ทหารสุดทนบุกจับคนโกงเงิน แต่ ตร.ดันปล่อย-เหยื่อโผล่อื้อสูญรวม 20 ล้าน (คลิป)

กรณีมีผู้เสียหายถูกแม่ลูกคู่หนึ่งหลอกนำเงินไปลงทุน โดยอ้างว่าจะจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 20 บาทต่อเดือน จนกระทั่งสูญเงินกว่า 400,000 บาท และยังพบพฤติกรรมหลอกลวงคนอีกนับไม่ถ้วน ด้วยวิธีเดิม ๆ แต่ก็ยังไม่ถูกจับ แม้ว่าจะมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นก็ตาม

แชทพูดคุยระหว่างนายวัศนันท์

วันที่ 19 พ.ค.62  สิบตรีลิขิต เคหา ทหารสังกัดค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 หนึ่งในผู้เสียหาย ถูกหลอกให้ร่วมลงทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบโดยอ้างว่าจะได้ดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อวัน เหตุเกิดเมื่อเดือน ต.ค. 61 ซึ่งนายวัศนันท์ ได้รู้จักกับตนผ่านทางเฟซบุ๊ก และได้พูดจาหว่านล้อม สร้างสถานการณ์น่าเชื่อถือ จนกระทั่งมีการนัดพบกัน และตนเองหลงเชื่อจนตกเป็นเหยื่อ ซึ่งระยะแรกจะได้ค่าตอบแทนดี โดยตนเองได้โอนเงินร่วมลงทุนไปทั้งหมด จำนวน 350,050 บาท แต่หลัง 2 สัปดาห์ผ่านไปนายวัศนันท์ได้หายตัวไปติดต่อไม่ได้ ตนจึงรู้ว่าถูกหลอกจึงได้นำหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความกับ สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายวัศนันท์ เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 61 ซึ่งตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมาได้ออกหมายเรียกนายวัศนันท์ แต่ก็ไร้วี่แวว

สิบตรีลิขิต เคหา ทหารสังกัดค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 หนึ่งในผู้เสียหาย

ตนเองจึงได้ติดตามสืบค้นหาคนร้ายด้วยตนเอง และตามไปถึงบ้านนายวัศนันท์ที่ อ.เมือง จ.ตรัง จึงได้ทราบข้อมูลว่ามีผู้เสียหายถูกหลอกร่วมลงทุนในลักษณะคล้ายกับตนเองหลายสิบราย ตนจึงได้สร้างเพจเฟซบุ๊กรวบรวมผู้เสียหายที่ถูกนายวัศนันท์ คนร้ายผู้เป็นลูก หลอกต้มตุ๋นให้ร่วมลงทุน ปรากฏว่ามีบุคคลที่ตกเป็นเหยื่อหลากหลายอาชีพ ร่วม 30 คน เข้ามาแสดงตัวว่าถูกหลอกตามจำนวนเงินตั้งแต่ 1 แสนบาท ไปจนถึง 6 แสนบาท มูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท และผู้เสียหายทุกคนก็ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายวัศนันท์ ข้อหาหลอกลวงฉ้อโกงไว้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุจังหวัดต่าง ๆ ที่นายวัศนันท์ได้ตระเวนไปหลอก

ภาพคลิป สิบตรีลิขิต เข้าจับกุมตัวนายวัศนันท์

สิบตรีลิขิตกล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ตนได้วางแผนกับพระรูปหนึ่งใน อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งกำลังถูกคนร้ายรายเดียวกันหลอกลวงร่วมลงทุน กระทั่งได้บุกไปจับกุมตัวนายวัศนันท์ด้วยตนเอง ที่บริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสุวรรณภูมิ ขณะที่คนร้ายหลอกพระให้ไปกดเงินสดให้ หลังจับกุมตัวได้ ตนและพระรูปนั้นได้แจ้งให้ตำรวจ สภ.สุวรรณภูมิ มารับตัวไปดำเนินคดี แต่หลังจากตำรวจสอบปากคำแล้วก็ได้ปล่อยตัวไป โดยอ้างว่ายังไม่มีหมายจับจากตำรวจ ทำได้เพียงลงบันทึกประจำวันให้กับผู้เสียหาย

นางรุ่งทิพย์ พานทอง ผู้เสียหาย

ด้านนางรุ่งทิพย์ พานทอง หรือทิพย์ อายุ 48 ปี หนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกหลอก เล่าว่า แม่ลูกคู่นี้ทำหน้าที่ร่วมกันแบบเป็นเครือข่าย ใช้จิตวิทยาพูดจาดี ตีสนิทแบบแยบยล อ้างว่าร้อนเงินต้องนำไปลงทุน พร้อมจะให้ดอกเบี้ยราคาดี ร้อยละ 20 รวมถึงสร้างแรงจูงใจโดยอ้างว่าเป็นคนมีเงิน มีบ้าน มีรถ มีเพชร มีทอง และของใช้แบรนด์เนมจำนวนมาก ระหว่างที่ยืมเงินไปลงทุนนั้น จะมอบของเหล่านั้นเป็นของกำนันให้ จึงทำให้มีคนหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ ทุกคนเข้าแจ้งความไว้หมดแล้ว บางคนยังไม่ได้แจ้งความเพราะตำรวจไม่รับ อ้างว่าเป็นคดีแพ่ง จะต้องมีการไปฟ้องร้องเอาเอง ส่วนตัวถูกหลอกเงินเป็นก้อน จาก 4,000-5,000 บาท ไปจนถึง 10,000 บาท และก้อนสุดท้าย 20,000 บาท รวมเป็นเงินกว่า 39,000 บาท

ทั้งนี้ นางทิพย์ ยังเล่าว่า พฤติกรรมของแม่ลูกคู่นี้จะทำหน้าที่กระจายกันออกหลอกเอาเงินไปลงทุน ซึ่งระยะแรกอาจให้แม่ไปขอยืมเงิน แล้วอ้างว่าลูกชายจะนำไปลงทุน ซึ่งเริ่มยืมจากเงินหลักพัน ไปจนถึงหลักหมื่น มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยระยะแรก ยืมไปแล้วจะโอนเงินตรงเวลาให้ตายใจ จากนั้นเมื่อเงินเริ่มเยอะขึ้น ก็ปิดเครื่องบล็อกไลน์หนีหายไป

ส่วนตัว อยากให้ 2 แม่ลูกหยุดพฤติกรรมแบบนี้ หันไปทำอาชีพที่สุจริต ไม่หลอกลวงใคร เพราะทำให้คนที่ถูกหลอกเป็นทุกข์ บางรายต้องไปกู้จากคนอื่นมาให้แม่ลูกยืม แต่สุดท้ายต้องจ่ายดอกเบี้ยโดยที่เงินไม่ได้คืน อยากให้มีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือผู้เสียหาย เพราะแม้จะมีเพจเฟซบุ๊กออกมาแฉพฤติกรรม แต่ 2 แม่ลูกก็ยังหลอกต่อไป ไม่สำนึกสิ่งที่ทำเอาไว้

keyboard_arrow_up