กูรูชี้เป้า ปืนและกระสุนที่พบ 3 ชนิดใน “ทุ่งใหญ่นเรศวร” ปลิดชีพสัตว์ทุกชนิด (คลิป)

จากกรณีที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เข้าจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกอีก 3 คน พร้อมอาวุธปืน และซากเสือดำ ถูกชำแหละ และถลกหนังในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

โดยในการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางเอาไว้ได้ คือ ปืนไรเฟิลติดลำกล้องขนาด .30-06 ยี่ห้อ STEYR-MANNLICHER-M หมายเลขทะเบียน 201820 (ท.ก.2850473) ความยาวลำกล้อง 60 เซนติเมตร ความยาวจากปลายลำกล้องถึงพานท้าย 110 เซนติเมตร จำนวน 1 กระบอก

ปืนไรเฟิลติดลำกล้องขนาด .22 มม. ยี่ห้อ CZ รุ่น CZ 452 ZKM SCOUT หมายเลขทะเบียน 778590 ความยาวลำกล้อง 40 เซนติเมตร ความยาวจากปลายลำกล้องถึงพานท้าย 115 เซนติเมตร จำนวน 1 กระบอก

ปืนลูกซองแฝดเบอร์ 20 ยี่ห้อ AYA-AGUIRRE & ARANZABAL – MADE IN SPAIN ไม่มีเลขทะเบียน ความยาวลำกล้อง 75 เซนติเมตร ความยาวจากปลายลำกล้องถึงพานท้าย 115 เซนติเมตร จำนวน 1 กระบอก

นายฐิติธร บุพพารัมณีย์ นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจอาวุธปืนแห่งประเทศไทย

ทางด้าน นายฐิติธร บุพพารัมณีย์ นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจอาวุธปืนแห่งประเทศไทย บอกกับทีมข่าวว่า ปืนไรเฟิลติดลำกล้องขนาด .30-06 ยี่ห้อ STEYR-MANNLICHER-M เป็นปืนไรเฟิลชนวนกลาง ที่ใช้ลูกกระสุนขนาด .30-06 เท่านั้น ปืนดังกล่าวถือเป็นปืนค่อนข้างเก่า ถูกออกแบบมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1906 นิยมใช้ในกองทัพสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันปืนดังกล่าวกระสุนค่อนข้างหายาก และไม่ค่อยมีขายในประเทศไทย

อานุภาพของปืนไรเฟิลติดลำกล้องขนาด .30-06 มีอานุภาพค่อนข้างรุนแรง จึงมักใช้เพื่อการกีฬาเท่านั้น แต่ยกเว้นบางคนที่นำมาใช้ในการล่าสัตว์ในประเทศที่อนุญาต มีระยะหวังผล 100-200 เมตร และปืนรุ่นนี้มีไว้ครอบครองได้ แต่ต้องมีใบอนุญาตจากนายทะเบียน

อย่างไรก็ตามเชื่อว่า คนที่ใช้ปืนรุ่นนี้ ต้องสั่งซื้อหรือนำเข้าจากต่างประเทศ เนื่องจากวงการร้านปืนในประเทศไทย จะหาชื้อได้ยาก เพราะไม่ค่อยมีจำหน่าย ยกเว้นแต่กลุ่มนักสะสมที่จะมีเก็บไว้ให้พอเห็นอยู่บ้าง

ปืนไรเฟิลติดลำกล้องขนาด .30-06

สำหรับปืนไรเฟิลติดลำกล้องขนาด .22 มม. ยี่ห้อ CZ รุ่น CZ 452 ZKM SCOUT เป็นปืนชนวนริม เป็นปืนที่ประชาชนสามารถครอบครองได้ทั่วไป และต้องมีใบอนุญาตจากนายทะเบียน ส่วนใหญ่นำมาใช้เพื่อการกีฬา รวมทั้งยิงสัตว์เล็ก เช่นหนูนา ศัตรูพืช อานุภาพของปืนค่อนข้างต่ำ ทำร้ายสัตว์ใหญ่ไม่ได้ ในประเทศไทยยังมีขาย มีระยะหวังผล 50 เมตร

