
นับว่าเป็นมหากาพย์ดรามาที่ยาวนานมากว่าหลายปี ล่าสุด (4 กันยายน 2569) "หนุ่ม กรรชัย" เปิดใจให้สัมภาษณ์อัปเดตความคืบหน้าคดีที่ฟ้อง "ปู มัณฑนา หิมะทองคำ" ซึ่งศาลนัดสืบพยานในวันที่ 17 ก.ย.นี้ ยอมรับตื่นเต้นกับการขึ้นศาล แถมเจอกันครั้งแรกในชีวิต
"หนุ่ม กรรชัย" เผยว่า "ตนต้องไปขึ้นศาลวันที่ 17 เดี๋ยวไปครับ ก็คงจะไปเจอที่ศาลนั่นแหละครับ คือเป็นนัดสืบ เราเองก็คงต้องไปสืบในวันนั้นเหมือนกัน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่จะได้ไปเจอ เพราะว่าที่ผ่านมาส่วนใหญ่แล้ว ก็จะมอบอำนาจให้กับทางทนายตุ๋ย (พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์) ไป เพราะว่าในในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ก็จะเป็นทางพี่ตุ๋ยเป็นคนไปให้ และตนพร้อมที่จะเจออยู่ตลอดอยู่แล้วล่ะครับ มันก็ว่าไปตามกระบวนการนั่นแหละ อะไรผิดอะไรถูกก็ว่ากันไป
ตอนนี้ชั้นศาลประทับรับฟ้องไปแล้ว 5 คดี จาก 6 คดี ถ้ายังมีการพาดพิงอีก ก็ใช้กฎหมายเป็นตัวตัดสิน คืออย่างที่เคยบอกไป ว่าถ้าเกิดว่ามีบุคคลใดที่มาพาดพิง แล้วมันก็มีการล้ำเส้นเราไปเยอะอะไร มันก็อาจจะต้องใช้กฎหมายเป็นตัวตัดสิน เพราะที่ผ่านมาเอาจริงเราเองทำงานมาเยอะ อยู่กับโหนกระแสมา 9 ปี จะปีที่ 10 แล้ว มันไม่ใช่ว่าจะต้องมีคนรักเราทุกวันนะ เพราะในทุกวัน มันจะมีคนรัก 1 คน แล้วก็จะมีคนที่เกลียดเรา 1 คน เพราะมันมาคู่กันอยู่แล้ว วันนี้รักแล้วก็เกลียดเลย ไม่ใช่วันนี้รัก พรุ่งนี้เกลียดนะ วันนี้รักแล้ววันนี้เกลียดมาคู่กันเลย
เพราะฉะนั้นเจออะไรมาเยอะ แล้วก็ไม่เคยคิดจะฟ้องใคร คือไอ้ที่ฟ้องเนี่ย ถ้ามันไม่เกินไปจริงๆ ก็คือจะไม่ฟ้อง จะไม่ใช้กฎหมายอะไรเลย ผมว่ามันเป็นการปกป้องสิทธิ์ แต่ก็ต้องไปพิสูจน์กันว่าในสิ่งที่เขาบอกเขาไม่ได้เอ่ยชื่อเราเนี่ย สุดท้ายแล้วดุลยพินิจของศาลท่านเอง ท่านจะมองไหมว่าที่เขาพูดนั่นคือเรา เพื่อความเป็นธรรมของตัวเขาเองและตัวเราด้วย"
สำหรับบรรยากาศวันนั้น "ตอบไม่ได้เลย แต่ผมก็คงจะแบบสบายๆ ครับ ในมุมของผมเอง ผมก็คงจะก็ต้องยอมรับว่าตื่นเต้น เพราะว่าเวลาขึ้นศาลทีไร ก็จะตื่นเต้นทุกครั้ง เพราะว่าเอาตรงๆ เราก็ไม่ได้ขึ้นศาลบ่อยๆ แต่ทางฝั่งโน้นเขาขึ้นศาลบ่อยไง เขาก็อาจจะชินกับหน้าบัลลังก์ แต่ว่าผมไม่ค่อยได้ขึ้น ผมก็อาจจะไม่ชินไง ตื่นเต้นที่จะมาขึ้นศาล ไม่ได้ตื่นเต้นที่จะต้องเจออีกฝ่าย ตื่นเต้นเวลาขึ้นศาล อยู่หน้าบัลลังก์ตื่นเต้น เพราะไม่ค่อยได้ขึ้น"
ทั้งหากอีกฝ่ายสำนึกและขอโทษจะยังให้โอกาสไหม "คือ ต้องบอกแบบนี้ครับ ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้หมด เพียงแต่ว่า คงต้องดูด้วยว่า บริบท ณ ตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นอย่างก่อนหน้านี้ ศาลท่านเองก็มีเมตตาให้ไกล่เกลี่ย แต่ในตอนนั้นเราเองก็ได้มีการแถลงกับศาลเองกับตัว ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ไป แต่ศาลท่านก็เมตตา แล้วให้ทางทนายโทรมา แล้วก็ขอคุยกับเรา เราก็คุยกับท่าน ตัวท่านก็ถามว่า คิดว่าจะถอนไหม ในครั้งนั้นเราก็บอกท่านเลยว่าผมไม่ได้จะเป็นคนที่ใจร้ายหรืออะไรนะครับ แต่ผมขอดูตัวจำเลยก่อนว่าในช่วงระยะเวลานี้ ก่อนจะไปถึงชั้นสืบ จะมีเหตุในการพูดพาดพิงถึงตัวผมอีกหรือเปล่า
ตัวศาลท่านเองก็เห็นด้วย และพอคล้อยออกจากศาลก็มีอีกแล้ว อย่างนี้ผมก็ไม่รู้จะให้ทำยังไง คือทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่ได้อยู่ที่ตัวเรา มันอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่งมากกว่า เขาอาจจะบอกว่าไม่ได้พูดถึงผม แต่ผมคิดได้ว่าเป็นผมเหมือนกัน และวันนั้นก็เป็นการเจอกันครั้งแรกที่ผ่านมาผมไม่เคยเจอเขานะ เขาอยู่ช่อง 7 ผมอยู่ช่อง 3 แล้วผมไปเล่นช่อง 7 ผมก็ไม่เคยเจอเขา วันที่ 17 นี้ ไม่ใช่การเจอกันในรอบหลายปี แต่เป็นครั้งแรก เพราะไม่เคยเจอหน้ากัน"
Advertisement