ผู้ดูแลร้าน เผยคืนนั้น “เก๋ ” น่าจะเมา เห็นคุยกับโฮสต์หนุ่ม ก่อนเดินเซเรียกแท็กซี่กลับบ้าน

จากกรณี น.ส.ทองประกาย สุขศรีราษฎร์ หรือ “เก๋ ลอนดอน” ได้แจ้งความพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ว่าถูกแท็กซี่ทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์ เป็นกระเป๋าสะพายข้าง และเงินสดจำนวน 14,000 บาทไป และถูกกรีดด้วยของมีคมที่แขนเป็นแผลกว่า 40 รอย

บาร์โฮสต์ ใน ซ.รัชดา 18

วันนี้ (22 ก.พ.61) ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ลงพื้นที่ไปยัง ซอยรัชดา 18 บาร์โฮสที่ น.ส.ทองประกาย ไปเที่ยว ก่อนเรียกแท็กซี่กลับคอนโด พบกับ ผู้ดูแลร้าน อายุ 44 ปี กล่าวว่า หลังจากมีข่าวจี้ชิงทรัพยฺ์ ทำให้คนเข้าร้านลดจำนวนลงมาก ทั้งๆ ที่ทางร้านไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรด้วย

ผู้ดูแลร้าน เล่าว่า ในวันเกิดเหตุ น.ส.ทองประกาย ได้เข้ามาเที่ยวกับเพื่อนผู้หญิงอีกคน นั่งอยู่โต๊ะหน้า สักพักเพื่อนได้กลับไปก่อนทำให้ น.ส.ทองประกาย ย้ายโต๊ะมานั่งกับโฮสต์ผู้ชาย อายุประมาณ 20 ปี ที่มักเลือกให้มานั่งดื่มด้วยประจำ โดย น.ส.ทองประกาย ใช้เวลาอยู่ที่ร้านประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนจะกลับบ้านด้วยรถแท็กซี่ แต่โฮสต์ผู้ชายไม่ได้กลับด้วยเพราะขับรถบิ๊กไบค์มา

เท่าที่เห็นภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า คืนนั้น น.ส.ทองประกาย น่าจะเมา เพราะเห็นมีอาการเดินเซ ส่วนกรณี เรื่องมีการจ่ายเงินค่าเครื่องดื่มหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาจะเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 20-30 ปี ต้องการหาเพื่อนคุย มานั่งระบายปรับทุกข์

น.ส.ทองประกาย หรือ “เก๋ ลอนดอน”แถลงข่าว

ด้านความคืบหน้าคดี ล่าสุด น.ส.ทองประกาย หรือ “เก๋ ลอนดอน” ได้รับทราบข้อกล่าวหาแจ้งความเท็จ ที่ สน.ลาดพร้าว หลังแถลงข่าวรับสารภาพว่า ไม่ได้ถูกแท็กซี่กรีดแขน รีดทรัพย์ตามที่แจ้งความ โดยตัวเองเป็นคนกรีดแขนเอง เพราะเกิดความเครียดเรื่องปัญหาการเงิน ครอบครัว การเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่ไม่สามารถพูดคุยกับใครได้ จึงตัดสินใจใช้มีดโกนทำร้ายตัวเอง โดยไม่บอกความจริงให้เพื่อนหรือคนใกล้ตัวทราบ และไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลาย จนสร้างความเดือดร้อนให้กับบุคคลอื่น

ภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะ น.ส.ทองประกายออกจากสถานท่องเที่ยว

ส่วนที่ โซเชียลมีเดียแชร์เรื่องราวว่า ติดหนี้ร้านอาหาร นั้น น.ส.ทองประกาย ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง และไม่เคยติดหนี้ ใครนอกจากเพื่อนที่จะโอนเงินให้เท่านั้น ส่วนคืนวันเกิดเหตุ ก็ไม่ได้ค้างค่าอาหาร และเครื่องดื่ม เนื่องจากค่าอาหารจำนวน 14,000 บาท ตนได้จ่ายเงินสดคนละครึ่งกับเพื่อน พร้อมกันนี้ ยังได้กล่าวขอโทษกลุ่มคนขับแท็กซี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สื่อมวลชน และประชาชนทุกคนที่ติดตามข่าว

keyboard_arrow_up