เคอรี่ ออกแถลงการณ์ไล่ออก 4 พนักงานแกะพัสดุ “เซ็กส์ทอย” พร้อมดำเนินคดีถึงที่สุด

จากกรณีพนักงานจำนวนหนึ่งของบริษัทด้านการขนส่งสินค้าชื่อดัง แกะกล่องพัสดุของลูกค้ารายหนึ่งและนำเซ็กส์ทอยที่อยู่ด้านในมาถ่ายรูปลงในเฟซบุ๊ก และได้มีเพื่อนของพนักงานคนดังกล่าวมาแสดงความเห็นล้อเลียน รวมทั้งถามที่อยู่ของลูกค้าเจ้าของเซ็กส์ทอยอีกด้วย จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงการละเมิดความเป็นส่วนตัวลูกค้า และท่าทีที่เข้าข่ายการคุกคามของพนักงานบริษัทดังกล่าว ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562 บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ต้นสังกัดของพนักงานที่ก่อเหตุสุดฉาวดังกล่าว ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษต่อพฤติกรรมของพนักงานทั้ง 4 คน ซึ่งเป็นพนังงานของบริษัทในศูนย์กระจายสินค้าแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนครปฐม โดยพนักงานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้ถูกเลิกจ้างทันที เนื่องจากเป็นความผิดร้ายแรงต่อจรรยาบรรณในการทำงานของบริษัท รวมทั้งหัวหน้าเขตจะถูกลงโทษทางวินัยด้วย และบริษัทจะดำเนินคดีทางกฎหมายกับบุคคลที่ถูกเลิกจ้างในถึงที่สุด โพสต์โดย Kerry Express Thailand เมื่อ วันจันทร์ที่ 29 เมษายน 2019

ย้อนอ่านแถลงการณ์แอมเนสตี้ ‘คัดค้านโทษประหาร’ ชี้ไม่ทำให้คนทำผิดลดลง

จากกรณีพบศพ นักท่องเที่ยวสาวเยอรมัน น.ส.บีลเทอ มิเรียม อายุ 27 ปี ถูกข่มขืนและฆาตกรรม ที่บริเวณท้ายทอยที่ตีด้วยของแข็ง จนคอหัก ส่วนที่บริเวณใบหน้าและศีรษะ ถูกของแข็งกระแทกจนเป็นบาดแผลฉกรรจ์ และถูกหมกศพอำพราง ที่เกาะสีชัง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 7 เม.ย. โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ควบคุมตัว นายรณกร ร่มรื่น อายุ 24 ปี ผู้ต้องสงสัยไว้ได้ และจากการสอบสวนยาวนานกว่า 3 ชั่วโมง นายรณกร ก็ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง และเป็นผู้ลงมือฆาตกรรมอำพราง หญิงสาวรายดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่าผู้ตาย จะนำเรื่องที่ถูกตนเองข่มขืนไปแจ้งตำรวจ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้กระแสการกล่าวถึงโทษ “ข่มขืน=ประหาร” กลับมาเป็นที่พูดถึงในสังคมอีกครั้ง และแน่นอนว่ากรณีนี้ยังคงมีทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยต่อแนวคิดดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้ออกแถลงการผ่านทางเว็บไซต์ amnesty.or.th และเพจเฟซบุ๊ก Amnesty International Thailand เพื่อขอคัดค้านโทษประหารชีวิตทุกกรณีโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นความผิดทางอาญาประเภทใด ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะมีบุคลิกลักษณะใด หรือไม่ว่าทางการจะใช้วิธีประหารชีวิตแบบใด โดยระบุว่า… […]

