เพื่อนรักยากูซ่า เปิดใจร่ำไห้ลา “โกโบริ” ไม่ใช่คนเหี้ยม-คนให้ที่พัก งง “ยากูซ่า” ทำไมใจดียิ้มง่าย (คลิป)

จากกรณี พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำงานตำรวจแห่งชาติ นำ เจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่น 2 นาย เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มายัง สถานีตำรวจภูธรเมืองลพบุรี เพื่อติดตามจับกุม นายชิเกฮารุ ชิเรอิ อายุ 74 ปี หรือ “ลุงชิไร” หัวหน้าแก๊งยามากูชิ กูมิ แก๊งยากูซ่า อันดับ 1 ของญี่ปุ่น หลังก่อคดีฆ่าคนตาย แล้วหลบหนีเข้ามากบดานในประเทศไทย โดยพักพิงอยู่ในตัวเมือง จ. ลพบุรี นานถึง 10 ปี กระทั่งถูกตำรวจตามจับได้ ขณะกำลังนั่งเล่นหมากรุกอยู่ข้าง ศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ลูกศร

เจ้าหน้าที่กำลังสอบปากคำ นายชิเกฮารุ หรือ ชิไร

วันนี้ (11 ม.ค.61) “รายการต่างคนต่างคิด” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อมรินทร์ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 น.ได้สัมภาษณ์ นายธวัชชัย เจนาคม เจ้าของโกดังที่ยากูซ่าเคยทำงาน บอกว่า เจอ นายชิเกฮารุ หรือ ชิไร ครั้งแรกเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ราวๆ ปี 2549 เนื่องจากภรรยาของ นายชิไร เป็นคน จ.ลพบุรี ไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นแล้วกลับมา โดยพา นายชิไร มาด้วย ในตอนนั้นหน้าตาของแกเหมือนคนมีเงิน แต่งตัวดูภูมิฐาน ใส่ทองมาหลายเส้น และหลัังไม่ได้มีลักษณะค่อมเหมือนปัจจุบัน

หลังจากนั้น นายชิไร ทะเลาะกับภรรยาอย่างรุนแรงจนหน้าตาบวมปูด ได้เดินถือกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่เข้ามาของานทำ เมื่อทำได้สักพักก็ป่วยเป็นโรคไส้เลื่อน จึงเรี่ยไรเงินได้หมื่นกว่าบาทให้  นายชิไร ไปหาหมอผ่าตัดได้ 5-7 วัน กลับมาพักฟื้นที่ร้านขายข้าวสาร นายชิไร อยากจะตอบแทนบุญคุณ จึงมาช่วยกวาดบ้านให้แต่ตนให้ค่าจ้าง 200 บาท ซึ่งคนแถวนี้เรียกแกว่า “โกโบริ”

จับกุม “นายชิเกฮารุ ชิเรอิ” อดีตยากูซ่า วัย 74 ปี

ส่วนตัว นายชิไร นั้นพูดไทยได้นิดหน่อย จึงต้องใช้ภาษามือช่วย ดูเป็นคนขยัน เคยถามถึงรอยสักแกก็บอกว่า แสดงถึงความยิ่งใหญ่ ซึ่งก็ไม่คิดอะไรเพราะคนแถวนี้ก็สักกันหลายคน ต่อมาลูกเลี้ยงภรรยาเขามารับตัวกลับไปทำงานที่บ้าน สักพักทะเลาะตีกันจึงขอกลับมาอีก คราวนี้ตนไม่รับ ลุงชิไร จึงไปอยู่แถวศาลเจ้าฯ และชอบเล่นพนันหมากฮอส

สำหรับที่นิ้วก้อยหายไป นายชิเกฮารุ เคยเล่าว่า เป็นเพราะทำความผิดจึงถูกตัด ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้ เคยมีคนญี่ปุ่นมาตามหา ลุงชิไร ลักษณะการแต่งกายปกติธรรมดาใส่หมวก กางร่ม มาคุยกันที่หน้าบ้านพักใหญ่แล้วก็กลับไป

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำงานตำรวจแห่งชาติ

ด้าน พล.ต.อ.วิระชัย เปิดเผยว่า การจับครั้งนี้เกิดจากการประสานข้อมูลจากญี่ปุ่น เนื่องจากระหว่างหลบหนีมากบดานอยู่ที่ จ.ลพบุรี นายชิเกฮารุ หรือ “ชิไร” ชอบโชว์ลายสักซามูไรให้กับเด็กวัยรุ่นดู จนมีคนนำไปลงในโลกโซเชียล และถูกส่งต่อไปยังสถานทูตญี่ปุ่น จนได้รับการยืนยันว่า เป็นลายสักของยากูซ่า จึงนำมาสู่การจับกุม

จากการสอบสวนผู้ต้องหา ทราบว่า ไต่เต้ามาจากการแข่งพนันเรือเถื่อน ก่อนมาเป็นโต๊ะพนันม้า และบ่อนพนันของสมาชิก ได้ส่วนแบ่งกำไรมากมาย จนได้ตำแหน่งยากูซ่า เคยทำผิดกฎจนถูกตัดนิ้ว 2 ข้อ เพราะเป็นความผิดใหญ่ ถ้าตัดนิ้วเดียวแสดงว่าไม่จริงใจ ก่อนจะนำนิ้วที่ตัดแล้วไปให้นายใหญ่ดู เพื่อขออภัย

