
วันที่ 31 พ.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นของวันที่ 30 พ.ค.69 ที่ผ่านมา ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านค้าทองแห่งหนึ่งในอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จับภาพพฤติกรรมของ นายสุรศักดิ์ อายุ 26 ปี เป็นคนจังหวัดบุรีรัมย์ ที่เข้ามาในร้านทองแล้วทำทีขอเลือกซื้อสร้อยข้อมือทองคำ น้ำหนัก 1 บาท กับทางร้าน ก่อนจะออกอุบายขอหยิบทองมาลองใส่ข้อมือ
พร้อมทั้งหยิบโทรศัพท์มาทำทีถ่ายรูปดูความสวยงามความเหมาะสม ซึ่งจังหวะนั้นเอง ทางด้านเจ้าของร้านเริ่มระวังตัว และพยามบอกชายคนดังกล่าวให้เทียบวัดกับทางข้อมูลของเจ้าของร้านแทนเพื่อเลี่ยงส่งสร้อยทองให้กับมือของชายรายนี้ แต่ชายรายนี้ไม่ยอมและขอทดลองสวมใส่ข้อมือตัวเอง ซึ่งทางเจ้าของร้านทองได้ทำกันกดสวิตช์ล็อกประตูของทางร้าน โดยที่ชายคนดังกล่าวไม่รู้ตัวเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยของทางร้าน
หลังจากที่ทดลองใส่ข้อมืออยู่พอสมควร ปรากฏว่า นายสุรศักดิ์ ได้พยามชิงทองวิ่งออกจากทางร้าน แต่สุดท้ายออกไม่ได้เนื่องจากประตูร้านถูกล็อกไว้ เจ้าตัวถึงกับยอมจำนนและถอดสร้อยคืนกับทางร้าน ก่อนที่ทางร้านจะกดสัญญาณเตือนภัยไปยังสภ.บางพลี เพื่อส่งสายตรวจที่อยู่ใกล้มายังร้านทอง
ตำรวจสภ.บางพลี จึงนำกำลังทั้งสายตรวจและฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบและจับกุมผู้ต้องหารายนี้ พร้อมด้วยของกลางเป็นสร้อยข้อมือทองคำน้ำหนัก 1 บาท รวมมูลค่า 71,000 บาท
พ.ต.ท.ภาวัต รัตนาภรณ์ รอง ผกก.สส.สภ.บางพลี เปิดเผยว่า สำหรับผู้ต้องหารายนี้จากการสอบปากคำให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง โดยสาเหตุที่ตัดสินใจก่อเหตุนั้น อ้างว่า ก่อนหน้านี้ขับรถย้อนศรไปชนผู้เสียหายจนถูกศาลตัดสินและต้องหาเงินมาชดใช้ผู้เสียหายเป็นจำนวนเงิน 2 แสนบาท แต่ผู้ก่อเหตุไม่มีเงินอีกทั้งยังถูกแฟนสาวทิ้งไปหลังเกิดเรื่องเกิดราวนี้ จึงตัดสินใจก่อเหตุเพื่อหาเงินไปจ่ายผู้เสียหาย แต่สุดท้ายไปไม่รอดและถูกจับกุมตำรวจคดีตามกฎหมาย
Advertisement