นักกฎหมาย ชี้ แถลงการณ์ “พรรคอนาคตใหม่” ส่อละเมิดอำนาจศาล

จากกรณีที่พรรอนาคตใหม่ ได้ออกแถลงการณ์ โดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค เกี่ยวกับกรณีการยุบพรรคไทยรักษาชาติ โดยระบุความเห็นว่า การยุบ ทษช. ที่อยู่ในฝ่ายต้าน คสช. กำลังส่งสัญญาณที่ไม่ดี เพราะหลายคนก็คงเคยเห็นแล้ว ในการเลือกตั้งกัมพูชา ที่มีการยุบฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องที่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทย อ่านแถลงการณ์ได้ที่นี่ : https://futureforwardparty.org/3690 ล่าสุด เมื่อวันที่วันที่ 8 มีนาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า นายไพบูลย์ ดวงประทุม หัวหน้าสำนักงานทนายความไพบูลย์ ดวงประทุม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยกล่าวถึงแถลงการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งมีแสดงความเห็นดังนี้… ส่วนตัวในฐานะนักฎหมายเห็นว่าแถลงการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ละเมิดอำนาจศาลชัดเจน..จึงขอให้ศาลโปรดทำการตามบรรทัดฐานต่อไปด้วยครับ ส่วนตัวในฐานะนักฎหมายเห็นว่าแถลงการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ละเมิดอำนาจศาลชัดเจน..จึงขอให้ศาลโปรดดำการตามบรรทัดฐานต่อไปด้วยครับ โพสต์โดย ไพบูลย์ ดวงประทุม เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม 2019

‘เพื่อไทย’ ออกแถลงการณ์ ร้องทุกภาคส่วนเดินหน้าการเลือกตั้งอย่างโปร่งใส

พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนทำให้การเลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม น่าเชื่อถือเพื่อเป็นทางออกให้ประเทศไทย นายชูศักดิ์ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายพรรคเพื่อไทย อ่านแถลงการณ์เรียกร้อง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งการเลือกตั้ง จัดการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคมให้เป็นไปอย่างสุจริตเที่ยงธรรมและโปร่งใส และต้องไม่ยอมให้มีการแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. โดยเด็ดขาด พร้อมเรียกร้อง ให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยุติการอนุมัติงบประมาณและไม่โยกย้ายและแต่งตั้งข้าราชการที่จะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง หัวหน้า คสช.ต้องงดเว้นในการใช้อำนาจตามมาตรา 44 คสช.และรัฐบาลต้องรักษาความเป็นกลางทางการเมืองโดยเคร่งครัดและไม่ใช้อำนาจ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมืองหรือเลือกปฏิบัติหรือให้โทษต่อพรรคการเมือง และนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ต้องกำชับให้หัวหน้าส่วนราชการ และรัฐมนตรี จะต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมืองอย่างแท้จริง พร้อมกันนี้พรรคจะขอเรียกร้องให้ กกต.ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ของรัฐในเหตุการณ์ต่างๆ ว่ามีการใช้อำนาจรัฐเพื่อเป็นคุณแก่พรรคการเมืองบางพรรคหรือไม่ และขอความร่วมมือ ประชาชนชาวไทยร่วมกันทำให้การเลือกตั้งสุจริต เสรี และเที่ยงธรรม ด้วยการสอดส่องและเปิดโปงการทุจริตการเลือกตั้งทุกรูปแบบ ส่วนพรรคการเมืองต่างๆ นั้นขอให้พรรคทำการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งอย่างสร้างสรรค์ แข่งขันนำเสนอนโยบายให้ประชาชนตัดสิน และเมื่อประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชนและผลการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงความชัดเจนถึงการจัดทำบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคว่า จะได้ความชัดเจนภายในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรับสมัคร ส.ส. ส่วนในวันจันทร์ที่ 28 มกราคมนี้ จะมีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครแบบแบ่งเขต และกรณีที่พลเอกประยุทธ์ ออกมาเตือนการใช้งบประมาณในการหาเสียงของแต่พรรคการเมืองนั้น […]

นายกฯ ออกแถลงการณ์ท่าทีเลือกตั้งทั่วไป คาดได้ ส.ส. – รัฐบาลชุดใหม่กลางปีนี้

วันที่ 23 ม.ค. 62 ภายหลังพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา สำนักนายกรัฐมนตรีได้แถลงการณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยบางช่วงบางตอนระบุว่า “รัฐบาลเชื่อว่าวันเลือกตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งจะกำหนดขึ้นนี้ จะไม่กระชั้นชิดเกินควร จนกระทบเวลาการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองและผู้สมัคร และไม่ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้ใด ทั้งไม่ช้าเกินควรจนเกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติและประชาชน เพราะถึงอย่างไรก็ไม่ยาวนานกว่า 150 วัน ซึ่งหมายความว่าจะมี ส.ส.และรัฐบาลใหม่ราวกลางปีนี้” “ขอให้ประชาชนช่วยกันรักษาบรรยากาศความสงบเรียบร้อยและความสามัคคีปรองดอง ดังที่ปรากฏตลอดระยะเวลา 4 ปีเศษที่ผ่านมา…”

