
จากฐานข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา พบว่าสาเหตุการเกิดเหตุรถเฉี่ยวชนส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากความประมาทพื้นฐานเพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมเฉพาะตัวของเทศกาลเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างนัยสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องของพื้นผิวจราจรที่เปลี่ยนไปจากน้ำและทัศนวิสัยที่ถูกรบกวน การทำความเข้าใจดาต้าเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ขับขี่ขากลับสามารถประเมินความเสี่ยงและปรับพฤติกรรมการขับขี่ให้เท่าทันต่อสถานการณ์เพื่อลดโอกาสการเกิดความสูญเสีย พาไปวิเคราะห์ต้นเหตุของอุบัติเหตุที่พบบ่อยที่สุดเพื่อเป็นแนวทางป้องกันสำหรับการเดินทางไกลขากลับให้ถึงจุดหมายอย่างปลอดภัยทุกคน
สถิติระบุว่าอุบัติเหตุการชนท้ายพุ่งสูงขึ้นกว่าช่วงเวลาปกติถึง 3 เท่าในช่วงสงกรานต์ สาเหตุหลักมาจากพื้นผิวถนนที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำและคราบละอองสบู่หรือน้ำผสมแป้ง ซึ่งทำให้ค่าแรงเสียดทานระหว่างยางรถยนต์กับถนนลดลงอย่างมาก เมื่อรถคันหน้าเบรกกะทันหันเพื่อหลบคนเล่นน้ำหรือชะลอดูเหตุการณ์ รถคันหลังที่ขับตามมาในระยะปกติมักจะไม่สามารถหยุดรถได้ทันเนื่องจากระยะเบรกบนถนนเปียกจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20 ถึง 30 เมตร หากใช้ความเร็วสูง การรักษาระยะห่างมากกว่าปกติจึงเป็นหัวใจสำคัญของการขับขี่ในช่วงนี้
หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้รถเสียหลักชนขอบทางหรือเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ คือการโดนสาดแป้งเข้าที่กระจกบังลมหน้าในจังหวะที่รถกำลังใช้ความเร็ว เมื่อแป้งดินสอพองผสมกับน้ำและถูกที่ปัดน้ำฝนปัดออกไปจะเกิดเป็นคราบขาวขุ่นแผ่กระจายเต็มกระจก ส่งผลให้ผู้ขับขี่มองไม่เห็นเส้นทางชั่วขณะจนเกิดอาการตกใจและหักหลบผิดทิศทาง ดาต้าชี้ให้เห็นว่าอุบัติเหตุลักษณะนี้มักเกิดขึ้นในเขตชุมชนและเส้นทางสายรองที่มีการเล่นแป้งหนาแน่น ผู้ขับขี่จึงควรตรวจสอบน้ำยาล้างกระจกให้พร้อมใช้อยู่เสมอเพื่อเจือจางคราบแป้งให้หลุดออกไปโดยเร็วที่สุด
อุบัติเหตุการชนด้านข้างมักเกิดขึ้นเมื่อผู้ขับขี่พยายามหักหลบกลุ่มคนเล่นน้ำที่วิ่งออกมาบนถนนหรือหลบรถกระบะที่จอดเล่นน้ำริมทางโดยไม่ได้เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวล่วงหน้า การหักหลบอย่างกะทันหันในขณะที่มีรถคันอื่นวิ่งมาในเลนข้างเคียงหรือจุดอับสายตาเป็นต้นเหตุของเหตุการณ์รถเฉี่ยวชนกันอย่างต่อเนื่อง สถิติพบว่าความรุนแรงของอุบัติเหตุประเภทนี้มักเพิ่มขึ้นบนถนนที่มีหลายช่องจราจร เนื่องจากรถใช้ความเร็วต่างกันและการตัดสินใจในเสี้ยววินาทีที่ขาดการสังเกตกระจกมองข้างอย่างถี่ถ้วน
รถจักรยานยนต์เป็นกลุ่มที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดในช่วงสงกรานต์ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการถูกสาดน้ำแรงดันสูงใส่ใบหน้าจนเสียหลักล้ม หรือการพยายามขับขี่ซิกแซกเพื่อหลบน้ำจนตัดหน้ารถยนต์ในระยะกระชั้นชิด ผู้ขับรถยนต์ต้องใช้ความระมัดระวังและลดความเร็วเมื่อต้องขับตามหรือสวนทางกับรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ที่มีคนสาดน้ำ เพราะพฤติกรรมของรถเล็กอาจเปลี่ยนไปอย่างคาดเดาได้ยากเมื่อต้องเผชิญกับแรงดันน้ำจากคนข้างทาง
การเดินทางขากลับสงกรานต์ท่ามกลางการจราจรที่หนาแน่นและการสะสมของความเหนื่อยล้าเป็นช่วงเวลาที่เสี่ยงที่สุด การเรียนรู้จากดาต้าอุบัติเหตุช่วยให้เราเห็นว่าความเร็วที่เหมาะสมและการรักษาระยะห่างคือตัวช่วยที่ดีที่สุด การมีสติและไม่ขับรถจี้ท้ายจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเบรกบนถนนลื่นได้มหาศาล รวมถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับทัศนวิสัยที่อาจแย่ลงจากคราบแป้งจะทำให้เราควบคุมรถได้อย่างมั่นใจจนถึงจุดหมาย
บทเรียนสถิติอุบัติเหตุสงกรานต์พบว่าการชนท้ายบนถนนลื่นและการเสียหลักจากทัศนวิสัยมืดบอดเป็นเหตุการณ์ที่พบบ่อยที่สุด การลดความเร็วและเพิ่มความสังเกตสิ่งรอบข้างจะช่วยให้ผู้ขับขี่เดินทางกลับไปทำงานได้อย่างปลอดภัยและไร้อุบัติเหตุตลอดเส้นทาง