วงการบิ๊กไบค์ในประเทศไทยได้คึกคักกันอีกครั้งเมื่อ ยามาฮ่า ไรเดอร์สคลับ เปิดตัวรถจักรยานยนต์ซูเปอร์สปอร์ตคลาสกลางรุ่นใหม่ล่าสุด เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่หลงใหลในความเร็วและต้องการพัฒนาทักษะการขับขี่ รถรุ่นนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นมาตรฐานใหม่ของความสนุกและความมั่นใจ โดยเชื่อมต่อระหว่างรุ่นน้องและรุ่นพี่ในตระกูลได้อย่างลงตัว โครงสร้างตัวรถเน้นความเพรียวบางและควบคุมง่าย ทำให้สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งในชีวิตประจำวัน การเดินทางไกล หรือจะนำไปลงขับขี่ในสนามแข่งขันก็พร้อมตอบสนองได้อย่างเต็มที่
ราคาจำหน่าย YAMAHA YZF-R7 2026
ยามาฮ่าเปิดตัวรถรุ่นนี้ด้วยตัวเลือกสีสันและราคาแนะนำที่คุ้มค่า พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ซื้อ
- New YAMAHA YZF-R7 ราคา 345,000 บาท สี Icon Blue และสี Midnight Black พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1
- รุ่นพิเศษ 70th Anniversary Edition สี Anniversary White ราคา 348,000 บาท เพื่อฉลองครบรอบ 70 ปีของยามาฮ่า พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1
- สถานที่จำหน่าย โชว์รูม Yamaha Riders’ Club ทั้ง 16 สาขาทั่วประเทศ
ขุมพลังเครื่องยนต์และการส่งกำลัง
หัวใจหลักของรถรุ่นนี้เน้นการตอบสนองที่ทันใจในทุกจังหวะการเปิดคันเร่ง มอบความสนุกในการขับขี่ทั้งบนถนนหลวงและในสนามแข่ง
- เครื่องยนต์ CP2 ขนาด 689 ซีซี แบบ 2 สูบเรียง Crossplane Crankshaft DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ
- ระบบคันเร่งไฟฟ้า YCC-T หรือ Yamaha Chip Controlled Throttle เพิ่มความแม่นยำในการสั่งการ
- ระบบส่งกำลังปรับปรุงใหม่ ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์รวดเร็วและนุ่มนวล
- ปรับจูนเสียงไอดี หรือ Induction Sound เพื่อสร้างอารมณ์สปอร์ตเร้าใจขณะขับขี่
ดีไซน์ใหม่ตามหลักอากาศพลศาสตร์
รูปลักษณ์ภายนอกสะท้อนความงดงามของการควบคุมภายใต้คอนเซ็ปต์เฉพาะตัว มีความคล่องตัวสูงที่สุดในรถระดับเดียวกัน
- สัดส่วนตัวรถแบบ Slim & Compact ที่มีความเพรียวบางและกะทัดรัด
- ไฟหน้าเจเนอเรชันใหม่ดีไซน์มินิมอล พร้อมเส้นสายตัวถังที่โฉบเฉี่ยว
- แฟริ่งออกแบบใหม่ตามหลักอากาศพลศาสตร์ ช่วยลดแรงต้านอากาศและเพิ่มเสถียรภาพเมื่อใช้ความเร็วสูง
- ตำแหน่งแฮนด์ ถังน้ำมัน พักเท้า และเบาะนั่ง ปรับปรุงใหม่เพื่อเพิ่มอิสระในการเคลื่อนไหวและลดความเมื่อยล้า
- ความสูงเบาะนั่งอยู่ที่ 830 มิลลิเมตร ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น
เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และระบบความปลอดภัย
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ได้รับการยกระดับด้วยการติดตั้งเทคโนโลยีระดับท็อป เพื่อความมั่นใจในทุกสภาพถนน
- ติดตั้ง IMU แบบ 6 แกน ตรวจจับการเคลื่อนไหวของตัวรถแบบเรียลไทม์
- ระบบ Yamaha Ride Control หรือ YRC มีโหมดขับขี่ให้เลือก 5 รูปแบบ คือ SPORT, STREET, RAIN, CUSTOM และ TRACK
- ระบบ Traction Control System หรือ TCS
- ระบบ Slide Control System หรือ SCS
- ระบบ Lift Control หรือ LIF
- ระบบ Engine Brake Management หรือ EBM
- ระบบ Brake Control หรือ BC
- ระบบ Back Slip Regulator หรือ BSR
- ระบบ Quick Shifter แบบ Up & Down
- ระบบ Launch Control และระบบ Rear ABS OFF สำหรับการใช้งานในสนามแข่ง
แชสซีใหม่และระบบกันสะเทือน
โครงสร้างและระบบช่วงล่างได้รับการพัฒนาเพื่อความแม่นยำในการเข้าโค้งและการยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยม
- แชสซีใหม่ปรับปรุงค่าความแข็งแรงหรือ Rigidity ในทุกมิติ โดยน้ำหนักตัวรถยังใกล้เคียงเดิม
- ล้อ Yamaha SpinForged น้ำหนักเบา ช่วยลดมวลใต้สปริงเพื่อการเปลี่ยนทิศทางที่รวดเร็ว
- โช้คอัพหน้าแบบ Upside Down ขนาด 41 มิลลิเมตร สามารถปรับตั้งได้เต็มระบบ
- ระบบกันสะเทือนหลังแบบ Monocross
- ยาง Bridgestone Battlax Hypersport S23 รองรับการยึดเกาะทั้งทางเรียบและสนามแข่ง
เทคโนโลยีดิจิทัลและการเชื่อมต่อ
หน้าจอแสดงผลและระบบบันทึกข้อมูลถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไรเดอร์ยุคใหม่และสายแทร็กเดย์
- หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ปรับรูปแบบการแสดงผลได้ 4 รูปแบบ พร้อมหน้าจอโหมด TRACK
- รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านแอปพลิเคชัน Y-Connect เพื่อแจ้งเตือนสายเรียกเข้า ข้อความ และข้อมูลรถ
- ระบบ Y-TRAC หรือ Track Ride Analysis สำหรับบันทึก Lap Timer, Virtual Pit Board, Telemetry, Riding Log และ Revs Dashboard เพื่อวิเคราะห์การขับขี่
รถจักรยานยนต์ซูเปอร์สปอร์ตคลาสกลางรุ่นใหม่นี้ถือเป็นการผสมผสานสมรรถนะจากสนามแข่งเข้ากับการใช้งานในชีวิตจริงได้อย่างลงตัว ด้วยการอัปเกรดทั้งเครื่องยนต์ CP2 ดีไซน์แอโรไดนามิก และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครัน นับเป็นบิ๊กไบค์สไตล์สปอร์ตที่น่าจับตามองและคุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ความแรงในระดับสากล