สภานักศึกษา มธ. ออกแถลงการณ์ประกาศจุดยืน “ไม่เลื่อนเลือกตั้ง”

สืบเนื่องจากกระแสข่าวการเลื่อนเลือกตั้ง ที่กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่าเพจเฟซบุ๊ก สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ได้เผยแพร่แถลงการณ์ร่วม ระหว่างสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเป็นการแสดงจุดยืนต่อกรณีการเลื่อนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้… นับแต่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ เป็นต้นมา คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศให้วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งต่อมารัฐบาลได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนภายหลังการประชุมร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้งในวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๒ ว่ามีเหตุจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะผู้แทนของนักศึกษาซึ่งได้ติดตาม และสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ขอแสดงความกังวลต่อการกระทำดังกล่าวโดยมองว่า การกระทำดังกล่าวขัดขวางการก่อให้เกิดขึ้นของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งยังทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนตลอดจนนานาประเทศ ในการนี้เราจึงขอเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง และรัฐบาลดำรงคงไว้ซึ่งเกียรติยศและศักดิ์ศรี พร้อมทั้งยึดมั่นถือมั่นในระบอบประชาธิปไตย โดยการคืนอำนาจสู่ประชาชนผ่านการจัดการเลือกตั้งตามแผนเดิมที่ได้ประกาศไว้คือวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ โดยเร็ว สุดท้ายนี้ สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอแสดงจุดยืนสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันเป็นระบอบที่ประกันสิทธิ และเสรีภาพของประชาชน โดยคาดหวังให้ประเทศไทยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด “เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน” ๘ […]

ส.น.ท.ฝ. แถลงการณ์เสียใจต่อคนไทยที่เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงในฝรั่งเศส

สืบเนื่องจากเหตุการณ์กราดยิง ณ เมือง Strasbourg ประเทศฝรั่งเศส เมื่อช่วงค่ำวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2561 สมาคมนักเรียนไทยในประเทศฝรั่งเศส (ส.น.ท.ฝ) ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก AETF – Association des étudiants thaïlandais en France – ส.น.ท.ฝ. โดยมีเนื้อหาแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวนายอนุพงษ์ สืบสมาน นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงในครั้งนี้

สโมสรเลสเตอร์ฯ ออกแถลงการณ์ ”เจ้าสัววิชัย” เสียชีวิตจากเหตุ ฮ.ตก

จากกรณีการรายงานข่าว เฮลิคอปเตอร์ของ เจ้าสัววิชัย หรือ นายวิชัย ศรีวัฒนประภา นักธุรกิจเจ้าของกิจการ คิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้ ประสบอุบัติเหตุตกไฟลุกท่วม บริเวณลานจอดรถใกล้สนามฟุตบอลคิงเพาเวอร์สเตเดียม ในเมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ที่สร้างความตกใจให้กับคนไทยและแฟนฟุตบอลทั่วโลก ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (29 ตุลาคม 2561) สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ แถลงการณ์อย่างเป็นทางการยืนยัน การเสียชีวิตของนายวิชัย ศรีวัฒนประภา และคนอื่น ๆ อีก 4 คนจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก Leicester City Football Club โดยทางสโมสรจะเปิดให้ลงนามแสดงความเสียใจที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียม ในเวลา 08.00 น.ของวันอังคารที่ 30 ตุลาคมนี้ นอกจากนี้ยังมีรายงานจากเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจเมืองเลสเตอร์ โพสต์ข้อความยืนยันว่าเฮลิคอปเตอร์ตกที่ด้านนอกสนามฟุตบอลคิงเพาเวอร์ สเตเดียม มีผู้โดยสารและนักบินรวม 5 คน ได้แก่ นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ , […]

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ขอความร่วมมือสื่อมวลชนคำนึงถึง ‘จริยธรรม-สิทธิส่วนบุคคล’