ศาลเจ้าที่นายชิเกฮารุ หรือ ชิไรพักอาศัยอยู่

โดย นายชิไร เป็นทีมสั่งการฆ่ารองแก๊งยากูซ่า มีผู้ร่วมทีมอีก 7 คน ทุกคนถูกดำเนินคดีสิ้นสุดแล้ว เหลือแต่ นายชิไร ที่หนีออกจากสนามบินโอซาก้า มาประเทศไทยผ่านด่านตรวจดอนเมือง เมื่อปี 2548 มาอาศัยกับสาวไทยที่เคยไปทำงานในญี่ปุ่น มีการจดทะเบียนสมรสปลอม มาอยู่เมืองไทยจนกระทั่งวีซ่าขาด จึงไปขอทำงานที่โรงสี ก่อนออกมาอยู่ศาลเจ้าฯ ซึ่งตร.จะดำเนินคดีกับผู้ที่ให้การพักพิงในภายหลัง

เบื้องต้นถูกตั้ง 3 ข้อหา กล่าวคือ 1.เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.อยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการอนุญาตสิ้นสุด หรือถูกเพิกถอน และ 3.เป็นคนต่างด้าว ไม่แจ้งที่พักอาศัยของตน ก่อนจะส่งตัวกลับประเทศญี่ปุ่นเพื่อดำเนินคดีต่อไป

นายมังกร คำเมือง คนขับสิบล้อ เพื่อนสนิทของ นายชิเกฮารุ

ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปสอบถาม นายมังกร คำเมือง คนขับสิบล้อ เพื่อนสนิทของ นายชิเกฮารุ บอกว่า ตนเรียก นายชิเกฮารุ ว่า “ชิไร” แต่บางคนเรียก “โกโบริ” รู้จักกันเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว เห็นมาเล่นหมากรุก หรือเวลาใครมาเล่นด้วยก็จะนำน้ำมาให้กิน บางคนสงสารก็ให้เงิน และให้ข้าวกิน โดย “ชิไร” เป็นคนดี ใครใช้ทำอะไรทำหมด เก็บกวาดทำความสะอาดตั้งแต่ตี 3 และตอนที่ ตำรวจมาคุมตัวไป ยังบอกกับเขาว่า “โชคดี”

นางอิสรา อรานุเวชภัณฑ์ หรือ “ป้าจุ๋มจิ๋ม” อดีตภรรยานายชิไร

นางอิสรา อรานุเวชภัณฑ์ หรือ “ป้าจุ๋มจิ๋ม” อดีตภรรยานายชิไร กล่าวว่า ตอนไปทำงานที่ญี่ปุ่นอยากได้วีซ่า รู้จักกับ ลุงชิไร จึงจดทะเบียนสมรสกันเพื่อให้ได้วีซ่าทำงานต่อ ไม่รู้มาก่อนว่าเขาเป็นยากูซ่า แต่ไม่ได้เป็นสามีภรรยากัน เพียงแค่จดทะเบียนด้วยกัน เพียงอย่างเดียว

นายอังคาร อธิคม หรือ “อาร์ม” ลูกชายป้าจุ๋มจิ๋ม คนที่ช่วยเหลือนายชิเกฮารุ หรือ ชิไร

นายอังคาร อธิคม หรือ “อาร์ม” ลูกชายป้าจุ๋มจิ๋ม บอกอีกว่า ตอนลุงชิไรมา ก็ไม่ทราบว่าเป็นสามีภรรยากับป้าจุ๋มจิ๋มหรือเปล่า เพราะคุยกันภาษาญี่ปุ่นฟังไม่รู้เรื่อง แต่ลุงชิไรมาช่วยกวาดบ้านถูบ้าน ได้ค่าแรง 200 บาท นายอังคาร ยอมรับว่า เคยเห็นชาวญี่ปุ่นมาหา แต่งกายปกติไม่มีรอยสัก แต่ค่อนข้างเป็นคนมีอายุพา นายชิไร ไปกินข้าว ก่อนพามาส่งที่เดิม ตนยังเคยแซวเรื่องรอยสักซึ่ง นายชิไร ก็ได้แต่ยิ้มๆ จนมีบางครั้งวัยรุ่นแห่มาขอถ่ายรูปรอยสักเป็นที่ระลึก

“น้องชะเอม” ลูกสาวของนายนายอังคาร อธิคม คนที่ช่วยเหลือนายชิเกฮารุ หรือ ชิไร

ขณะที่ ลูกสาวของ “คุณอาร์ม” ชื่อ “น้องชะเอม” พาทีมข่าวอมรินทร์ทีวีไปดูห้องพักที่ ลุงชิไร อาศัยอยู่ พร้อมกล่าวว่า ให้ลุงมาช่วยเก็บเงินในร้านเกมซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัว เคยถามพี่ชายว่าทำไมลุงถึงนิ้วขาด ลุงชิไร เล่าว่า เคยอยู่แก๊งยากูซ่่า ทำผิดจึงโดนตัดนิ้ว ส่วนรอยสักตามร่างกาย เท่าที่เห็น ลุงชิไร สักทั้งตัวยกเว้นที่บริเวณก้น เมื่อก่อนเคยรู้สึกกลัวลุงชิไร แต่ตอนนี้ไม่กลัวแล้ว เพราะลุงเป็นคนยิ้มแย้ม ใจดี ขยันช่วยงาน ไม่เคยมีปัญหากับใคร

ทั้งนี้ น้องชะเอม บอกว่าเวลาที่ ย่าจุ๋มจิ๋ม ทะเลาะกับลุงชิไรมักใช้ภาษาญี่ปุ่น ทำให้ไม่มีใครทราบว่าทะเลาะกันด้วยเรื่องอะไร ส่วนตัวไม่แน่ใจว่า ย่าจดทะเบียนกับลุงชิไร หรือไม่ แต่แม่เคยเล่าว่า ลุงชิไร เคยจดทะเบียนกับผู้หญิงไทย ซึ่งก็ไม่ทราบว่า ใช่ย่าจุ๋มจิ๋มหรือเปล่า

 

keyboard_arrow_up