
(24 ส.ค. 2569) ที่ ห้องประชุมศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี มีการแถลงร่วม 3 ฝ่าย เพื่อสรุปภาพรวมสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ห้วงวันที่ 22-23 สิงหาคม 2569 หลังเกิดเหตุการณ์หลายรูปแบบในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา
การแถลงครั้งนี้มี พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วหน้า, พ.ต.อ.สรชัช ปร่ำเป็ง ผู้กำกับสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ พ.ท.เชิด อักษรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมชี้แจงรายละเอียดสถานการณ์
พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รอง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยภาพรวมว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงคืนวันที่ 22-23 ส.ค. ที่ผ่านมา มีทั้งการวางเพลิง เผายางรถยนต์ เผากล้องวงจรปิด การทำลายทรัพย์สินของทางราชการและประชาชน รวมถึงความเสียหายต่อระบบสาธารณูปโภค
ภาครัฐให้ความสำคัญกับทั้งตัวเหตุการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนและการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยหน่วยงานด้านความมั่นคงได้เร่งเข้าตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมบูรณาการกำลังจากทุกฝ่ายเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานจากจุดเกิดเหตุ เพื่อนำไปวิเคราะห์ ขยายผล และติดตามตัวผู้ก่อเหตุรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการตามกฎหมาย
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เร่งดูแลพื้นที่และทำให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว รวมถึงสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในชุมชน
ทางด้าน พ.ต.อ.สรชัช ปร่ำเป็ง ผู้กำกับสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า จากการรวบรวมข้อมูลเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา พบเหตุการณ์รวมทั้งสิ้น 75 เหตุการณ์
ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานร่วมกับเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดและหน่วยงานความมั่นคง เพื่อวิเคราะห์รายละเอียดของเหตุการณ์และขยายผลไปยังกลุ่มผู้ก่อเหตุ รวมถึงผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อวิเคราะห์เส้นทางทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางรองที่กลุ่มผู้ก่อเหตุอาจใช้ในการเดินทาง ก่อนนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย
พ.ต.อ.สรชัช ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการอย่างเต็มความสามารถ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
สรุปความเสียหาย เจ็บ 11 ราย อาคาร 17 แห่ง รถ 40 คัน
ขณะที่ พ.ท.เชิด อักษรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยข้อมูลความเสียหายจากเหตุการณ์ล่าสุดว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 11 ราย แบ่งเป็นชาย 6 ราย และหญิง 5 ราย
ส่วนทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย ประกอบด้วย อาคารได้รับความเสียหาย 17 แห่ง, ยานพาหนะได้รับความเสียหาย 40 คัน, เสาไฟฟ้าได้รับความเสียหาย 32 ต้น, เสาสัญญาณโทรศัพท์ได้รับความเสียหาย, กล้องวงจรปิดได้รับความเสียหาย 4 ตัว ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือ และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ พร้อมจัดตั้ง "ศูนย์การสื่อสารและการช่วยเหลือเยียวยาจากเหตุการณ์ความรุนแรงจังหวัดชายแดนภาคใต้" เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกประสานงานระหว่างผู้ได้รับความเสียหายกับหน่วยงานภาครัฐ
ศูนย์ดังกล่าวจะช่วยเร่งรัดการประเมินและชดเชยความเสียหาย ติดตามการช่วยเหลือเป็นรายกรณี และมีทีมปฏิบัติงานในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการเยียวยาได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง
พ.ท.เชิด ยืนยันว่า ภาครัฐจะดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ ทั้งด้านการดำรงชีวิต การฟื้นฟูความเสียหาย และการประสานความช่วยเหลือในด้านต่างๆ เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
ด้าน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบเบาะแส บุคคล หรือพฤติกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ สามารถแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วน 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะได้รับการเก็บรักษาเป็นความลับ
ภาครัฐยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วน ทั้งการรักษาความปลอดภัย การรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามผู้ก่อเหตุ การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ตลอดจนการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน เพื่อให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับคืนสู่ความสงบ และประชาชนสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย
Advertisement