร้อมพิศ มียงค์ หรือ ปู อายุ 44 ปี พนักงานโรงพยาบาลชื่อดัง ภรรยา พร้อมด้วย น.ส.ขนิษฐา มียงค์ อายุ 41 ปี น้องสาวผู้เสียหาย นาย สายชล นิตย์ขำ ผช.สส.นนทบุรี เขต 7 เดินทางมาที่ ห้องสืบสวนด้วย เดินทางเข้ามอบตัวต่อพ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทองทาผกก.สภ.บางบัวทอง
น.ส.พร้อมพิศ มียงค์ หรือ ปู กล่าวว่า ทางด้าน นายโสถม โหนแหยม หรือ ป็อก ได้ติดต่อเข้ามาว่าจะนำของมาคืนให้ให้ และจะมามอบตัวที่ สภ.บางบัวทอง บอกว่าได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วว่าจะจะเข้ามาคุยกับเราด้วย และจะขอโอกาสกลับมาเหมือนเดิม ถ้ายังไงแล้วก็ต้องเลิกกันแล้วก็หย่ากันก่อน ต่างคนต่างอยู่กันไปก่อน หรือเรื่องที่จะมาคบกันต่อค่อยว่ากัน มันเป็นเรื่องของอนาคต มันอยู่ที่ตัวของเขาส่วนเรื่อง จะมาอยู่ด้วยกันนั้นเรายังมีความกลัวอยู่และบอกว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองนั้น ความจริงน่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้นานแล้ว เราจึงบอกเขาไปว่าให้เข้ามามอบตัวเถอะแล้วมาคุยกันตามข้อตกลงกัน ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง จากร้ายมันน่าจะกลายเป็นดีและไม่ต้องไปหลบหนี ให้มันลำบากมามอบตัวทุกอย่างมันอาจจะดีขึ้น ถ้าจะออกไปคบกันเองก็คงจะไม่เรื่องอย่างงี้มันใช้เวลา เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่อนาคตถ้าคุณปรับตัวเองได้ดี อาจจะใจอ่อนกลับมา คบกันใหม่ก็ได้ เพราะตอนนี้ร่างกายความรู้สึกมันบอบช้ำมากๆ
น.ส.พร้อมพิศ มียงค์ กล่าวต่อว่าเขาก็บอกว่าขอโทษกับป้าขอโทษกับน้อง ขอโทษกับหลานที่ทำไปแบบนี้ แล้วก็ขอโทษเราเราก็มีความรู้สึก หยุดนิ่งไปแล้วกับเรื่องการ การสงสารหรือไม่สงสารเพราะความรู้สึกดีดีของเรามันเสียไปหมดแล้ว ส่วนเรื่องที่เค้าหลบหนีไปไหนนะตัวเองไม่ทราบเค้าบอกว่าเค้าไปกับเพื่อนส่วนลดอ่ะเขาไปจอดไว้ ส่วนเพื่อนของเขาที่เขาไปปรึกษาก็บอกให้มอบตัวเพราะหนีไปก็หนีไม่รอดอยู่แล้ว ก็เลยนัดกันมาเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจะตกลง ในส่วนที่ตกลงกันได้ตนเองก็อยากจะสอนแจ้งความ ก็คุยกันอยู่อยากให้เขากลับมามีอนาคต คือต่อไปข้างหน้าเค้าอาจจะมีอนาคตมีงานทำ ถ้าจบก็ขอให้จบด้วยดี อยากให้มีความทรงจำ ซึ่งกันและกันให้ดี ไม่อยากให้เขาเสียความรู้สึก ตอนนี้เข้าใจเลยว่าเค้ากลัวแล้วเขาหล่นไปหมดทุกอย่าง ก็อยากให้เขาเดินหน้าต่อเราเองก็ทำงานเค้าเองก็ทำงาน อยากให้เขามีอนาคตอยากให้เขามีความรับผิดชอบ ในตัวเองมันเป็นอย่างไรบ้าง
หลังจากการที่ได้พูดคุย เขายอมที่จะหย่าให้ ต่างคนต่างไปใช้ชีวิตของแต่ละคน ตนเองก็จะไม่เอาเรื่องอะไร
ทางด้าน นายโสภณ โหนแหยม หรือ ป็อก อายุ 45 ปี เป็นอาสาสมัครกู้ภัยชื่อดัง ไม่ขอพูดอะไรในเวลานี้ เพียงแต่บอกว่าขอโทษทุกคน ก่อนจะเดินตามเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวเดินทางไปเอารถตู้ Ambulance โตโยต้าหมายเลขทะเบียน 1 นง 7532 กทม. ที่ ซอยเพชรเกษม 64 โดยนายโสภณ หรือ ป๊อก ออกอาการหงุดหงิดระหว่างที่ถูกผู้สื่อข่าวถ่ายภาพและสอบถาม ซึ่งนายโสภณตอบแบบนี้น้ำเสียงว่า จะถ่ายอะไรหนักหนา ไค้สาระ เป็นเรื่องในครอบครัว ก่อนจะถูกนำตัวขึ้นรถไป
Advertisement