แม่ “ใบหม่อน” อโหสิบิ๊กไบก์ชนลูกดับ เผยโผล่ขมาปากเปล่า เชื่อไม่ตั้งใจฆ่า แต่ดันกล้าฝ่าไฟแดง (คลิป)

จากเหตุสุดสะเทือนใจ วันที่ 22 ม.ค. 61 กรณีน.ส.หทัยภัทร ตันตศิริ หรือ น้องใบหม่อน นักเรียนชั้น ม.4 วิทยาลัยนาฏศิลป์ ที่ถูกรถจักรยานยนต์ฝ่าไฟแดงชน ขณะกำลังข้ามถนนบริเวณทางม้าลายหน้าวิทยาลัยฯ จนกระทั่งอาการโคม่า สมองตาย และล่าสุดเสียชีวิตแล้ว วันที่ 8 ก.พ. 62 (อ่าน : แม่ “ใบหม่อน” เศร้าสูญเสียลูก แฉบิ๊กไบก์พุ่งชนใจดำ ค่ารักษาร่วมแสนโยนใช้บัตรทอง)

ขณะเกิดอุบัติเหตุ

วันที่ 10 ก.พ. 62 ครอบครัวน้องใบหม่อน ตายายพ่อแม่และญาติพี่น้อง มารับศพน้องใบหม่อน เพื่อทำพิธีทางศาสนา บรรยากาศโศกเศร้า พร้อมทั้งนำชุดกระโปรงของน้องใบหม่อนที่ชอบมาด้วย เพื่อใส่ให้น้องใบหม่อน ที่โรงพยาบาลนครปฐม อำเภอนครปฐม จังหวัดนครปฐม

ครอบครัวน้องใบหม่อน เดินทางมารับศพที่โรงพยาบาล

นางหนึ่งฤทัย ตันตสิรินทร์ แม่ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุขึ้น ทราบว่าบริเวณที่เกิดเหตุจะมีการสร้างสะพานลอยขึ้น ตนก็ถือว่าเป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง และดีใจที่อีกหลายชีวิตจะได้มีชีวิตที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ตนรู้สึกว่า การสร้างสะพานเหมือนเป็นการแลกชีวิตกับน้องใบหม่อน เพื่อให้เกิดสิ่งดี ๆ ขึ้นมา

นางหนึ่งฤทัย ตันตสิรินทร์ แม่ผู้เสียชีวิต

พิธีบำเพ็ญกุศลศพที่วัดเลา พระราม 2 กรุงเทพมหานคร โดยจะมีการสวดอภิธรรมจำนวนทั้งสิ้น 7 วัน บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยมีนายมรรควัฒน์ จันทร์ไพจิตร อายุ 21 ปี คนก่อเหตุ และครอบครัวมาร่วมฟังสวดเพียง 5 นาที

พิธีบำเพ็ญกุศลศพน้องใบหม่อน
น.ส.หทัยภัทร ตันตศิริ หรือ น้องใบหม่อน

นางหนึ่งฤทัย ตันตสิรินทร์ แม่ผู้เสียชีวิต โดยระบุว่า หลังจากที่มีพิธีรดน้ำศพแล้ว นายมรรควัฒน์เดินทางมาพร้อมกับแม่ ไปไหว้ที่หน้าโลงศพ จากนั้นจึงมาขอขมาตนเองและครอบครัว พร้อมพูดว่า “มาขออโหสิกรรม ขอแม่อโหสิกรรมให้ด้วย”

นางหนึ่งฤทัย ตันตสิรินทร์ แม่ผู้เสียชีวิต

ซึ่งตนเองได้ตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่แรกว่าจะอโหสิกรรมให้ ไม่ได้ติดใจ แต่การเดินทางมาขออโหสิกรรมครั้งนี้ มามือเปล่า ไม่มีดอกไม้ธูปเทียน ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความไม่ตั้งใจ จากนั้นแม่ของนายมรรควัฒน์ ยื่นซองขาวมาให้ แต่ครอบครัวปฏิเสธรับ ก่อนที่จะบอกให้ครอบครัวนายมรรควัฒน์เดินทางออกจากวัดไป

