
ระยะหยุดรถไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีที่ตาเห็นอันตราย แต่เริ่มจาก ระยะคิด (Thinking Distance) ซึ่งคือช่วงเวลาที่สมองสั่งการให้เท้าเหยียบเบรก โดยในช่วงเสี้ยววินาทีนี้รถยังคงวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วคงที่ จากนั้นจึงเข้าสู่ ระยะเบรก (Braking Distance) ที่ผ้าเบรกเริ่มทำงานเพื่อเปลี่ยนพลังงานจลน์เป็นความร้อนจนรถหยุดนิ่งสนิท ซึ่งระยะนี้จะแปรผันตามกำลังสองของความเร็ว หมายความว่าหากคุณขับเร็วขึ้นเพียงเท่าตัว ระยะเบรกอาจเพิ่มขึ้นถึงสี่เท่าตัวเลยทีเดียว ดังนั้นการรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าที่ตาเห็นจึงเป็นหัวใจสำคัญของการขับขี่ที่ปลอดภัยเพื่อชดเชยช่วงเวลาการตอบสนองและแรงเฉื่อยของตัวรถ
การที่รถหนึ่งคันจะหยุดสนิทได้นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของผ้าเบรกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากผลรวมของ 2 ระยะสำคัญ ดังนี้
ระยะการตอบสนอง
คือระยะทางที่รถวิ่งไปในขณะที่คุณ "เห็นเหตุการณ์" ไปจนถึง "เท้าเริ่มแตะเบรก"
ระยะเบรก
คือระยะทางตั้งแต่คุณ "เริ่มกดเบรก" ไปจนถึง "รถหยุดสนิท"
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน นี่คือระยะหยุดรถโดยประมาณเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วระดับต่างๆ
ความเร็ว (กม./ชม.) | ระยะการตอบสนอง (เมตร) | ระยะเบรก (เมตร) | ระยะหยุดรวม (เมตร) |
50 | 10 | 15 | 25 (ประมาณตึก 6 ชั้น) |
80 | 17 | 38 | 55 (ครึ่งสนามฟุตบอล) |
100 | 21 | 60 | 81 |
120 | 25 | 86 | 111 (ยาวกว่าสนามฟุตบอล) |
นอกจากการใช้ "ทฤษฎี 2 วิ" เพื่อรักษาระยะห่างจากคันหน้าแล้ว คุณควรฝึกสังเกตสภาพแวดล้อมดังนี้
การเข้าใจเรื่องระยะหยุดรถจะทำให้เราไม่ประมาทและไม่ขับจี้ท้ายคนอื่น เพราะในสถานการณ์ฉุกเฉิน "ระยะห่างเพียงไม่กี่เมตร" อาจหมายถึงความแตกต่างระหว่าง ความปลอดภัย กับ ความสูญเสีย