
ทีมแข่งรถฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง เดินหน้าสร้างผลงานครั้งสำคัญในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการใหญ่ระดับประเทศ ด้วยการส่งรถกระบะสายพันธุ์แกร่งลงสนามประลองความเร็วเลียบชายหาดที่มีความท้าทายสูงในจังหวัดชลบุรี ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแฟนมอเตอร์สปอร์ตและผู้เข้าชมงานที่ร่วมเชียร์ติดขอบสนามอย่างหนาตา
การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการ ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2026 สนามที่ 4 และสนามที่ 5 ณ สนามบางแสน สตรีท เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นสนามแข่งแบบปิดเมืองเลียบชายหาดที่มีความยากและท้าทายสูง ทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง หรือ FTR สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการคว้าถ้วยรางวัลกลับมาได้ถึง 5 รางวัล โดยมีกลุ่มพนักงานฟอร์ด ลูกค้ารถยนต์ฟอร์ด และพันธมิตรกว่า 300 คน ร่วมส่งกำลังใจเชียร์ทีมแข่งสีน้ำเงินตลอดทั้งช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
นักแข่งรถชื่อดัง แซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค ผู้ขับรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 3 สามารถสร้างผลงานอันน่าทึ่งตลอดการแข่งขันทั้งสองวัน โดยแบ่งตามรายละเอียดการแข่งขันในแต่ละสนามดังนี้
ในการแข่งขันสนามที่ 4 แซนดี้ต้องเผชิญความท้าทายตั้งแต่เริ่มต้นเนื่องจากเกิดปัญหาทางเทคนิคในรอบควอลิฟาย ทำให้ต้องออกสตาร์ทจากอันดับรองสุดท้ายในกริดที่ 27 ประกอบกับมีฝนตกหนักในช่วงเช้าส่งผลให้สภาพพื้นผิวถนนมีความเปียกลื่นสูง แต่แซนดี้สามารถใช้ทักษะการขับขี่และการควบคุมรถสไลด์เข้าโค้งอย่างแม่นยำ ไต่อันดับแซงรถคู่แข่งขึ้นมาได้ถึง 25 คัน จนกระทั่งจบการแข่งขันด้วยการคว้าตำแหน่งชนะเลิศในคลาสเอ และได้อันดับที่ 2 ในรุ่น Overall
สำหรับการแข่งขันสนามที่ 5 แซนดี้ยังคงรักษามาตรฐานการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยสัปดาห์นี้ได้ออกตัวจากกริดสตาร์ทในอันดับที่ 4 และใช้ประสบการณ์การเข้าโค้งในสนามแคบได้อย่างราบรื่น จนสามารถคว้าถ้วยรางวัลเพิ่มอีก 2 รางวัล ได้แก่ รางวัลอันดับที่ 2 ในคลาสเอ และรางวัลอันดับที่ 2 ในรุ่น Overall สรุปผลงานส่วนตัวคว้าไปทั้งหมด 4 ถ้วยรางวัล
ทางด้าน บูม-กันตธีร์ กุศิริ นักแข่งมากฝีมือที่ลงสนามด้วยรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 18 ทำผลงานในรอบควอลิฟายได้อย่างโดดเด่นจนได้ออกสตาร์ทในตำแหน่งโพลโพซิชันหรืออันดับแรกในการแข่งขันสนามที่ 4
ในระหว่างการแข่งขันสนามที่ 4 บูม-กันตธีร์ สามารถขับนำเป็นผู้นำขบวนรถแข่งทั้งหมดโดยไม่มีข้อผิดพลาด แม้ว่าตัวรถจะต้องแบกน้ำหนักถ่วงเพิ่มขึ้นถึง 90 กิโลกรัมตามกฎกติกาการแข่งขันก็ตาม พร้อมทั้งยังสร้างสถิติเวลาต่อรอบที่เร็วที่สุดของการแข่งขัน หรือ Best time ด้วยเวลา 2 นาที 5.483 วินาที อย่างไรก็ดี เนื่องจากสภาพอากาศมีความเย็นและความชื้นสูงในช่วงเช้าวันเสาร์ ส่งผลต่อระบบเผาไหม้ของตัวรถ ทำให้ถูกปรับเพิ่มเวลาในภายหลัง ส่งผลให้ตกไปอยู่ในอันดับที่ 6 ของคลาสเอ และอันดับที่ 8 ในรุ่น Overall
ต่อมาในการแข่งขันสนามที่ 5 บูม-กันตธีร์ ได้ออกสตาร์ทจากกริดที่ 8 และขับเคี่ยวกับคู่แข่งอย่างเข้มข้นจนผ่านไปได้ทั้งหมด 8 รอบสนาม ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุในสนามแข่งจนทำให้ผู้ควบคุมการแข่งขันต้องประกาศยุติการแข่งขันลงด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยในการเคลียร์พื้นที่สนาม ส่งผลให้บูม-กันตธีร์ คว้าอันดับที่ 4 ในคลาสเอ ไปครอง
เบสท์-ธณพล ชูเจริญผล นักแข่งอีกหนึ่งคนของทีมที่ลงแข่งขันด้วยรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 15 ต้องพบกับอุปสรรคตั้งแต่รอบควอลิฟายเนื่องจากเกิดอุบัติเหตุ แต่ด้วยความร่วมมือของทีมช่างและทีมพัฒนารถจากองค์โด้ มอเตอร์สปอร์ต ร่วมกับทีม FTR ทำให้สามารถซ่อมแซมและปรับจูนรถให้พร้อมกลับมาลงแข่งขันในสนามที่ 4 ได้ทันเวลา โดยออกตัวจากอันดับที่ 22 ธณพลสามารถเร่งเครื่องแซงรถคันอื่นได้ถึง 10 คันภายในระยะเวลาเพียง 3 รอบสนาม พุ่งขึ้นมาอยู่อันดับที่ 12 ก่อนจะเกิดเหตุเสียหลักเล็กน้อยจากรถคันหน้าและสภาพถนนที่ลื่น จนรถไถลชนขอบกำแพงพิทและต้องออกจากการแข่งขันไป
ในการแข่งขันสนามที่ 5 ทีมช่างได้ร่วมมือกันเตรียมความพร้อมของรถหมายเลข 15 ให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง ทำให้ธณพลสามารถลงสนามในอันดับสตาร์ทที่ 26 และโชว์ฟอร์มไต่อันดับแซงคู่แข่งขึ้นมาได้อย่างพุ่งทะยานถึง 15 คัน ก่อนที่การแข่งขันจะถูกสั่งยุติลง ทำให้อันดับอย่างเป็นทางการของธณพลอยู่ที่อันดับ 9 ในคลาส และอันดับ 10 ในรุ่น Overall
ความสำเร็จในครั้งนี้ของผู้ขับขี่ทุกคนตอกย้ำให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวถัง สมรรถนะของระบบช่วงล่าง และพลังของเครื่องยนต์ วี6 ทรงพลัง ในรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ได้รับการพิสูจน์ความทนทานจากสนามแข่งระดับประเทศ