ณ เวลานี้ เชื่อว่าคงไม่มีประเด็นไหนจะอยู่ในความสนใจมากไปกว่าการนำตัวทีมนักฟุตบอลเยาวชนออกมาจากถ้ำหลวงอีกแล้ว ซึ่งก็เช่นเดียวกับทีมผู้สื่อข่าวจากหลายสำนัก ที่เฝ้าติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อรอคอยทำหน้าที่รายงานความเคลื่อนไหวต่างๆ จนล่าสุดได้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมในการทำหน้าที่สื่อมวลชน ซึ่งมีบางช่วงบางตอนเป็นการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ฝ่าฝืนข้อตกลงของผู้ว่าฯ เชียงราย และนำเสนอข้อมูลที่ผิดพลาดไปจากข้อเท็จจริง จนหลายฝ่ายมองว่าควรมีการควบคุมการนำเสนอข่าวสารของสื่อบ้าง ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ได้ออกแถลงการณ์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เพื่อขอความร่วมมือสื่อมวลชนให้คำนึงถึงจริยธรรมและสิทธิส่วนบุคคล และผลกระทบต่อจิตใจและความรู้สึกของผู้ที่เกี่ยวข้องในการรายงานข่าวกรณีเด็ก และเยาวชนได้รับความช่วยเหลือออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน โดยมีเนื้อหาดังนี้… จากเหตุการณ์นักฟุตบอลเยาวชน ทีมหมูป่าอะคาเดมี่ และผู้ฝึกสอน รวม 13 คน ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ในวนอุทยานขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา และจนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเยาวชนเหล่านี้ออกมาได้แล้ว 4 คน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม และคาดว่าจะสามารถนำผู้ที่เหลือออกมาได้อย่างปลอดภัยในอีกไม่กี่วันข้างหน้า สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เข้าใจดีถึงการแข่งขันในการเสนอข่าวต่อเหตุการณ์ที่มีความสำคัญและอยู่ในความสนใจของคนทั่วโลกขณะนี้ แต่เนื่องจากผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสถานการณ์ดังกล่าวเป็นเด็กและเยาวชน และเป็นเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อจิตใจและความรู้สึกของครอบครัวและญาติพี่น้องของคนเหล่านี้ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จึงขอให้สื่อมวลชนทุกแขนงพึงระมัดระวังในการเสนอข่าวเกี่ยวกับตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ โดยเฉพาะการเปิดเผยภาพ ชื่อ ข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนเหล่านี้ […]

รถไฟฟ้า BTS แถลงมาตรการดูแลผู้โดยสาร หลังเหตุรถไฟฟ้าขัดข้อง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 ณ ห้องสุรศักดิ์ แกรนด์บอลรูม โรงแรม อีสติน แกรนด์สาทร กรุงเทพ นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ดร.อาณัติ อาภาภิรม ประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดการ และนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ได้ร่วมกันแถลงกรณีรถไฟฟ้าบีทีเอสให้บริการขัดข้อง โดยกำหนดมาตรการเยียวยาผู้โดยสารเนื่องจากเหตุรถไฟฟ้าขัดข้อง-ล้าช้า ในระหว่างวันที่ 25 – 27 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ 1. ผู้ใช้บัตรโดยสารประเภทตั๋วเที่ยวเดียวสามารถนำกลับมาใช้ได้ภายใน 14 วัน หากกรณีไม่ต้องการเดินทางสามารถขอคืนเงินได้ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 2. สำหรับบัตรโดยสารประเภทแบบเติมเงิน สำหรับบุคคลทั่วไป หรือนักเรียน นักศึกษา หรือผู้สูงอายุ (Rabbit Card) ผู้ใช้บัตรในช่วงที่มีความล่าช้า สามารถมาขอรับเที่ยวเดินทางพิเศษ […]

สภาการหนังสือพิมพ์ฯ ขอความร่วมมือสื่อมวลชนทำงาน ไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการภารกิจของเจ้าหน้าที่