ส่วนปืนลูกซองแฝดเบอร์ 20 ยี่ห้อ AYA-AGUIRRE & ARANZABAL – MADE IN SPAIN เป็นปืนของประเทศสเปน เป็นแบบคู่ขนาน ยิงพร้อมกันได้ 2 หัว ต่างประเทศใช้ล่าสัตว์ เช่น ยิงนก กระรอก กระต่าย เป็นต้น หากพูดถึงลูกซองเบอร์ 20 ถือว่าหายากในประเทศไทย เนื่องจากไม่นิยม และจัดอยู่ในประเภทปืนเก่า เชื่อว่าน่าจะสั่งซื้อจากต่างประเทศเหมือนกัน

อีกทั้งในการจับกุมในครั้งนี้ ยังได้มีการตรวจยึดเครื่องกระสุนปืนขนาด .30-06 จำนวน 7 นัด , กระสุนปืนขนาด .22 มม.หัวทองแดง จำนวน 51 นัด , กระสุนปืนขนาด .22 มม. หัวตะกั่ว จำนวน 61 นัด , กระสุนปืนลูกซองเบอร์ 20 จำนวน 4 นัด , กระสุนปืนลูกซอง 2 แรงครึ่ง จำนวน 13 นัด , กระสุนปืนลูกซอง 1 แรงจำนวน 5 นัด

นอกจากนี้ นายฐิติธร ยังบอกอีกว่า เครื่องกระสุนปืนไรเฟิลติดลำกล้องขนาด .30-06 มม. สามารถยิงระยะหวังผลได้ 100 – 200เมตร ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ มีความแม่นยำสูง ยิงได้ครั้งละ 1 นัด มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 มิลลิเมตร เป็นแท่งยาว มีดินปืนบรรจุอยู่ในกระสุนทั้งแท่ง และมีหัวปลายแหล่มอยู่ด้านบน สามารถยิงคน หรือสัตว์ขนาดกลางได้ เช่น ลิง เสือ เก้ง กวาง แต่ไม่สามารถยิงช้าง และสิงโตได้ เพราะหัวกระสุนเล็ก ทำลายเนื้อเยื้อสัตว์ใหญ่ยาก กระสุนรุ่นดังกล่าวไม่มีจำหน่ายแล้วในประเทศไทย ถือว่าพบเจอได้น้อย ยกเว้นชื้อจากต่างประเทศ เพราะเป็นกระสุนปืนเก่าเกือบ 100 ปี

ปืนไรเฟิลติดลำกล้องขนาด .22 มม.

ส่วนกระสุนปืนขนาด .22 มม. หัวทองแดง , และกระสุนปืนขนาด .22 มม. หัวตะกั่ว เป็นกระสุนขนาดเล็กใช้กับปืนพกพาทั่วไป ที่ประชาชนสามารถมีได้ แต่ต้องมีใบอนุญาตจากนายทะเบียน มีความแตกต่างที่ความแม่นยำและระยะหวังผล แบ่งเป็นลักษณะของหัวกระสุนแบบหัวทองแดง จะมีลักษณะแข็ง น้ำหนักเบากว่า เวลายิงก็จะอยู่ที่สภาพอากาศ แรงลม ทำให้หัวกระสุนรุ่นนี้เปลี่ยนทิศหรือเป้าหมายได้เล็กน้อย

ส่วนหัวกระสุนแบบตะกั่ว มีความแม่นยำกว่าหัวทองแดง เพราะนิ่มกว่า มีน้ำหนัก เวลาเจอกับสภาพอากาศหรือลม ก็ไม่ค่อยเปลี่ยนทิศหรือเป้าหมาย เพราะมีแรงต้านสูง แต่ทั้ง 2 แบบมีระยะหวังผลเพียง 50 เมตรเท่านั้น ส่วนมากจะใช้ยิงเพื่อป้องกันทรัพย์สิน การกีฬา หรือล่าสัตว์เล็ก เช่นหนูนา กระรอก กระต่าย นก เป็นต้น

