ข่าวอรุณอมรินทร์ : สุดรันทด! หนุ่มเมียทิ้งคิดสั้นค้ายาบ้า สุดท้ายเจอจับเหลือลูกสู้ชีวิต

นายอั๋น สารภาพว่า เดิมประกอบอาชีพขายไอศกรีมยี่ห้อดัง แต่รายได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัว จึงเดินทางไปทำงานก่อสร้างที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระหว่างอยู่ที่นั่น เมียเกิดนอกใจแล้วพากันหนีไปทิ้งลูกชายสองคนอยู่กับพ่อตาแม่ยาย ตนจึงเดินทางกลับมาเลี้ยงดูลูก ภายหลังพ่อตาแม่ยายล้มป่วย และเสียชีวิตทั้งคู่ ตนจึงอยู่กับลูกตามลำพังมาเป็นเวลา 7 ปี ต่อมาเจอขาใหญ่ประจำตำบล ชักชวนให้เป็นคนขายยาบ้าในกลุ่มวัยรุ่น

เปิดชีวิตพ่อนักสู้ กระเตงลูกพิการขายน้ำแข็งไส ไม่สนเมียทิ้ง ดิ้นรนเพื่อลูกลำพังมา 20 ปี (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กแชร์เรื่องราวของพ่อลูกคู่หนึ่ง พ่อออกมาขายน้ำแข็งไสเลี้ยงชีพ แล้วพาลูกชายพิการนั่งบนวีลแชร์มาด้วย เพื่อจะได้ดูแลกันอย่างใกล้ชิด มีคนมาซื้อน้ำแข็งไส เด็กชายก็จะพยายามยกมือไหว้ทุกครั้ง จนเป็นที่ชื่นชมในโลกออนไลน์ถึงความน่ารักของพ่อลูกสู้ชีวิต วันที่ 28 เม.ย. 62 นายนิวัฒน์ เสถียรชัยสกุล อายุ 58 ปี พ่อค้าขายน้ำแข็งไส เปิดใจเล่าว่า ลูกชายอายุ 19 ย่าง 20 ปี ตอนแรกคลอดหมอบอกว่าลูกชายสำลักน้ำคร่ำ และต้องรักษาตัวในตู้อบ 20 วัน จนเข้าเดือนที่ 5 – 6 ตนเริ่มเห็นความผิดปกติของลูกชาย คือกระดูกคอไม่ตั้ง และไม่สามารถเดินได้ กระทั่งประมาณ 8 เดือน ลูกชายก็มีอาการชักเกร็ง ตนจึงตัดสินใจพาลูกชายไปหาหมอ โดยลูกชายถูกเจาะกระดูกสันหลัง แต่ไม่ทราบว่าถูกเจาะเพราะเหตุใด กระทั่งตอนนี้ตนก็ยังไม่ทราบว่าลูกเป็นอะไร ทั้งนี้ ตนเลิกกับภรรยาไปแล้ว ช่วงที่ลูกยังเล็ก และตนเป็นคนดูแลลูกเอง โดยจะพาลูกชายไปหาหมอทุก 3 เดือน เพื่อตรวจอาการ ก่อนหน้านี้พ่อของตนจะช่วยดูแลลูกชายให้ แต่เมื่อพ่อเสีย ตนจึงต้องดูแลลูกชายคนเดียว ช่วงเช้ามืดต้องออกไปซื้อของ ก็จะให้ลูกชายนั่งที่วีลแชร์ […]

‘ผมไม่เสียใจที่ได้ช่วยคน…’ เปิดใจหนุ่มช่วยชายถูกเมียทิ้ง-กระเตงลูกน้อย หลังโซเชียลชี้อาจเป็นมิจฉาชีพ (คลิป)

จากกรณีเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2560 มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอชายอุ้มลูกอายุ 22 วัน ที่สถานีขนส่งหมอชิต บอกว่าโดนภรรยาทิ้งไปหาชายอื่น ไปตามกลับก็โดนชายคนใหม่ของภรรยาทำร้าย โดยภรรยาเหลือไว้แค่ใบเกิดของลูกและนมผงอีก 2 กล่องเท่านั้น ชายที่ถ่ายวิดีโอนี้ไว้จึงได้ให้เงินไป 500 บาทเป็นค่ารถกลับบ้าน ก่อนนำวิดีโอมาเผยแพร่ในสังคมออนไลน์เพื่อให้แง่คิดว่าโลกนี้ยังมีคนที่เจอเรื่องแย่ๆ กว่าเราอยู่มาก ซึ่งได้เกิดกระแสตามมามากมายทั้งผู้ที่ต้องการช่วยเหลือชายในวิดีโอดังกล่าว หรือผู้ที่ส่งสัยว่าอาจเป็นกลุ่มมิจฉาชีพปลอมตัวมาก็เป็นได้นั้น จ่าสิบตำรวจปฏิวัติ ทะวาปี ผู้ถ่ายวิดีโอ เล่าว่า เพิ่งกลับมาจากราชกาช เห็นชายคนนี้ร้องไห้อยู่จึงมาสอบถามพูดคุย ทราบว่า ชายคนดังกล่าวกำลังจะเดินทางกลับบ้านที่อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ กำลังรอภรรยาอยู่ และเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ให้ฟัง ตนคิดว่าน่าจะพูดความจริง เพราะชายคนดังกล่าวยังมีบาดแผลบนใบหน้าอยู่ รู้สึกสงสาร จึงให้เงินช่วยเหลือไป 500 บาทเป็นค่ารถก่อนจะนำวิดีโอมาเผยแพร่ ซึ่งก็มีคนติดต่อมาขอที่อยู่ของชายคนดังกล่าวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากต้องการจะช่วยเหลือ จึงได้เดินทางกลับไปที่สถานีขนส่งหมอชิต แต่พบว่าชายคนดังกล่าวไม่อยู่แล้ว และได้คืนตั๋ว พร้อมบอกว่ามีญาติมารับ ในส่วนที่มีคนสงสัยว่าอาจเป็นมิจฉาชีพนั้น นายปฏิวัติบอกว่า หากเป็นมิจฉาชีพจริงคงเสียความรู้สึก แต่ไม่ได้เสียดายเงินที่ให้ไปแต่อย่างใด และตนคงเป็นเหยื่อรายเดียวที่ถูกหลอก อย่างไรก็ไม่เคยนึกเสียใจที่ได้ช่วยคน

keyboard_arrow_up