ฆ่าโหดแม่ม่ายเมืองตรัง ทุบหัว-สายไฟรัดคอ นอนตายจมกองเลือด ตร.คาดเจรจาธุรกิจลับไม่ลงตัว

วันที่ 23 มี.ค. 62 ร.ต.อ.มนตรี สงคง รอง สว.(สอบสวน) สภ.ห้วยยอด จ.ตรัง ได้รับแจ้งเหตุพบศพมีคนโดนฆ่าเสียชีวิต ภายในบ้านหลังหนึ่ง พื้นที่หมู่ 2 บ้านไสบ่อ ต.นาวง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับขั้น ก่อนเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พล.ต.ต.นุกูล ไกรทอง ผบก.ภ.จว.ตรัง พ.ต.อ.ประดิษฐ์ ชัยพล ผกก.สส.ภ.จว.ตรัง กำลังชุดสืบสวน ฝ่ายปกครอง แพทย์เวร รพ.นาโยง หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในบ้านที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบชาวบ้านจำนวนมาก จับกลุ่มดูเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้น ญาติพี่น้องร้องไห้ระงมอย่างโศกเศร้า ภายในห้องนอนกลางบ้าน พบศพนางวนิดา (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี นอนเสียชีวิตในสภาพคว่ำหน้าจมกองเลือด อยู่บนพื้นกระเบื้อง ติดกับเตียงนอน เสื้อยืดสีน้ำตาล โดนถกมาถึงลำคอเห็นเสื้อชั้นใน นุ่งผ้าถุง สวมกางเกงใน มีผ้าห่มคลุมอยู่มิดอยู่ทั้งตัว ตรวจสอบสภาพศพ มีสายไฟฟ้าชนิดอ่อนรัดอยู่บริเวณคอ มีถุงพลาสติกที่ใส่สำลีอยู่ด้านใน ยัดติดลึกเข้าไปในปาก บริเวณร่างกายพบบาดแผลและร่องรอยการถูกทำร้ายต่อสู้ ศีรษะมีบาดแผลฉกรรจ์จากการโดนทุบด้วยของแข็ง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ชม. จากการตรวจสอบภายในห้องนอน พบว่าข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนห้อง พื้นห้องมีกองเลือดอยู่หลายจุด บริเวณฝาผนังพบรอยเลือดจากฝ่ามือ ทีวีภายในห้องเปิดเครื่องอยู่

ญาติผู้เสียชีวิตอยู่ในอาการร่ำไห้

จากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าผู้ตายเป็นแม่ม่าย หย่าร้างกับสามีไปประมาณ 20 ปี มีลูกด้วยกันเพียง 1 คน คือ นายสุรินทร์ จับปรั่ง อายุ 24 ปี เป็นพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่ง บนเกาะลันตา จ.กระบี่ ผู้ตายใช้ชีวิตอยู่บ้านหลังดังกล่าวเพียงคนเดียวมาตลอด และใกล้กันเป็นบ้านของญาติพี่น้อง ส่วนตัวมีนิสัยเป็นมิตรกับทุกคน แต่จะมีนิสัยรักสันโดษ และชอบเก็บตัว แต่ไม่ได้ประกอบอาชีพใดๆ

พี่สาวผู้เสียชีวิต

สอบถามนางปรียา (สงวนนามสกุล) อายุ 57 พี่สาวผู้ตาย ซึ่งเป็นผู้พบศพคนแรก เล่าว่า ปกติแล้วทุก ๆ เช้า ผู้ตายจะมากินขนมจีนบริเวณร้านค้าใกล้บ้านในทุกวัน แต่ในวันนี้ช่วงสายแล้วตนเองผิดสังเกตว่าทำไมผู้ตายยังไม่ออกจากบ้าน และบ้านยังล็อกและปิดประตูอยู่ ตนจึงไปตะโกนเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับ จึงได้เรียกเพื่อนบ้านมาช่วยงัดหน้าต่างเข้าไปภายในบ้าน จนพบว่าเป็นศพแล้ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ ส่วนตัวผู้ตายเท่าที่รู้ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางหรือมีศัตรูกับใคร

เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายเป็นกลุ่มชายไม่ต่ำกว่า 3 คน เข้ามาภายในบ้าน ก่อนจะมีการพูดคุยตกลงหรือเจรจากันในเรื่องบางอย่าง แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ก่อนจะมีการต่อสู้กันอย่างรุนแรงจนเกิดบาดแผลทั่วร่างกาย คนร้ายจึงใช้ของแข็งทุบศีรษะ ถุงสำลียัดปาก ก่อนลงมือฆ่าอย่างโหดเหี้ยม โดยการใช้สายไฟฟ้าที่มีการต่อจากหลอดไฟภายในห้องรัดคอผู้ตายจนขาดอากาศหายใจและเสียชีวิต ก่อนจะหลบหนีไป ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งปมการฆ่าโหดครั้งนี้มาจากความขัดแย้งในธุรกิจบางอย่างที่ไม่เปิดเผย แต่ยังไม่ตัดทิ้งเรื่องชู้สาว ซึ่งตำรวจจะสืบสวนสอบสวนติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน และนำร่างส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์เพื่อสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป

keyboard_arrow_up