สืบเนื่องจากกรณีนักเรียนทีมฟุตบอล “หมูป่า” อายุตั้งแต่ 11-16 ปี พร้อมผู้ฝึกสอนอายุ 25 ปีจาก ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวม 13 คน ผลัดหลงอยู่ภายในถ้ำหลวง เขตวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน หมู่บ้านจ้องวัด หมู่ 9 ต.โป่งผา อ.แม่สาย ตั้งแต่เย็นวันที่ 23 มิ.ย. 61 ที่ผ่านมาทำให้หลายหน่วยงานโดยเฉพาะหน่วยกู้ภัยส่งทีมเข้าไปติดตามช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่พบกลุ่มเยาวชนดังกล่าว โดยได้มีการตั้งกองอำนวยการบริเวณปากถ้ำเพื่อแบ่งทีมเข้าค้นหา อย่างต่อเนื่องนั้นรวมทั้งขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่มีศักยภาพให้ร่วมสนับสนุนการค้นหา ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณืการทำงานต่างๆ ของผู้คนในโลกออนไลน์ ที่ติดตามเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด (อ่านเพิ่มเติม : ค้นหา 13 นักบอลสูญหายในถ้ำหลวงอย่างต่อเนื่อง-หน่วยซีลเข้าช่วย เชื่อยังปลอดภัย (คลิป)) ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ได้ออกแถลงการณ์ขอความร่วมมือสื่อมวลชนในการปฏิบัติงานอย่างเป็นระเบียบ และไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งกำชับให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างถูกต้อง โดยไม่สร้างกระแสจนเกิดความสับสนของผู้รับข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งกำชับให้คำนึงถึงสิทธิส่วนบุคคลของผู้ประสบภัยด้วย

ดีแทคร่อนแถลงการณ์ ยันคลื่นความถี่ 2300MHz ไม่เกี่ยวป่วนระบบ BTS

สืบเนื่องจากกรณีกระแสวิพากษ์ความขัดข้องของระบบหารให้บริการของรถไฟฟ้า BTS ที่ล่าสุดมีการเชื่อมโยงผู้ให้บริการคลื่น 2300 MHz อย่าง DTAC มีส่วนทำให้ระบบอาณัติสัญญาณของรถไฟฟ้ามีปัญหาขัดข้อง ไม่สามารถให้บริการเดินรถได้ตามปกติจนก่อความเสียหายกับผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมากในช่วงสองวันที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา เฟซบุ๊ก dtac ได้ออกแถลงการชี้แจงกรณีดังกล่าวโดยมีเนื้อหาระบุว่า… ดีแทคของชี้แจงว่า การใช้งานคลื่นความถี่ 2300 MHz ของดีเทคและ TOT ไม่ได้มีการส่งคลื่นใดๆ ออกมานอกเหนือจากย่านความถี่ที่ TOT ได้รับจัดสรรมา จึงไม่น่าเป็นสาเหตุของการขัดข้องในการให้บริการ BTS ตามที่เป็นข่าว ทั้งนี้ทางดีแทคกำลังร่วมวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริง และร่วมแก้ไขกับ BTS อย่างใกล้ชิดต่อไป

แอมเนสตี้ออกแถลงการณ์ ‘คัดค้านโทษประหาร’ ชี้ ‘โหดร้าย-ไร้มนุษยธรรม’ เชื่อไม่ทำให้คนทำผิดลดลง

สืบเนื่องจากกรณีการเผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์ฉบับหนึ่งของกรมราชทัณฑ์ โดยมีเนื้อหาระบุถึงการลงโทษ ‘ประหารชีวิต’ นักโทษในคดีฆ่าผู้อื่นอย่างทารุณโหดร้ายเพื่อชิงทรัพย์ เมื่อวันที่ 17 ก.ค.55 เหตุเกิดที่จังหวัดตรัง โดยได้มีการทำร้ายและบังคับให้เอาทรัพย์สิน รวมทั้งใช้มีดแทงผู้ตาย รวม 24 แผล เป็นเหตุให้เหยื่อถึงแก่ความตาย ซึ่งได้ดำเนินการเมื่อเวลา 15.00–18.00 น. โดยกรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินการบังคับโทษตามคำพิพากษาของศาล (อ่านเพิ่มเติมที่ : ราชทัณฑ์ประหารนักโทษคนแรกในรอบ 9 ปี – เกิดผลชี้ ‘ปฎิญญาสากล’ ถูกยกเลิกอัตโนมัติ!!) อย่างไรก็ตาม ล่าสุด แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้ออกแถลงการผ่านทางเว็บไซต์ amnesty.or.th และเพจเฟซบุ๊ก Amnesty International Thailand เพื่อขอคัดค้านโทษประหารชีวิตทุกกรณีโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นความผิดทางอาญาประเภทใด ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะมีบุคลิกลักษณะใด หรือไม่ว่าทางการจะใช้วิธีประหารชีวิตแบบใด โดยระบุว่า… ไม่มีหลักฐานใดๆ ว่าโทษประหารจะส่งผลให้บุคคลยั้งคิดก่อนกระทำความผิดอย่างชัดเจน การที่ทางการไทยคาดหวังว่ามาตรการเช่นนี้จะช่วยลดการก่ออาชญากรรม จึงเป็นความเข้าใจผิดอย่างยิ่ง โทษประหารนับเป็นการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และย่ำยีศักดิ์ศรีมากสุด ทั้งไม่ได้เป็น “คำตอบสำเร็จรูป” ที่ช่วยแก้ปัญหาที่ทางการต้องการแก้ไขอย่างรวดเร็ว หลังผ่านไปเกือบ […]

