Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ไขปมแรงงานเขมร ยันเข้าไทยถูกกม.คุมตามใบอนุญาต ผิดกฎหมายจับ-ผลักดันกลับ

ไขปมแรงงานเขมร ยันเข้าไทยถูกกม.คุมตามใบอนุญาต ผิดกฎหมายจับ-ผลักดันกลับ

5 ก.ย. 69
12:22 น.
แชร์

ไขปมแรงงานกัมพูชา ยันเข้าไทยถูกกฎหมายคุมตามใบอนุญาต ผิดกฎหมายจับ-ผลักดันกลับ ชี้ "ภัยแทรกซ้อน" พื้นที่ตอนในเป็นหน้าที่ฝ่ายปกครอง-ตำรวจ

(5 ก.ย. 2569) มีการเผยแพร่ข้อมูลชี้แจงเกี่ยวกับสถานการณ์คนกัมพูชาที่พำนักและทำงานอยู่ในประเทศไทย จากหน่วยงานความมั่นคง ท่ามกลางคำถามถึงมาตรการของภาครัฐ หลังมีการปิดด่านชายแดนทางบก โดยระบุว่า ปัจจุบันยังมีชาวกัมพูชาอยู่ในประเทศไทยทั้งกลุ่มที่เข้ามาโดยถูกต้องตามกฎหมายและกลุ่มที่เข้ามาโดยผิดกฎหมาย ซึ่งการดำเนินการของเจ้าหน้าที่จะแตกต่างกันไปตามสถานะทางกฎหมายของแต่ละบุคคล

กรณีชาวกัมพูชาที่เข้าประเทศและทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ระบุว่า บุคคลเหล่านี้มีใบอนุญาตจากกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน และสามารถต่อวีซ่าตามช่วงเวลาที่กำหนด จึงยังไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายเพื่อลงโทษหรือผลักดันออกนอกประเทศได้ หากยังไม่มีนโยบายของรัฐบาลในเรื่องดังกล่าว

ส่วนผู้ที่เข้าประเทศโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จะเข้าสู่กระบวนการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งการดำเนินคดีและผลักดันกลับประเทศตามขั้นตอน

สำหรับข้อสงสัยว่า เหตุใดหลังการปิดด่านชายแดนภายหลังการสู้รบ จึงยังมีชาวกัมพูชาอยู่ในประเทศไทยนั้น ข้อมูลชี้แจงระบุว่า ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เดินทางเข้าประเทศมาก่อนเกิดการสู้รบ และไม่ได้เดินทางกลับประเทศในช่วงดังกล่าว โดยสมัครใจพำนักและทำงานอยู่ในประเทศไทย ทั้งในกลุ่มที่ถูกต้องและไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

ขณะเดียวกัน การปิดด่านถาวรทางบกเป็นมาตรการที่มุ่งระงับการนำเข้าและส่งออกสินค้า รวมถึงยุทธภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการสู้รบ เพื่อลดทอนขีดความสามารถในการสู้รบของคู่ขัดแย้ง แต่ไม่ได้หมายถึงการระงับการเดินทางของบุคคลผ่านอากาศยานและสายการบินพาณิชย์ ทำให้ยังมีแรงงานกัมพูชาที่เดินทางเข้ามาประกอบอาชีพอย่างถูกกฎหมายตามการว่าจ้างของบริษัทที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย

ส่วนมาตรการควบคุมชาวกัมพูชาที่อยู่ในประเทศนั้น กรณีผู้ที่เข้ามาอย่างถูกกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะควบคุมการทำงานให้เป็นไปตามใบอนุญาตของกรมการจัดหางาน รวมถึงกำหนดพื้นที่ในการปฏิบัติงาน โดยหากต้องการเดินทางออกนอกพื้นที่นอกเหนือจากการปฏิบัติงาน จะต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่รัฐที่รับผิดชอบพื้นที่ เช่น ตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจ ฝ่ายปกครองท้องที่ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนายจ้างจะต้องรับทราบ

สำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทยโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งอาจเป็นแรงงานที่ลักลอบเข้ามาก่อนเกิดการสู้รบ หรือเป็นแรงงานที่ใบอนุญาตหมดอายุ รวมถึงกรณีที่มีผู้ประกอบการ ผู้มีอิทธิพล หรือเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตให้ความช่วยเหลือในการหลบซ่อน ข้อมูลระบุว่า ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสต่อเจ้าหน้าที่เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ จับกุม และดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ การดูแลพื้นที่ตอนในเป็นภารกิจของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบังคับใช้กฎหมายตามปกติ ทั้งตำรวจ ตรวจคนเข้าเมือง กรมการปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงผู้ประกอบการที่ได้รับสัมปทานในการบริหารจัดการพื้นที่ ซึ่งต้องดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่บทบาทของทหารในสถานการณ์การสู้รบ ข้อมูลชี้แจงว่า ภารกิจสำคัญลำดับแรกคือการป้องกันประเทศและรับมือภัยคุกคาม โดยกำลังทหารหลักจะถูกใช้ในการวางกำลังตามแนวชายแดน รวมถึงกำลังสำรองในพื้นที่สำคัญ เนื่องจากประเทศไทยมีแนวเขตแดนทางบกที่ติดต่อกับคู่ขัดแย้งเป็นระยะทางยาว การใช้กำลังทหารบริเวณพื้นที่การรบจึงมีความสำคัญต่อการป้องกันประเทศ

ส่วนการบริหารจัดการพื้นที่ตอนในและเขตชุมชน เพื่อรับมือกับสิ่งที่ถูกเรียกว่า "ภัยแทรกซ้อน" จะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายตามปกติ เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของพื้นที่ส่วนหลัง และสนับสนุนให้กำลังรบด้านหน้าสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับคำถามว่าทหารสามารถเข้าจัดการปัญหาในพื้นที่ตอนในได้หรือไม่นั้น ข้อมูลระบุว่า ในภาวะปกติที่ไม่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและไม่ได้อยู่ในพื้นที่การรบ อีกทั้งไม่ได้ประกาศใช้กฎอัยการศึก ทหารไม่สามารถเข้าไปเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ดังกล่าวได้โดยตรง

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์หรือปัญหาในพื้นที่ถูกประเมินว่าเป็น "ภัยความมั่นคง" ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศ กองทัพสามารถใช้กลไกของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเข้าสู่กระบวนการดำเนินการ เพื่อสร้างเสถียรภาพในพื้นที่ และเปิดทางให้กำลังรบหลักบริเวณแนวชายแดนสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง

ตอนท้ายของข้อความชี้แจงยังระบุถึงความรู้สึกของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณแนวชายแดน โดยขอให้ประชาชนเข้าใจภารกิจและความเสียสละของทหารที่อยู่แนวหน้า พร้อมยืนยันว่า ความสูญเสียของกำลังพลเป็นสิ่งที่ทหารทุกนายตระหนักและรู้สึกไม่ต่างจากประชาชนที่ติดตามข่าวสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์

พร้อมระบุว่า ทหารที่อยู่หน้าแนวการรบและแนวลวดหนามต้องใช้ความอดทนอย่างมากในการเผชิญภัยคุกคาม และขอให้ประชาชนที่อยู่ด้านหลังใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยและมั่นใจว่ากำลังพลยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องประเทศอย่างเต็มกำลัง

ข้อมูลดังกล่าวทิ้งท้ายว่า การรับมือ "ภัยแทรกซ้อน" ไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกส่วนราชการและประชาชนในการช่วยกันดูแลความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ

Advertisement

แชร์
ไขปมแรงงานเขมร ยันเข้าไทยถูกกม.คุมตามใบอนุญาต ผิดกฎหมายจับ-ผลักดันกลับ