
วันที่ 19 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีตำรวจระยองปิดคดี หญิงสาว อายุ 17 ปี ถูกเยาวชนอายุ 16 ปี ฆาตกรรมนำศพทิ้งอำพรางในถังขยะ
ล่าสุด เมื่อช่วงบ่าย ครอบครัว น.ส.ชลธิชา (สงวนนามสกุล) อายุ 17 ปี หรือน้องฝน ได้เดินทางมายัง สภ.แกลง เพื่อรอทำเรื่องรับร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาที่จังหวัดบ้านเกิด ที่จังหวัดนครราชสีมา
ภายในห้องสอบสวนตำรวจคุมตัวเยาวชนชาย อายุ 16 ปี สอบปากคำพิมพ์ลายนิ้วมือเซ็นสารภาพ จากนั้นคุมไปยังศาลเยาวชนจังหวัดระยอง
ขณะเดียวกันขณะที่ญาติญาติต่างมาเฝ้ารอทำเรื่องรับร่างน้องฝนไปประกอบพิธีได้ยืนอยู่หน้าห้องสอบสวนและพยายามส่องดูเพื่อขอดูหน้าผู้ก่อเหตุ แต่ผู้ก่อเหตุมีผ้าคลุมปิดหน้ามิดชิดไม่สามารถเห็นหน้าได้
ต่อมาทราบว่าตำรวจได้พาผู้ก่อเหตุขึ้นรถทางประตู หลังเพื่อนำไปศาลเยาวชน เมื่อญาติรู้ข่าวได้โวยเจ้าหน้าที่เพราะไม่บอกไม่กล่าว ไม่ให้เห็นหน้าผู้ก่อเหตุ
นายณรงค์ อายุ 44 ปี น้าของน้องฝน เมื่อรู้ข่าวเจ้าหน้าที่นำผู้ก่อเหตุออกประตูหลังไปแล้ว โดยที่ไม่ได้เห็นหน้าได้โวยเจ้าหน้าที่ว่าจะปิดบังทำไม แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าใครเป็นผู้ต้องหา ใครเป็นผู้ก่อเหตุ สิ่งที่เกิดขึ้น ญาติญาติก็อยากจะให้ความเป็นธรรมกับน้อง แค่อยากเห็นหน้าเท่านั้น ไม่ได้จะทำอะไรเลย แต่ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงปิดบังข้อมูลขนาดนี้ ญาติก็อยากเห็นหน้า อยากให้ความเป็นธรรมกับหลานตัวเองเหมือนกัน หลานตายไปทั้งคน ไม่เห็นใจกันเลยเหรอ
นายวินัย (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี พ่อน้องฝน ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ถึงกรณีที่ลูกสาวถูกทำร้ายร่างกายเสียชีวิตอย่างทารุณโหดเหี้ยม โดยในตอนหนึ่งของสัมภาษณ์ได้พูดขึ้นมาว่าอยากกระโดดถีบผู้ก่อเหตุมาก แต่ไม่สามารถทำได้
ต่อมา ตำรวจสภ. แกลงได้อธิบายให้ญาติของผู้เสียชีวิตเข้าใจว่ากฎหมายเด็กและเยาวชนนั้น เมื่อเกิดคดีขึ้นต้องเร่งสอบสวนพยานหลักฐานต่างๆนำส่งศาลเยาวชนภายใน 24 ชั่วโมง ตำรวจไม่ได้จงใจปิดบังข้อมูลหรือเบี่ยงเบนอะไรแค่อยากให้ญาติเข้าใจในกฎหมายเด็กและเยาวชน ซึ่งทางญาติก็น้อมรับฟังคำอธิบายจากทางตำรวจและ เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ติดใจอะไร
Advertisement