
กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าบนโลกโซเชียลทันที เมื่อ “นัส เมียโชค” หรือ “นัส จุฑารัตน์” ได้ออกมาโพสต์ประสบการณ์สุดงง หลังหอบเงินสดก้อนโตไปซื้อทองที่ร้านทองแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร แต่กลับถูกพนักงานโทรตามทวงเงินย้อนหลัง อ้างนับเงินพลาดทำยอดขาดไปเกือบ 3 หมื่นบาท ซ้ำร้ายเมื่อขอดูหลักฐานกลับเจอภาพวงจรปิดสุดเบลอ ล่าสุดบานปลายถึงขั้นร้านทองขู่ฟ้องดำเนินคดี ด้าน “นัส” ตอกกลับแซ่บ พร้อมสู้ในชั้นศาล
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ “นัส เมียโชค” ได้เดินทางไปยังร้านทองแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยพกเงินสดติดตัวไปทั้งหมด 800,000 บาท เพื่อตั้งใจจะซื้อทองคำน้ำหนัก 10 บาท ซึ่งทางร้านได้แจ้งราคาสุทธิอยู่ที่ 682,500 บาท
เจ้าตัวจึงตัดสินใจนับเงินสดจำนวน 700,000 บาท จ่ายให้พนักงาน เพื่อให้พนักงานนับยอดให้พอดีกับราคาทอง ส่วนที่เหลือให้ทอนกลับคืนมา โดยในขั้นตอนการซื้อขาย ตนระบุว่า มีพนักงานร้านทองถึง 2 คน ช่วยกันรุมนับเงินสดก้อนดังกล่าวอย่างละเอียด โดยใช้เวลานานร่วมครึ่งชั่วโมง จนกระทั่งตรวจสอบเสร็จสิ้น ทางร้านจึงได้ส่งมอบทองคำน้ำหนัก 10 บาท พร้อมเงินทอนกลับคืนมาให้ ตนจึงเดินออกจากร้านและเดินทางต่อไปยังภาคใต้ทันทีเนื่องจากมีคิวงาน
เรื่องราวดูเหมือนจะจบลงด้วยดี แต่หลังจากออกจากร้านทองมาได้ประมาณ 2 ชั่วโมง ระหว่างที่กำลังนั่งรถเดินทางลงใต้ พนักงานจากร้านทองดังกล่าวได้โทรศัพท์ติดต่อกลับมาหาเธออย่างเร่งด่วน พร้อมแจ้งว่า “หนูนับเงินผิด ยอดเงินขาดไป 30,000 บาท”
เมื่อมีการแชทตรวจสอบรายละเอียด ทางร้านได้อธิบายว่า ยอดเงินที่นัสส่งให้จริง ๆ มีแค่ 680,000 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาทอง 682,500 บาท อยู่จำนวน 2,500 บาท แต่พนักทอนเงินสดกลับคืนให้ “นัส” ไปอีก 27,000 บาท เมื่อนำยอดที่ขาดจากราคาทอง 2,500 บาท มารวมกับเงินที่ทอนเกินไป 27,000 บาท จึงทำให้ทางร้านอ้างว่ายอดรวมเสียหายไปทั้งสิ้น 29,500 บาท
ด้าน “นัส เมียโชค” เมื่อได้รับแจ้งก็เกิดความเคลือบแคลงใจ เนื่องจากตนเองมั่นใจว่านับเงินมาอย่างถูกต้อง และตั้งคำถามกลับว่า “ใครเคยซื้อทองเยอะๆ แบบนี้บ้างคะ เป็นคุณจะเตรียมเงินพร้อมซื้อแล้วมั้ย? ร้านทองอื่นๆ ล่ะ ถ้าเป็นคุณจะปล่อยทองออกให้ลูกค้ามั้ยถ้าเงินขาด?” ประกอบกับเธอเดินทางออกมาไกลมากแล้ว และวันรุ่งขึ้นมีงานสำคัญที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงไม่สามารถวนรถกลับไปยังร้านได้ทันที
เจ้าตัวจึงขอหลักฐานความโปร่งใสจากทางร้าน โดยขอดูกล้องวงจรปิดเพื่อความชัดเจน หากผิดพลาดที่ฝั่งตนยินดีจะจ่ายเงินเพิ่มให้โดยไม่มีปัญหา แต่ปรากฏว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ร้านส่งมาให้ดูนั้นมีลักษณะเบลอ มืด และไม่สามารถมองเห็นพฤติกรรมการนับเงินหรือจำนวนธนบัตรได้อย่างชัดเจน
ด้านฝั่ง “นัส” ได้งัดหลักฐานเด็ดเป็น ภาพถ่ายกองเงินสด 700,000 บาท ที่เธอถ่ายเก็บไว้ในมือก่อนจะส่งให้พนักงาน ซึ่งสามารถจำแนกยอดได้อย่างชัดเจน
แบงค์ 1,000 บาท มัดรวมกันจำนวน 6 มัด = 600,000 บาท
แบงค์ 1,000 บาท พับครึ่งอีกจำนวน = 70,000 บาท
แบงค์ 100 บาท มัดรวมกันจำนวน 3 มัด = 30,000 บาท
“นัส” ระบุว่าสิ่งที่ทำให้ตนรู้สึกไม่โอเคอย่างมาก คือประโยคหนึ่งในแชทที่พนักงานพิมพ์มาว่า “ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ตามไม่ยาก” ซึ่งตนรู้สึกว่าเป็นการพูดจาเชิงข่มขู่และชี้นำเหมือนว่าเจ้าตัวเป็นคนผิด
ต่อมา “นัส เมียโชค” นำเรื่องราวนี้มาโพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ทำให้ร้านทองดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากชาวเน็ต ทางร้านจึงทักแชทมาขอให้ลบโพสต์ดังกล่าวออกเนื่องจากส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของร้าน แต่ “นัส” ตอบกลับอย่างชัดเจนว่า “ไม่สะดวกลบ” และขอไปเจรจาตกลงกันที่โรงพักต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากเธอเสร็จสิ้นภารกิจที่ภาคใต้
ล่าสุด ทางร้านทองขู่ฟ้องร้องดำเนินคดีกับ “นัส เมียโชค” ทั้งในทางแพ่งและทางอาญาอย่างถึงที่สุด ในข้อหาพาดพิงทำให้ร้านได้รับความเสียหาย เสียชื่อเสียง
ขณะที่สาว “นัส” ก็ไม่มีแผ่ว ฟาดกลับผ่านสื่ออย่างสุดแซ่บถึงประเด็นการถูกขู่ฟ้องว่า เรื่องนี้ตนยินดีเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ความจริงตามกฎหมายทุกประการ พร้อมทิ้งท้ายประโยคเด็ดว่า “ฟ้องมาได้เลย จะได้เอฟชุดรอ”
Advertisement