นายมรรควัฒน์ ขอขมาแม่ผู้เสียชีวิต

โดยหลังจากนี้ ครอบครัวจะปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย จะยื่นฟ้องศาลในคดีแพ่งและอาญา เพราะตลอดที่ผ่านมา ช่วงก่อนน้องเสียชีวิต ครอบครัวได้เปิดโอกาสให้มีการพูดคุยกันมาตลอด ครอบครัวนายมรรควัฒน์เลือกที่จะปฏิเสธ ดังนั้นจากนี้ไปก็ต่างคนต่างดำเนินการตามกฏหมาย

นายมรรควัฒน์ จันทร์ไพจิตร ผู้ขับรถชนน้องใบหม่อน (แฟ้มภาพ)

ส่วนที่ฝ่ายนายมรรควัฒน์ เปิดใจว่า ในวันที่ถูกตำรวจฝากขัง ก็รู้สึกเสียใจ และไม่มีเจตนาขับรถชนน้องใบหม่อนนั้น ส่วนตัวมองว่า แม้ไม่มีเจตนาชน แต่มีเจตนาที่จะฝ่าไฟแดง ซึ่งการฝ่าไฟแดง หากโชคดีไม่มีใครเดินข้ามถนน ก็คงจะไม่เกิดเรื่อง แต่ในวันดังกล่าว โชคร้ายที่ขับมาชนลูกสาวของตน ดังนั้นจึงไม่ควรอ้างว่าเจตนาหรือไม่

ป้าจันทร์ (นามสมมติ) เพื่อนบ้านผู้ก่อเหตุ

ป้าจันทร์ (นามสมมติ) อายุ 65 ปี เพื่อนบ้านผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ตนสนิทสนมกับแม่ของผู้ก่อเหตุ ยอมรับว่าเพิ่งทราบข่าวได้ไม่นาน หลังทราบข่าวตนก็ตกใจ เพราะช่วงวันที่เกิดเหตุ ตนสังเกตเห็นนายมรรควัฒน์บาดเจ็บที่ขา จึงถามว่าเป็นอะไร เจ้าตัวตอบว่า “รถล้มครับ”

ทั้งนี้ ตนเห็นนายมรรควัฒน์มาตั้งแต่เด็ก ๆ โดยปกติเป็นคนดี แต่ถ้านิสัยสังคมภายนอก ตนก็ไม่รู้ แต่เท่าที่เห็นก็นิสัยเรียบร้อย ไม่ค่อยพูดจากับใคร อาศัยอยู่กับพ่อและแม่ รวม 3 คน หลังจากเกิดเหตุ เจ้าตัวก็ไม่ได้หนีไปไหน กลับมานอนที่บ้านปกติ เพราะเมื่อ 2-3 วันก่อนก็ยังเห็นอยู่ที่บ้าน ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ก่อเหตุ เจ้าตัวก็เพิ่งซื้อได้ไม่นาน ซึ่งตนก็สงสารน้องใบหม่อน แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ถือว่าเป็นเรื่องของเวรกรรมที่ทำกันมา

บริเวณหน้าวิทยานาฎศิลป์ ศาลายา จ.นครปฐม

นอกจากนี้ ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ หน้าวิทยานาฎศิลป์ ศาลายา จ.นครปฐม ทีมข่าวทดสอบกดสัญญาณไฟ เพื่อรอข้ามทางม้าลาย โดยพบว่ารถส่วนใหญ่หยุดจอดให้คนข้ามถนน แต่ก็มีบางส่วน ที่ไม่สนใจสัญญาณไฟข้ามถนน วิ่งตรงไม่ยอมหยุดรถ และจะขับขี่ด้วยความเร็ว

keyboard_arrow_up