แม่ฟอสเชื่อ “พี่สปาย” คลั่ง เป็นเวรกรรมเอาเงินเสี่ยอ้วนมา (คลิป)

ภายหลังจากนายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน ผู้ต้องหาฆ่า น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ สปาย อายุ 20 ปี และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือ ฟอส อายุ 20 ปี เปิดเผยระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวฝากขังที่ศาลพัทยาว่า ตัวเองได้มีการโอนเงินให้ครอบครัวของน้องสปายเป็นเงินจำนวน 7 ล้านบาท และก่อนหน้านี้ นางจอมศรี ชมภูพื้น แม่ของฟอส ระบุว่าครอบครัวของตนและแม่น้องสปาย หลังจากนี้ก็ต่างคนต่างอยู่นั้น (อ่าน : แม่ “ฟอส” ร่ำไห้ ตัดขาดญาติ “สปาย” จี้แจงปม 4 ล้าน หวังลูกชายพ้นมลทิน)

นางจอมศรี ชมภูพื้น แม่ของฟอส

วันที่ 24 ส.ค. 61 นางจอมศรี ชมภูพื้น อายุ 43 ปี แม่ของฟอส กล่าวถึงกรณีเงิน 7 ล้านบาท ที่มีการโอนเข้าบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชีสมพงษ์ ฉลูศรี นั้น ตนเองคงเชื่อตามที่เสี่ยอ้วนชี้แจงตามหลักฐาน เพราะเป็นข้อมูลที่มีความชัดเจน และเงินที่โอนมาให้สปาย ส่วนตัวก็ไม่ทราบว่าเป็นสินสอดทองหมั้นหรือไม่ เพราะแม่ของสปายไม่เคยพูดหรือเล่าให้ฟัง

ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างฟอสและสปาย ตนเองเคยชี้แจงไปแล้วว่า เด็กทั้ง 2 คนสนิทและรักกันตั้งแต่เด็กจนโต อีกทั้งครอบครัวก็เป็นสายเลือดเดียวกัน ส่วนจะเป็นกรณีชู้สาวหรือไม่ตนเองไม่ทราบ เด็กทั้ง 2 คนอยู่ในสายตาผู้ใหญ่ตลอด นอนก็แยกกันไม่ใช่นอนร่วมกัน ไปไหนก็มีเพื่อนไปด้วย ประกอบกับฟอสก็ไม่เคยพูดให้แม่ฟังว่ามีชู้สาวอะไรกับสปาย

ส่วนที่บ้านของสปายมีพี่ชายชื่อเจมส์กำลังป่วยทางจิต หลังเกิดเหตุการณ์น้องสาวถูกยิงนั้น แม่ฟอสบอกว่าอาจเป็นเพราะเวรกรรมที่เขาได้กระทำมา ดังนั้นการไปเอาเงินเขามา ก็ควรจะมีการคืนเขาไปตามจำนวนเงินที่ได้รับมาให้ครบถ้วน อีกทั้งความเชื่อตามประเพณีของคนอีสาน หากไม่มีการคืนหรือชดใช้กัน ก็จะต้องเป็นบาปกรรมกันต่อไป ซึ่งจะเห็นผลในชาตินี้อย่างแน่นอน

นางจอมศรี ยังพูดถึงความเชื่อว่า ก่อนวันคล้ายวันเกิดของฟอส 1 วัน แม่เห็นฟอสใส่ชุดขาวมายืนยิ้มให้ แต่ไม่ได้มีการพูดจาใด ๆ กับตนเอง เหมือนมาบอกลาและบอกกับแม่ว่าสามารถจับฆาตกรได้แล้ว ทุกอย่างกำลังดีขึ้นไม่ต้องเป็นห่วง และนับแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เมื่อมีการจับเสี่ยอ้วนได้แล้ว ก็ไม่สามารถสัมผัสหรือเจอน้องอีกเลย

นอกจากนี้ กรณีที่ตนเคยบอกว่า ครอบครัวของตนและแม่น้องสปาย หลังจากนี้ก็ต่างคนต่างอยู่นั้น ไม่ได้หมายความว่าจะตัดขาดญาติ เพราะครอบครัวทั้งสองก็ยังเป็นญาติกันอยู่ เพียงแต่ว่าต่างครอบครัวก็คงจะต้องเดินหน้าทำมาหากินกันต่อไป ส่วนตัวเมื่อไม่มีน้องฟอสแล้ว ก็คงต้องหางานทำเพื่อดำรงชีวิตต่อไปจนกว่าจะหมดลมหายใจ

keyboard_arrow_up