แบตเตอรี่ ถือเป็นส่วนสำคัญของรถ การใช้ และดูแลแบตเตอรี่ มีวิธีอย่างไร

15 เม.ย. 67

แบตเตอรี่ ถือเป็นส่วนสำคัญของรถยนต์ การใช้และดูแลแบตเตอรี่อย่างถูกวิธี มีวิธีการอย่างไร 

  • เวลาใส่ขั้วแบตเตอรี่อย่าใช้โลหะหรือของแข็งตอกอัดขั้วลงไป เพราะจะทำให้ขั้วแบตเตอรี่ชำรุดและแผ่นธาตุภายในหลุดร่วง เกิดการช๊อตในช่องของแบตเตอรี่ ควรใช้มือกดหมุนลงไปเท่านั้น ถ้าขั้วสายเล็กกว่าให้ใช้ไขควงถ่างรอยผ่าเสียก่อน แล้วจึงขันน๊อตให้แน่นพอสมควร จากนั้นให้ใช้จาระบีทาบาง ๆ เพื่อป้องกันซัลเฟสหรือขี้เกลือเกาะที่ขั้วแบตเตอรี่

  • เวลาถอดขั้วสายออกจากแบตเตอรี่ห้ามใช้ไขควงหรือของแข็งงัดออก จะทำให้ฝาแบตเตอรี่ชำรุดเสียหายได้ ต้องคลายสกรูล็อกขั้วแบตเตอรี่ออกให้หลวมซะก่อน จึงใช้ไขควงบิดรอยแยกให้ถ่างออก แล้วใช้มือหมุนออกเช่นเดียวกับข้อแรก

  • อย่าสตาร์ทเครื่องยนต์ให้นานจนเกินไป หรือสตาร์ทติดต่อเป็นเวลานานเกิน 10 วินาทีต่อครั้ง เพราะถ้ายังขืนสตาร์ทเครื่องยนต์ต่อไปอีกเรื่อย ๆ อาจจะทำให้แผ่นธาตุแบตเตอรี่ชำรุด หรือมอเตอร์สตาร์ทไหม้ได้ ดังนั้นทุกครั้งที่สตาร์ทเครื่องยนต์ หากเครื่องยนต์ยังไม่ติดในการสตาร์ทครั้งแรก การสตาร์ทครั้งต่อ ๆ ไป ควรบิดกุญแจสตาร์ทค้างไว้ไม่เกิน 10 วินาที แล้วพักอย่างน้อย 10 วินาที จึงสตาร์ทใหม่อีกครั้ง

  • ให้เปิดฝาตรวจดูระดับน้ำยาที่อยู่ในช่องแบตเตอรี่แต่ละช่องทุกสัปดาห์ ถ้าระดับน้ำยาลดลงให้เติมเฉพาะน้ำกลั่นเท่านั้น และควรสูงท่วมแผ่นธาตุประมาณ 1 ซม. (แบตน้ำ)

  • อย่าปล่อยแบตเตอรี่ไว้โดยไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานเป็นอันขาด เพราะจะทำให้แผ่นธาตุเสื่อม ควรนำมาชาร์จไฟอย่างน้อย 15 วันต่อครั้ง ๆ ละไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง

  • ไม่ควรชาร์จแบตเตอรี่ด้วยกระแสไฟที่สูงเกินไปนัก จะทำให้แผ่นธาตุทำปฏิกิริยากับน้ำยาอย่างรวดเร็ว เกิดความร้อนสูง ทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่สั้นลงกว่าที่กำหนด

  • หมุนฝาปิดช่องเติมน้ำกลั่นให้แน่น (แบตน้ำ) และอย่าให้รูระบายอากาศอุดตัน เพื่อการระบายก๊าซขณะแผ่นธาตุทำปฏิกิริยากับน้ำยาในแบตเตอรี่ จะเกิดความร้อนและก๊าซขยายตัวมาก ๆ อาจทำให้แบตเตอรี่บวมหรือระเบิดได้นะ จำไว้ให้ดีทีเดียว

