OMODA & JAECOO ประเทศไทย รุกตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ด้วยการเปิดตัว THE NEW OMODA C5 EV MAX+ อย่างเป็นทางการ ยนตรกรรมรุ่นนี้สะท้อนตัวตนคนรุ่นใหม่ที่เน้นความทันสมัยและเทคโนโลยีล้ำยุค ภายใต้ความสำเร็จจากการส่งมอบรถกว่า 18,030 คันในปีที่ผ่านมา แบรนด์มุ่งเน้นการสร้างรากฐานที่ยั่งยืนในไทยด้วยแผนการประกอบรถยนต์ภายในประเทศหรือรุ่น KD เริ่มดำเนินการผลิตจริงในช่วงเมษายน 2569 นี้ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นด้านบริการหลังการขายและอะไหล่ให้แก่ผู้ใช้งานชาวไทยในระยะยาว
OMODA C5 EV MAX+
ดีไซน์ภายนอก OMODA C5 EV MAX+ ความโฉบเฉี่ยวแนวอวกาศ การออกแบบภายนอกมาในแนวคิด ROBO SHARK Design ที่เน้นความปราดเปรียวและเส้นสายคมชัดสะท้อนความแข็งแกร่ง
ชุดไฟหน้าแบบ Lightning-styled LED ดีไซน์รูปทรงสายฟ้าเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไฟท้ายแบบ Full-width Lighting Tail Lamps พาดกว้างเต็มพื้นที่ส่วนหลังเพิ่มมิติความกว้างและความสปอร์ต ตัวถังเน้นอากาศพลศาสตร์ช่วยลดแรงต้านทานลมส่งผลต่อระยะทางการวิ่ง ลวดลายเส้นสายด้านข้างตัวรถให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวแม้ขณะจอดนิ่ง
ห้องโดยสารอัจฉริยะ
ฟังก์ชันไลฟ์สไตล์เพื่อคนยุคใหม่ ภายในเน้นความสะดวกสบายของผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน
หน้าจอควบคุมกลางขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียดสูงระดับ 2K HD ระบบเสียงพรีเมียมจาก Sony พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่งรอบทิศทาง ระบบกรองอากาศมาตรฐาน PM 0.3 ป้องกันมลพิษจากภายนอกเข้าสู่ห้องโดยสาร เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบนวด ระบายอากาศ และทำความร้อน พนักพิงหลังปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง รองรับสรีระการเดินทางไกลได้อย่างดี ฟังก์ชัน Camp Mode สำหรับจ่ายไฟและใช้งานขณะพักแรม ฟังก์ชัน Pet Mode ควบคุมอุณหภูมิห้องโดยสารให้เหมาะสมสำหรับสัตว์เลี้ยง
สมรรถนะการขับขี่
OMODA C5 EV MAX+ แรงเร้าใจและปลอดภัย ประสิทธิภาพของมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ครอบคลุมทั้งในเมืองและนอกเมือง
มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 288 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลา 7.2 วินาที ระยะทางการวิ่งสูงสุด 422 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC รองรับการชาร์จกระแสตรง DC สูงสุด 110 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่เทคโนโลยี LFP ทนทานต่อความร้อนและแรงกระแทก ความสามารถในการลุยน้ำลึกสูงสุด 45 เซนติเมตร นาน 30 นาที มาตรฐาน IP68
มาตรฐานความปลอดภัย
และระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS โครงสร้างรถและการปกป้องผู้โดยสารได้รับความสำคัญสูงสุดผ่านเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทันสมัย
โครงสร้างตัวถังผลิตจากเหล็กกล้าความทนทานสูงในสัดส่วน 78 เปอร์เซ็นต์ ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ ADAS รวมทั้งหมด 19 ฟังก์ชัน กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 540 องศา ช่วยตรวจสอบจุดอับสายตาและใต้ท้องรถ ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติและระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน การรับประกันแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งานภายใต้เงื่อนไขบริษัท
ข้อเสนอพิเศษและราคาจำหน่าย
ภายในงานมอเตอร์โชว์ สำหรับผู้ที่จองสิทธิ์ OMODA C5 EV MAX+ ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2569 จะได้รับราคาพิเศษ 629,xxx บาท จากราคาคาดการณ์ปกติที่ 7xx,xxx บาท โดยราคานี้จะปรับเป็น 649,xxx บาท ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน เป็นต้นไป พร้อมรับโปรโมชัน Free Lifetime Warranty ประกันตลอดอายุการใช้งาน ฟรีโฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้ง และประกันภัยชั้น 1 โดยมีกำหนดส่งมอบรถรุ่นประกอบในไทยภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 นี้
