
Chery Group ร่วมกับ OMODA & JAECOO สร้างหมุดหมายสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ประกาศเปิดโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย แนวคิด “The Future Starts Here” เดินหน้าลงทุนระยะยาว พร้อมยกระดับไทยสู่ฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับการลงทุนเปิดโรงงานผลิตในประเทศไทยของ Chery Group นับเป็นก้าวสำคัญของกลยุทธ์ด้านการผลิตในประเทศ (Localization)
นายเฉิน ชุนชิง (Mr.Chen Chunqing) รองประธานบริหาร CHERY International กล่าวว่า
“ในวันนี้ ผมขอยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทในการสร้างมาตรฐานการผลิตระดับโลก การเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง และการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายต่อเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในระดับโลก”
ในแผนระยะ 5 ปี (2569–2573) บริษัทตั้งเป้ากำลังการผลิตไว้ที่ 80,000 คันต่อปี สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะ “ฐานการผลิตหลัก” เพื่อรองรับทั้งตลาดในประเทศและการส่งออกในภูมิภาค
นายเซดริก ซุย (Mr. Cedric Cui) ประธาน Chery Group (ประเทศไทย) กล่าวว่า
“สิ่งที่เราต้องการสื่อสารในประเทศไทยนั้นชัดเจน คือความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจระยะยาว เราไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อผลิตหรือจำหน่ายรถยนต์เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในทุกมิติ ตั้งแต่ความพร้อมของอะไหล่ คุณภาพการบริการ การดูแลลูกค้า ไปจนถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในประเทศไทย”
ปัจจุบัน Chery Group ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์จีนที่เติบโตเร็วที่สุดในตลาดโลก โดยมี
และยังสร้างสถิติเป็นแบรนด์รถยนต์จีนรายแรกที่มียอดส่งออกรวมทะลุ 6 ล้านคัน พร้อมยอดส่งออกต่อเดือนเกิน 100,000 คันต่อเนื่อง 11 เดือน ขณะที่เดือนมีนาคมมียอดส่งออก 148,777 คัน เติบโต 72% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ในยุโรป Chery Group ได้ดำเนินธุรกิจในมากกว่า 18 ประเทศ และในตลาดพวงมาลัยขวาทั่วโลก ครอบคลุม 14 ประเทศ พร้อมสัดส่วนรถยนต์พลังงานใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทยปัจจุบันกลุ่มบริษัทมีการดำเนินธุรกิจผ่าน 3 แบรนด์ ได้แก่ OMODA & JAECOO, CHERY และล่าสุดคือ LEPAS
ความเคลื่อนไหวของ Chery ในไทยไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแบรนด์เดียว แต่สอดคล้องกับการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 กลุ่ม CHERY, OMODA & JAECOO สามารถคว้า อันดับ 1 ยอดจองในกลุ่มแบรนด์จีน เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในแบรนด์จากประเทศจีนรายนี้มากขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย
นอกจากการผลิต บริษัทตั้งเป้าขยายเครือข่ายบริการเป็น 210 โชว์รูมภายในปี 2569 พร้อมพัฒนาบุคลากรช่างเทคนิคให้ผ่านการรับรอง 100% ยังมีความร่วมมือกับ
เพื่อยกระดับทักษะด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ของแรงงานไทย โดยที่รถยนต์ไฟฟ้าล็อตแรกที่ผลิตในโรงงานประเทศไทยจะถูกส่งมอบให้กับ สภากาชาดไทย อีกด้วย
การเปิดโรงงานของ Chery Group ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวสำคัญที่สะท้อนว่าไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในอาเซียน เมื่อรวมกับการลงทุนจากค่ายจีนรายอื่นในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา (ปัจจุบันมีประมาณ 8 ราย) ทำให้ ecosystem ของ EV ในไทยเริ่มครบวงจร ทั้งการผลิต ซัพพลายเชน บุคลากร และตลาดผู้บริโภค การเข้ามาของ OMODA & JAECOO จึงไม่ใช่แค่ “ผู้เล่นใหม่” แต่อาจเป็น“ตัวเร่ง” ที่จะทำให้การแข่งขันในตลาด EV ไทยเข้มข้นขึ้น และอาจส่งผลต่อโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาวหลังจากนี้