ชายเสื้อส้มงัดหลักฐาน ‘กล้องวงจรปิด’ ยืนยันความบริสุทธิ์ ไม่ได้ขับชนรถน้อง 1 ขวบ (คลิป)

จากกรณีที่มีคลิปแชร์ในเพจชื่อดัง (อยากดังเดี๋ยวจัดให้) ระบุเหตุการณ์ว่า ช่วงเช้าวานนี้ มีรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกันบริเวณถนนในหมู่บ้านพลอยไพลิน ย่านดอนเมือง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หนึ่งในนั้นเป็นเด็กหญิงอายุเพียง 1 ขวบ มีชาวเน็ตให้ความสนใจวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลายว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ขับรถไม่มีน้ำใจ เพราะรถจักรยานยนต์คันที่ถูกระบุว่าเป็นต้นเหตุให้อีกคันล้ม ปฏิเสธว่าไม่ได้ชน หรือตัดหน้ารถของคู่กรณีนั้น

ความคืบหน้า ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่ย่านเขตดอนเมือง ไปดูจุดเกิดเหตุ พบว่า อยู่บนถนนหมู่บ้านพลอยไพลิน ซอย 5 เขตดอนเมือง เป็นจุดที่มีทางแยก สอบถามชาวบ้านใกล้จุดเกิดเหตุต่างทราบเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ขณะที่รถชน หรือล้ม

คุณประโลม ผะโรประการ อายุ 55 ปี เป็นหนึ่งในวินมอเตอร์ไซค์อาสาที่เข้าไปช่วยปฐมพยาบาลน้องที่บาดเจ็บวานนี้ คุณประโลมเล่าว่า ตนเองเป็นเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยในเขตดอนเมือง วานนี้ได้รับแจ้งเหตุจากตำรวจ สน.ดอนเมือง ช่วงเกือบ 8 โมง จึงเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่ามีผู้บาดเจ็บรวม 3 คน หนึ่งในนั้นเป็นเด็กหญิงอายุ 1 ขวบ 9 เดือน มีบาดแผลที่ศีรษะ และมีแม่ของเด็กอุ้มไว้ โดยเธอเรียกร้องให้ชายคนสวมเสื้อสีส้มดูแลและรับผิดชอบเรื่องค่ารักษาพยาบาล เพราะขี่รถตัดหน้ารถของเธอจนล้มลง

ขณะที่คุณประโลม บอกว่า จากการสอบถามฝ่ายชายสวมเสื้อสีส้ม ระบุว่า ตนเองขี่รถจักรยานยนต์มาพร้อมกับคู่กรณี และพอมาถึงจุดที่เกิดอุบัติเหตุตนกำลังจะเลี้ยว แต่ก็สังเกตเห็นว่า อีกฝ่ายขี่รถตามมาด้วยความเร็วและไม่มีทีท่าว่าจะชะลอรถ จึงส่งสัญญาณมือขอทาง ก่อนจะตัดสินใจเลี้ยว โดยมั่นใจว่าไม่ได้ชนคู่กรณี ซึ่งทันทีที่เห็นว่ารถคันตามหลังมาล้มลงก็ได้เลี้ยวรถกลับไปดูด้วย

ทั้งนี้ มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าคู่กรณีของหญิงคนดังกล่าว คือ วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งคุณประโลมก็ปฏิเสธว่า ไม่ใช่ เพราะแม้จะใส่เสื้อสีส้มเหมือนกัน แต่เมื่อวานวินมอเตอร์ไซค์บริเวณนี้ ไปช่วยปฐมพยาบาลและดูแลสถานการณ์ก่อนตำรวจจะมาถึง เพราะทุกคนเป็นอาสากู้ภัย โดยได้ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง สถานการณ์จึงคลี่คลาย

ขณะที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง ได้นัดให้ฝ่ายชายเสื้อสีส้มเดินทางไปพบในวันนี้ เพื่อสอบปากคำ ซึ่งฝ่ายเจ้าตัวได้ไปติดต่อขอภาพจากกล้องวงจรปิดจากจุดใกล้เคียงที่เกิดเหตุมายืนยันเป็นหลักฐานไว้แล้ว ว่า ไม่ได้ขี่รถตัดหน้า หรือเฉี่ยวชน จนเป็นเหตุให้รถอีกคันล้มตามที่เป็นข่าว หลังวานนี้ฝั่งของผู้บาดเจ็บได้เข้ามาแจ้งความแล้วในช่วงบ่าย.

keyboard_arrow_up