
จากกรณี คนร้ายสวมเสื้อลายสก๊อตแขนยาวสีดำขาว สวมกางเกงขายาวสีดำ สวมหมวกกันน็อคสีดำเต็มใบปิดหน้าปิดตา ถือปืนบุกเดี่ยวเข้าจี้ชิงทองร้านทองในห้างดัง จ.นครปฐม ก่อนที่ร้านทองจะปิดในเวลา 20.00 น. วันที่ 11 มี.ค. 69 คว้าถาดแขวนทองรูปพรรณที่มีน้ำหนักเส้นละ 2 บาท จำนวน 23 เส้น รวม 46 บาท มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ก่อนหลบหนีไปอย่างลอยนวล ตามข่าวที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
ล่าสุดเมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 14 มี.ค. 69 พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 ,พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.จง.นครปฐม พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 7, ชุดสืบสวนจังหวัดนครปฐม, ชุดสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม ได้รายงานให้ ผบช.ภ.7 หลังงานบวงสรวงพระร่วงโรจน์ฤทธิ์ ที่องค์พระปฐมเจดีย์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งภาค 7 ลงพื้นที่ปิดล้อม บ้านชั้นเดียวในพื้นที่ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม
สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุชิงทองโดยใช้อาวุธปืนจี้บังคับพนักงานร้านทอง ในชื่อดัง จ.นครปฐม ชิงสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 2 บาท จำนวน 23 เส้น มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท ก่อนใช้อาวุธปืนยิงเปิดทางหลบหนี ไปขึ้นรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดตรงประตูทางออกด้านหลังขี่หลบหนีไปด้วยความชำนาญ เมื่อคืนวันที่11 มี.ค. 69 หลังจากก่อเหตุ
จากนั้นในวันที่ 12 มี.ค. 69 พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผบ.ตร. ลงมากำชับให้เร่งรัดสืบสวนจับกุมคนร้ายรายนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่พี่น้องประชาชน และผู้ประกอยการในด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งเป็นแบบแผนในการประมวลพฤติกรรมคนร้ายเพื่อหาแนวทางในการป้องกันปิดจุดอ่อนนั้น
วันที่ 14 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าชุดทำงานสืบสวนติดตามคนร้ายประกอบด้วยสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม สืบสวนจังหวัดนครปฐม สืบสวน กก.1 สส.ภ.7 ไล่กล้องวงจรปิด และติดตามที่มาของสิ่งเทียมปืน ยี่ห้อ ”ZORAKI“ MOD 914 -TD AUTO ปืนแบลงค์กัน (Blank Gun) ประเทศตุรกี ใช้กระสุนขนาด 9มม.(P.A.K.) และชุดติดตามสร้อยคอทองคำที่มีสัญลักษณ์ของร้านที่ตะขอว่ามีใครนำมาขายหรือไม่ ทั้งในพื้นที่จังหวัดนครปฐม, จ.สมุทรสาคร ,จ.สมุทรสงคราม จ.ราชบุรี ,จ.เพชรบุรี
ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดได้เลขทะเบียนรถจักรยานยนต์คันที่คนร้ายขับผ่านกล้องหน้าศาลจังหวัดนครปฐม แล้วชุดสืบสวนได้เข้าตรวจสอบรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวที่ใช้ในการขี่มาก่อเหตุ ซึ่งเป็นชื่อของผู้หญิง จากการตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นภรรยาของผู้ก่อเหตุ จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจจึงขอหมายศาลจังหวัดนครปฐมอนุมัติหมายจับเบื้องต้นทราบชื่อ
นายสมชาย หรือ เพชร อายุ 56 ปี ในข้อหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งนั้นเข้าไป โดยแปลงตัวหรือปลอมตัว เป็นผู้อื่น มอบหน้าที่หรือทำด้วยประการอื่น เพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพา ทรัพย์นั้นไป หรือให้เพื่อพ้นการจับกุม
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 7พร้อมด้วยกับชุดพิสูจน์หลักฐาน7 ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเลขที่ดังกล่าวทำการตรวจค้นหาทรัพย์ที่ผู้ก่อเหตุได้ชิงไป จากการตรวจสอบพบว่าผู้ก่อเหตุนำสร้อยคอทองคำทั้งหมดใส่ในแกลลอนน้ำมันเครื่องซ่อนไว้ภายในบ้าน และในตู้เสื้อผ้า
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการยึดไว้เพื่อเป็นหลักฐาน จากการสอบถามเบื้องต้นทางผู้ต้องหา สารภาพว่าที่ทำไปเพราะติดการพนัน หลังจากก่อเหตุเสร็จจะรอให้เรื่องเงียบแล้วจะเอาทองไปขาย และบอกอีกว่าถ้าในวันนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินสวนมาแล้วตนถูกยิงก็ยอมตาย แต่ถ้าหนีได้ก็จะรอด และจะปลดหนี้อย่างสบายใจ
ผู้ต้องหาได้สารภาพอีกว่า ก่อนหน้านี้ได้มาดูลาดเลา ที่ห้างทองเห็นว่าน่าจะง่ายต่อการชิงทรัพย์ เพราะไม่มีที่กั้น มันง่ายกับการก่อเหตุ หลังจากนั้นในวันเดียวกันกับการก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านทางด้านศาลากลางนครปฐม ส่วนเสื้อเชิ้ตแขนสั้นกางเกงขาสั้นหมวกกันน็อกสีน้ำเงินรถคันเดิม แต่ติดป้ายทะเบียน เพื่อมาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ดงกล้วย และทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าสวมเสื้อเชิ้ตลายแขนยาวกางเกงวอร์มแถบน้ำเงินรองเท้าผ้าใบสีดำ หมวกกันน็อคที่เห็นสีดำนั้น เนื่องจากว่าตนได้ใช้เทปสีดำปิดทั้งหมวก และใส่กระเป๋าคาดเอว และทิ้งถุงไว้บริเวณตรงจุดดังกล่าว
หลังจากก่อเหตุเสร็จก็มุ่งหน้ากลับรถแล้วก็ขี่รถจักรยานยนต์วิ่งผ่านศาลากลางเส้นเดิมเหมือนที่ตอนมาก่อเหตุ
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานลายนิ้วมือ และภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อดำเนินคดีต่อไป
Advertisement