เพจหมาเฝ้าบ้านจวก ศูนย์ดำรงธรรมสุราษฎร์ฯ หลังเปิดชื่อคนร้อง ‘ขนมจีนน้ำปลา’ ลงแถลงการณ์

จากกรณีที่มีการแฉคลิปที่นักเรียนชั้นอนุบาลโรงเรียนบ้านท่าใหม่ จ.สุราษฎร์ธานี ต้องรับประทานขนมจีนคลุกน้ำปลา ซึ่งต่อมาผู้ปกครองนักเรียนได้ร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี จนนำไปสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ และโจมตีศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานีอย่างหนัก (อ่านเพิ่มเติมที่ : ดีขึ้นเยอะ! โซเชียลเปรียบภาพอาหารกลางวันเด็ก หลัง ผอ. เก่าโดนสั่งย้าย) ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2561 ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริง โดยเปิดเผยว่าได้มีการตรวจสอบพบพฤติกรรมบางประการเป็นจริงตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่มีการระบุประเด็นว่าเด็กกินขนมจีนกับน้ำปลานั้นถูกต้อง ซึ่งทางศูนย์ได้ดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ให้ความช่วยเหลือบุคคลตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามที่ปรากฏเป็นข่าว อย่างไรก็ตาม ภายในแถลงการณ์กลับมีการเปิดเผยชื่อของผู้ร้องเรียน ทำให้ผู้ร้องเกิดความไม่สบายใจที่ถูกเปิดเผยชื่อ ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ จนสร้างความกังวลให้กับสังคมออนไลน์และผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องความเชื่อมั่นต่อการทำงานของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งทางเพจเฟซบุ๊ก ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ได้แสดงความกังวลต่อความปลอดภัยของผู้ที่มีชื่อปรากฏในแถลงการณ์ฉบับดังกล่าว

อย่าตื่นตระหนก!! กรมอุตุฯ ออกแถลงการณ์เตือนหยุดแชร์ข้อมูลพยากรณ์อากาศมั่ว

จากกรณีที่มีแชรืข้อมูลเกี่ยวกับการพยากรณ์อากาศเลวร้ายที่อาจเกิดขึ้นในช่วงสองสามวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็วในรอบ 10 ปี หรือเกิดสภาพอากาศสุดขั้ว ซึ่งได้เผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์เป็นวงกว้าง และสร้างความต่างตื่นตระหนกให้กับสังคมส่วนใหญ่ ล่าสุดกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงข่าวลือสภาพอากาศที่เลวร้ายที่เผยแพร่ตามสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาระบุว่า…ถ้ากรณีมีภัยรุนแรงเกิดขึ้น จะมีการประกาศให้ประชาชนทราบล่วงหน้า มีวันเวลาที่เกิดขึ้นชัดเจน ดังนั้น ขอให้ประชาชนรอติดตามข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น และงดส่งต่อข้อความที่ไม่รู้ที่มาและขาดความน่าเชื่อถือ ที่มา – tmd.go.th