OMODA & JAECOO ยังได้ประกาศแผนการประกอบในประเทศ (KD) สำหรับ OMODA C5 EV MAX+ , JAECOO 5 EV MAX+, JAECOO 6 EV Long Range 4WD และ JAECOO 6 EV 2WD MAX ซึ่งก้าวสำคัญนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการทำให้ยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้บริโภคชาวไทย โดยขณะนี้โรงงานในไทยอยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผน และจะมีการเริ่มผลิตรถภายในเมษายน 2569 การประกอบในประเทศจะช่วยเสริมความพร้อมด้านอะไหล่ บริการหลังการขาย และการสนับสนุนลูกค้าในระยะยาว ทำให้ผู้ใช้ทั่วประเทศได้รับบริการที่เข้าถึงได้ง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น
พร้อมกันนี้ OMODA & JAECOO ยังจัดเตรียมโปรโมชั่นพิเศษสำหรับงาน Bangkok International Motor Show 2026 (จองระหว่างวันที่ 23 มีนาคมถึง 5 เมษายน 2569 และรับรถภายใน 30 เมษายน 2569 สำหรับรุ่น CBU และรับรถภายใน 31 พฤษภาคม 2569 เฉพาะรุ่น KD) เพื่อช่วยให้ผู้สนใจสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอด้านราคา เงื่อนไขทางการเงิน หรือสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ดังนี้
JAECOO 6 EV 2WD MAX ลงทะเบียนจองสิทธิ์รับราคาพิเศษภายในช่วง Motor Show 799,XXX บาท* (จากราคาคาดการณ์ 8XX,XXX บาท) JAECOO 6 EV LONG RANGE 4WD (KD Model) ราคาพิเศษภายในช่วง Motor Show 999,900 บาท* (จากราคา 1,249,000 บาท) JAECOO 6 EV LONG RANGE 4WD (CBU Model) ราคาพิเศษ 999,000 บาท จากราคา 1,249,000 บาท JAECOO 6 EV LONG RANGE 2WD Pro (CBU Model) ราคาพิเศษ 799,000 บาท จากราคา 899,000 บาท JAECOO 6T EV LONG RANGE 4WD ราคาพิเศษ 1,049,000 บาท จากราคา 1,099,000 บาท JAECOO 5 EV MAX+ ลงทะเบียนจองสิทธิ์รับราคาพิเศษภายในช่วง Motor Show 579,XXX บาทเท่านั้น* (จากราคาคาดการณ์ 6XX,XXX บาท) ก่อนปรับเป็น 6XX,XXX บาท ตั้งแต่ 6 เมษายน 2569 เป็นต้นไป JAECOO 7 SHS MAX ราคาพิเศษ 899,000 บาท จากราคา 999,000 บาท OMODA C5 EV MAX ลงทะเบียนจองสิทธิ์รับราคาพิเศษภายในช่วง Motor Show 629,xxx บาท* (จากราคาคาดการณ์ 7xx,xxx บาท) ก่อนปรับเป็น 649,xxx บาท ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
นอกจากราคาพิเศษแล้ว ผู้ซื้อทุกรุ่นยังได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย ได้แก่
ฟรี Lifetime Warranty มั่นใจตลอดการขับขี่ ด้วยการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน ครอบคลุมแบตเตอรี่ มอเตอร์ และระบบควมคุมไฟฟ้า มูลค่า 80,000 บาท (ยกเว้น JAECOO 7 SHS MAX)
ลูกค้าใหม่ที่จอง JAECOO 5 EV MAX+ (KD) JAECOO 6 EV (KD), OMODA C5 EV MAX+ ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 และรับรถภายใน 31 พฤษภาคม 2569 รวมถึงลูกค้าที่จอง JAECOO 6 EV (CBU), JAECOO 5 EV (CBU), JAECOO 6T EV (CBU) และรับรถภายใน 30 เมษายน 2569 จะได้รับ การรับประกันตลอดอายุการใช้งาน ฟรี ทั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด
ลูกค้าปัจจุบันที่ออกรถก่อนวันที่ 1 มีนาคม 2569 สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการขยายการรับประกันได้ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ผ่าน QR Code และต้องผ่านการตรวจสอบสภาพรถพร้อมลงนามสัญญาที่ศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตภายใน 31 พฤษภาคม 2569
ฟรี Home Charger พร้อมติดตั้ง ฟรี AC Portable Charger ฟรี! Application T-Box 5 ปี* (ยกเว้น JAECOO 5 EV ฟรี! Application T-Box 1 ปี*) ฟรีสายชาร์จ V-to-L (ยกเว้น JAECOO 5 EV) ฟรี พรม JAECOO สำหรับ JAECOO ฟรี บริการรถช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ฟรี! พรม OMODA* (เฉพาะรุ่น OMODA C5 EV MAX+)
สำหรับ JAECOO 7 SHS MAX ยังคงได้รับ Warranty ตามนี้
ฟรี การรับประกันเครื่องยนต์ (Engine Warranty) ครอบคลุมระยะเวลา 10 ปี ไม่กำหนดระยะทาง ฟรี การรับประกันคุณภาพรถใหม่ (New Car Warranty) ครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร ฟรี การรับประกันระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน (Driving Motor System) ครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 160,000 กิโลเมตร