  • หมั่นเช็ดทำความสะอาดฝาแบตเตอรี่ อย่าให้มีสิ่งสกปรก อย่างเช่น ฝุ่น คราบน้ำมัน มาเกาะ หรืออาจใช้น้ำร้อนราดตรงบริเวณขั้วแบตเตอรี่ กรณีที่มีซัลเฟสหรือขี้เกลือเกาะที่ขั้วสาย

  • อย่าวางเครื่องที่เป็นโลหะบนหม้อแบตเตอรี่ จะทำให้เกิดการลัดวงจร ขั้วแบตเตอรี่จะชำรุดเสียหายได้

  • การติดตั้งแบตเตอรี่ ต้องติดตั้งกับแท่นยึดที่แข็งแรงและแน่น ไม่สั่นสะเทือนมากในขณะปฏิบัติงานสะดวกต่อการบริการ พยายามติดตั้งให้ไกลจากความชื้น และอุณหภูมิที่สูงจนเกินไป

  • ในการเคลื่อนย้ายแบตเตอรี่ให้ใช้วิธียก ไม่ควรลากหรือดึง หรือปล่อยลงกระแทกพื้นแรง ๆ เพราะอาจจะทำให้เปลือกหม้อแบตเตอรี่แตกหรือทะลุได้นะ

  • แบตเตอรี่ใหม่หลังจากเติมน้ำยา Electrolite แล้วจะเกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นเอง แต่ในการใช้งานจริงไม่ควรนำไปใช้งานทันที เพราะจะทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่สั้น หรือเสื่อมสภาพเร็วกว่าปรกติ ควรนำไปชาร์จไฟเสียก่อน ด้วยกระแสไฟต่ำ ๆ ประมาณ 2–3 แอมแปร์ เป็นเวลาประมาณ 72 ชั่วโมง (แต่ที่ตามร้านขายแบตเตอรี่ทำกัน คือ นำแบตใหม่ไปชาร์จไฟ ด้วยกระแสไฟประมาณ 10–15 แอมแปร์ ในเวลาประมาณ 30 นาที–1 ชั่วโมงเท่านั้น เพราะถ้าชาร์จไฟลูกละ 3 วันจริง ๆ ล่ะก็ สงสัยจะเจ๊งตั้งแต่เดือนแรกที่เปิดขายนั่นแหละ) แล้วจึงนำไปใช้งาน จะทำให้ได้แบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

  • แบตเตอรี่จะมีอายุการใช้งานและมีประสิทธิภาพดีที่สุด แบตเตอรี่นั้นจะต้องได้รับการประจุ หรือชาร์จไฟเต็มอยู่ตลอดเวลา

  • แบตเตอรี่ทั่วไปมีอายุการใช้งานระหว่าง 18 เดือน ถึง 24 เดือน ซึ่งขึ้นอยู่กับการใช้งานและการบำรุงรักษาที่ถูกวิธี ถ้าบำรุงรักษาไม่ถูกวิธีจะมีอายุการใช้งานต่ำ แค่ 6 เดือน ถึง 1 ปีเท่านั้น แต่ถ้าใช้และบำรุงรักษาให้ถูกวิธี อายุการใช้งานอาจจะได้มากกว่า 30 เดือน หรือเกิน 2½ ปีด้วยซ้ำไปนะท่าน!

คงพอทราบเรื่องราวของ แบตเตอรี่ กันไปเรียบร้อยแล้ว ท่านที่มีรถยนต์ส่วนตัวใช้ หรือกำลังจะซื้อรถยนต์มาเป็นส่วนตัว ก็คงจะทราบการใช้และดูแลแบตเตอรี่กันแล้วนะ      

istock-1384336411

advertisement

ยานยนต์ คุณอาจสนใจ

ข่าวยอดนิยม