
วันที่ 16 มิ.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Pattara Kajohnnapapong” โพสต์คลิปเหตุการณ์ขณะตนเองไปทำงานเป็นดีเจ ที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น แล้วถูกนักท่องเที่ยวชายรายหนึ่งเข้ามาทำร้ายร่างกาย ด้วยการตบเข้าที่ศีรษะหลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บ สาเหตุจากไม่พอใจที่ดีเจยังไม่ได้เปิดเพลง Happy Birthday หรือ HBD ตามที่ร้องขอให้กับเด็กเอ็น
ในโพสต์ดังกล่าว ผู้เสียหายระบุข้อความว่า เหตุเกิดคืนวันที่ 13 มิ.ย. 69 ขณะเดินทางไปเล่นดีเจให้กับร้านแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น โดยรอบการเล่นเริ่มเวลา 01.30 น. หลังจากเริ่มเล่นไปได้ประมาณ 5-10 นาที มีบุคคลที่ไม่รู้จัก และไม่เคยสนทนากันมาก่อน เดินเข้ามาในบูธดีเจ และกล่าวในทำนองข่มขู่ว่า “กูบอกให้มึงเปิด HBD มึงไม่เข้าใจเหรอ มึงรู้ไหมกูเป็นใคร” จากนั้นได้ตบเข้าที่ศีรษะของตนหลายครั้งติดต่อกัน
ผู้เสียหาย ยังระบุเพิ่มเติมว่า ระหว่างเกิดเหตุ คู่กรณีได้ถอดหมวกของตนออกแล้วโยนทิ้ง หรือตบจนหมวกหลุด ซึ่งตนไม่แน่ใจ เนื่องจากคู่กรณีเข้ามาทางด้านหลัง ขณะเดียวกันยืนยันว่าทางร้านไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือหละหลวมในการดูแลความปลอดภัย แต่เหตุเกิดขึ้นในช่วงชุลมุน ขณะที่ทีมงานและคนสนิทที่ตนเชิญมากำลังเดินเข้ามาหา พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดต้องใช้อำนาจที่ตัวเองมีมาข่มขู่และทำร้ายร่างกาย ทั้งที่ตนเพียงมาทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวเท่านั้น
ภายหลังเกิดเหตุ มีกลุ่มดีเจหลายรายออกมาโพสต์และแชร์เรื่องราวดังกล่าว พร้อมวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชายรายนี้ โดยระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่นักท่องเที่ยวมีพฤติกรรมกร่าง และอ้างอิทธิพลในพื้นที่ หลังขอเพลง HBD ให้เด็กเอ็นไม่ได้ดั่งใจ จึงเข้าไปทำร้ายดีเจขณะปฏิบัติหน้าที่
ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านสามารถบันทึกเหตุการณ์หลังเกิดเหตุไว้ได้ โดยพบว่าชายคู่กรณีถูกการ์ดของร้านเข้ามาควบคุมสถานการณ์ ก่อนที่ผู้ดูแลร้านจะเดินเข้ามายกมือไหว้ขอโทษชายคนดังกล่าว ซึ่งชายคู่กรณีได้มีการรับไหว้ จากนั้นผู้ดูแลร้านได้เข้าไปพูดคุยเพื่อพยายามทำความเข้าใจและคลี่คลายสถานการณ์ แต่ชายคนดังกล่าวยังคงมีท่าทีไม่พอใจ พร้อมพูดในลักษณะให้ไปเรียกเจ้าของร้านมา และกล่าวว่า “มึงรู้ไหมกูเป็นใคร” พร้อมขู่ก่อนที่ภายหลังจะมีคนรู้จักเข้ามาพาตัวชายคนดังกล่าวออกจากร้านไป
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า หลังเกิดเหตุ นายภัทระ (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร ผู้บาดเจ็บ ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีกับคู่กรณีในความผิดฐานทำร้ายร่างกาย โดยผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า ขณะเดินทางไปแจ้งความ พบว่าบริเวณประตูทางเข้าสถานีตำรวจมีภาพของคู่กรณี พร้อมชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ และระบุตำแหน่งว่าเป็น กต.ตร. สภ.เมืองขอนแก่น จึงได้นำข้อมูลดังกล่าวประกอบการแจ้งความดำเนินคดี
นายภัทระ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. วันที่ 14 มิ.ย. 69 ขณะตนกำลังทำงานเป็นดีเจในสถานบันเทิงที่เกิดเหตุในเขตเมืองขอนแก่น หลังขึ้นเวทีได้ไม่ถึง 10 นาที ก็ถูกนักท่องเที่ยวชายรายหนึ่งทำร้ายด้วยการตบศีรษะจำนวน 3 ครั้ง
นายภัทระ กล่าวอีกว่า ก่อนเกิดเหตุ ชายดังกล่าวได้มาขอเพลง HBD โดยทางเอ็มซีได้ประกาศผ่านไมโครโฟนแล้วว่า “วันนี้วันเกิดคุณลินดา” และในช่วงที่รอรอบของบีท เพื่อเตรียมเปิดเพลง HBD ให้ตามลำดับนั้น กลับถูกนักท่องเที่ยวชายรายดังกล่าวเข้ามาตบศีรษะเสียก่อน หลังเกิดเหตุจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับตำรวจ เพื่อดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกาย ก่อนเดินทางกลับไปทำงานที่กรุงเทพมหานคร
ด้านความคืบหน้าทางคดี พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวน และพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการออกหมายเรียกตามลำดับ ส่วนประเด็นที่มีการระบุว่าผู้ถูกกล่าวหามีตำแหน่งเป็น กต.ตร. สภ.เมืองขอนแก่นนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และดำเนินการตามพยานหลักฐานและกระบวนการทางกฎหมาย
ภายหลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาในความผิดฐาน “ทำร้ายร่างกาย” โดยพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามกฎหมายแล้ว และได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อประกอบสำนวนคดี
นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกคู่กรณีมาพบแล้วในเบื้องต้น โดยมีรายงานว่าในช่วงบ่ายวันนี้ วันที่ 16 มิ.ย. 69 คู่กรณีจะเดินทางเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน เพื่อยืนยันว่าไม่ได้หลบหนีไปไหน ส่วนการดำเนินคดียังคงต้องรอผลชันสูตรของแพทย์ เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวนและพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ยืนยันว่า แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะเป็นคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ หรือ กต.ตร. แต่การดำเนินคดีจะเป็นไปตามพยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรมอย่างเคร่งครัด ไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือให้สิทธิพิเศษแก่บุคคลใด พร้อมกำชับพนักงานสอบสวนให้เร่งรัดการดำเนินคดีด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยยืนยันว่าจะอำนวยความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม และหากผลการสอบสวนปรากฏว่ามีการกระทำความผิดจริง จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดจนถึงที่สุด โดยไม่มีข้อยกเว้น
Advertisement