
การสร้างจุดเด่นให้รถยนต์เป็นที่จดจำตั้งแต่แรกเห็นถือเป็นโจทย์ใหญ่ของนักออกแบบทั่วโลก เช่นเดียวกับ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค ที่เลือกใช้สีส้มเป็นตัวแทนของความทรงพลังและสปอร์ตพรีเมียม จนสามารถเปลี่ยนจากสีสันบนตัวถังให้กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำรุ่นที่แฟนๆ จดจำได้ทันที บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกเส้นทางและแรงบันดาลใจเบื้องหลังปรากฏการณ์สีส้มที่สั่นสะเทือนวงการรถกระบะไทยมาอย่างยาวนาน
หากย้อนกลับไปในปี 2009 ฟอร์ดได้ส่งเรนเจอร์ ไวลด์แทรค รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดพร้อมรูปลักษณ์สปอร์ต โดยจัดสีน้ำเงิน Winning Blue เป็นสีฮีโร่โปรโมตหลัก แต่มีการตัดสลับด้วยตัวอักษรโลโก้ Wildtrak สีส้มตรงท้ายกระบะเพื่อเพิ่มความสะดุดตา จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อทีมดีไซเนอร์ได้รับโจทย์ให้สร้างสรรค์สีสันใหม่สำหรับโมเดลที่จะเปิดตัวในปี 2011 คริสต้า ลินเด็กเกอร์ นักออกแบบสีและวัสดุของ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี พร้อมทีมงานต้องออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่ออัปเดตเทรนด์จากวงการแฟชั่น เทคโนโลยี และสถาปัตยกรรม นำมาจำลองภาพดิจิทัลเพื่อดูการตกกระทบของแสงบนเส้นสายรถยนต์ ควบคู่กับการทำงานร่วมกับทีมวิศวกรเพื่อพัฒนาเนื้อสีให้ทนทานต่อแสงแดดและรังสียูวีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในที่สุดแรงบันดาลใจที่ทุกคนตามหากลับซ่อนอยู่ใกล้ตัวอย่างสติกเกอร์โลโก้สีส้มท้ายกระบะรุ่นปี 2009 นำไปสู่การพัฒนาเป็นสีตัวถัง Chilli Orange ที่เปี่ยมด้วยพลังในเวลาต่อมา
เมื่อ ฟอร์ด ประเทศไทย นำเอา ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค สีส้มเข้ามาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2012 ได้เกิดแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ในฐานะผู้บุกเบิกกระบะสีฉูดฉาดเจ้าแรกในไทย ฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ของตลาดที่มักนิยมเฉพาะสีขาว ดำ เทา และเงิน โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เฉดสีฮีโร่นี้ได้มีวิวัฒนาการปรับเปลี่ยนสเปกความเข้มและโทนสีตามยุคสมัยดังต่อไปนี้
สายเลือดสีสันโทนร้อนนี้ถูกฝังอยู่ในตัวตนของรถยนต์ตระกูลนี้มาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น โดยหากย้อนมองรถต้นแบบ Ranger Max Concept ในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ ปี 2008 ตัวถังภายนอกก็ได้รับการพ่นด้วยสีเหลืองอมส้ม Mango Hit ไว้แล้ว นอกเหนือจากความงดงามภายนอก ทีมออกแบบยังได้ส่งต่อความประณีตเข้ามาสู่ห้องโดยสารด้วยการนำเอาสีส้มฮีโร่ไปใช้ตกแต่งตามจุดต่างๆ เช่น งานเดินด้ายเย็บตะเข็บเบาะนั่ง คอนโซลหน้า และบริเวณขอบคันเกียร์ เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์การดีไซน์ที่สวยงามไร้รอยต่อ ที่น่าสนใจคือทุกครั้งที่ทีมงานเริ่มพัฒนาโมเดลใหม่และลองเสนอไอเดียสีโทนอื่นอย่างสีน้ำเงินหรือสีเขียว สุดท้ายผลลัพธ์จากการทดสอบกับกลุ่มลูกค้าก็มักจะหมุนวนกลับมาจบที่โทนสีส้มเหลืองนี้เสมอ เพราะเป็นเฉดสีที่เป็นอัตลักษณ์สำคัญและไม่มีใครยอมปล่อยให้หายไปจากตลาดรถยนต์
จากแนวคิดดีไซน์ที่ต่อยอดจากบริบทโดยรอบจนเกิดเป็นไอเดียที่คาดไม่ถึง ในวันนี้เฉดสีส้มได้หลอมรวมกลายเป็นเนื้อเดียวกับตัวตนของ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค อย่างสมบูรณ์แบบ การันตีด้วยความนิยมที่เหนียวแน่นและการเฝ้ารอคอยนวัตกรรมสีสันใหม่ๆ จากผู้ใช้งานทั่วโลกรวมถึงในไทย ซึ่งถือเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จของการกล้าคิดนอกกรอบในวงการยานยนต์อย่างแท้จริง