Grab ออกแถลงการณ์ แจงกรณีวินร้องเรียนถูกแย่งผู้โดยสาร

จากกรณีที่กลุ่มวินมอเตอร์ไซค์บุกรวมตัวหน้าตึก Grab พร้อมทำการวางพวงหรีด และเผาเสื้อวิน พร้อมเรียกร้องให้กรมการขนส่งทางบกแก้ปัญหา Grab วิน หากไม่มีความคืบหน้าจะรวมตัวขับไล่อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ล่าสุดทาง Grab ได้ออกแถลงการณ์ถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่าทางบริษัทได้รับทราบเรื่องดังกล่าว และอยู่ในระหว่างเจรจากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความชัดเจนเรื่องกฎหมาย นอกจากนี้ทาง Grab ยังเปิดเผยอีกว่า บริษัทได้มีการแยกบริการแกร็บไบค์ออกเป็น 2 ส่วน คือ แกร็บไบค์วิน สำหรับการรับ-ส่งผู้โดยสาร และแกร็บไบค์เดลิเวอรี่ สำหรับการรับ-ส่งเอกสารและพัสดุ ซึ่งทั้งสองส่วนให้บริการแยกจากกันอย่างชัดเจน แต่เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้ใช้บริการมาก ทำให้รถให้บริการไม่เพียงพอ จึงเป็นไปได้ว่าระบบอาจมีการแบ่งงานทับซ้อนกัน ที่มา – facebook.com/GrabTH

กลุ่มคนอยากเลือกตั้งออกแถลงการณ์ เรียกร้อง คสช. ยุติบทบาท และเปลี่ยนเป็นรัฐบาลรักษาการ

เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า บนเฟซบุ๊กของ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย Democracy Restoration Group – DRG ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับใหม่ โดยมีเนื้อหาเรียกร้องให้ คสช. ยุติบทบาท และให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เปลี่ยนสถานะเป็นรัฐบาลรักษาการ ให้ยกเลิกคำสั่งประกาศ และคำสั่งของ คสช. ที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนและพรรคการเมือง และให้กองทัพยุติการสนับสนุน คสช. เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน 2561 ซึ่งมีเนื้อหาอื่นๆ ประกอบดังนี้…

สภาทนายความฯ ออกแถลงการณ์ปม ‘ผิดมรรยาท’ ยันไม่ใช่ความเห็นและมติของกรรมการสภา

จากกรณีที่นายพัฒนา จาติเกตุ อุปนายกสภาทนายความ ได้ชี้แจงกรณีการแต่งกายของทนายษิทรา รวมทั้งทนายท่านอื่นๆ ที่แต่งกายไม่เหมาะสม นายพัฒนาโดยระบุว่า เพียงตนพูดเพิ่มเติมไปเท่านั้น ว่าการแต่งการสวมเสื้อยืดไปออกสื่อ ไปพบลูกความมันไม่เหมาะสม พร้อมทั้งยืนยันว่าส่วนตัไม่ได้รู้จักกับ ทนายษิทรา ไม่เคยมีปัญหาต่อกัน ที่สำคัญไม่ได้อยู่ในสายตาของตนอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามหากจากนี้จะมีการเรียกสอบ ตักเตือน หรืออย่างไร ก็จะมีการเรียกเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเหตุที่ตนทำไป เพราะตนกังวลว่า ผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ คนอื่นๆ จะไม่สบายใจ ซึ่งการแต่งกายที่สุภาพ ถือเป็นนโยบายของสภาทนายความอยู่แล้ว (อ่านเพิ่มเติม : อุปนายกท้า “ษิทรา” ลาออกถ้ารับไม่ได้ติงแต่งตัว – “ทนายโก้” ท้อโดนถล่มปัดเตี๊ยม “แผน” จ้อสื่อ (คลิป)) ล่าสุด สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้โพสต์แถลงการณ์ชี้แจงกรณีดังกล่าวโดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้… แถลงการณ์ สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กรณีที่มีการเสนอข่าวถึงบุคคลได้มาที่สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เรื่องการยื่นคำกล่าวหาทนายความประพฤติผิดมรรยาททนายความ ในวันที่ 14 มีนาคม 2561 ข้าพเจ้า นายนิพนธ์ จันทเวช รองโฆษกสภาทนายความ ได้รับมอบหมายจากว่าที่ร้อยตรี ดร. […]

keyboard_arrow_up