ปืนลูกซองแฝดเบอร์ 20

ส่วนเครื่องกระสุนปืน ลูกซองแฝดเบอร์ 20 เป็นชื่อเรียกตามขนาดของไซด์ลูกกระสุนปืน ยิ่งมีตัวเลขน้อยลงยิ่งมีขนาดของลูกปืนใหญ่ขึ้น แบ่งเป็น เบอร์ 20,16,12,28,410 ซึ่งเบอร์ 12 จะใหญ่สุด

โดยลักษณะของลูกซองจะยิง 1 ครั้ง ระยะหวังผลจะโฟกัสเป้าหมายที่แน่ชัดไม่ได้ ขึ้นอยู่กับหัวกระสุนปืนที่หันไป เพราะยิง 1 ครั้งลูกตะกั่วปืน จะกระจายไปทั่ว ส่วนขนาดของลูกตะกั่วยังแบ่งเป็น บรรจุ 10 นับ ที่เรียกว่า “โอโอบัส” กับมากกว่า 10 นัด เรียกว่า “บีบี” ส่วนใหญ่ใช้ในกีฬายิงปืน และการล่าสัตว์ ตั้งแต่ขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ แต่จะไม่นิยมใช้ในสัตว์เล็กมากนัก เพราะลูกซองมีลูกตะกั่วจำนวนมาก จะทำให้สัตว์ที่ถูกยิงจะฉีกขาด ดังนั้น ปืนลูกซองจึงไม่สามารถกำหนดเป้าหมายและระยะหวังผลได้อย่างชัดเจน

สำหรับกระสุนปืนลูกซอง 2 แรงครึ่ง มีลักษณะของกระสุนที่คลายๆกับลูกซองทั่วไป แต่เพิ่มเพียงดินปืน ที่ใช้เป็นแรงขับที่มากขึ้น สังเกตุได้จากขอบสีเงิน-ทองที่เป็นฐานแท่นยิง ที่ยิ่งมีขนาดขอบกว้างขึ้น แสดงถึงดินปืนที่เพิ่มตามไปด้วย แต่ลูกซอง 2 แรงครึ่ง ก็ย่อมจะมีแรงระยะหวังผลได้ไกลมากขึ้น ปกติยิงได้ 50 เมตร ก็อาจเพิ่มขึ้นได้มากกว่า 50 เมตร และหากเทียบกับ กระสุนปืนลูกซอง 1 แรง เรียกง่ายๆ ก็ไม่ต่างจากลูกซองปกติทั่วไป เพราะมันคือ 1 แรง

อาวุธปืนของกลาง

ด้านคุณสมบัติของบุคคลที่จะขอมีปืน หรือครอบครองปืน นายฐิติธร บอกอีกว่า ร้านจะต้องทำการตรวจคุณสมบัติ ขอทราบวัตุถประสงค์เพื่อชื้อว่า จะซื้อเพื่ออะไร จำเป็นแค่ไหน มีความเหมาะสมหรือไม่ แต่ทั้งนี้ไปขออนุญาตจากนายทะเบียน กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย

ส่วนกรณีการใช้ปืนของบุคคลที่ปรากฏตามข่าวคือ การนำปืนเขาไปในพื้นที่อุทยาน หรือออกจากบ้าน ถือว่าผิดตามเงื่อนไข เพราะการขอใบอนุญาต คือใบพกปืน ดังนั้นหากจะนำปืนออกไปนอกบ้าน เคลื่อนย้ายออกไป ต้องมีใบพกพา

ซากสัตว์ป่าที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ ขณะเข้าทำการจับกุม

นายฐิติธร ยังบอกอีกว่า การครอบครองและการอนุญาตมีปืนในประเทศไทย ปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ 1. ป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน 2.ขอเพื่อนการกีฬา 3.เพื่อการล่าสัตว์ แต่ข้อนี้ประเทศไทยเดิมอาจอนุญาตให้ล่าสัตว์ได้ แต่ปัจจุบันเมืองขยายตัว ป่าน้อยลงจึงไม่อนญาตให้ล่าได้อีก หากทำก็ถือว่าผิดกฏหมาย

keyboard_arrow_up