รวม ’10 ข่าวเด่น แห่งปี 2561′ จัดอันดับโดยทีมข่าวรายการ ‘ทุบโต๊ะข่าว’ [ตอนที่ 2]

ทีมข่าวรายการ “ทุบโต๊ะข่าว” รวมข่าวเด่น แห่งปี 2561 สิ้น เจ้าสัววิชัย ราชาอาณาจักรคิงเพาเวอร์ และน้ำตาเสือดำ บทพิสูจน์ความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม ทีมข่าวรายการ “ทุบโต๊ะข่าว” ได้ทำการรวบรวม “10 ข่าวเด่น แห่งปี 2561” เมื่อสิ้น “เจ้าสัววิชัย” อาณาจักรคิงเพาเวอร์จะไปในทิศทางไหน และ “น้ำตาเสือดำ” บ่วงกรรม “เปรมชัย” กับความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม จะเป็นบทพิสูจน์ต่อไป แต่เหตุการณ์ไหนจะเป็นที่สุดของปี คุณเป็นคนตัดสิน อันดับ 5 ขืนใจแหม่มสนั่นโลก ท้าฝีมือตำรวจไทย จากกรณีสาวชาวอังกฤษ วัย 19 ปี อ้างว่าหลังจากดื่มสุราที่ร้านลีโอบาร์ ก็ถูกวางยา และข่มขืนที่หาดทรายรี บนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 61 แต่เมื่อตำรวจพิสูจน์คดีจนเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ไม่พบพยานหลักฐานใด ๆ ที่บ่งชี้ว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ผลกระทบที่ได้รับก็ลดลง จนถึงขณะนี้ก็แทบจะไม่ได้รับผลกระทบ โดยทางร้านก็มีมาตรการดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น โดยได้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มขึ้นในร้านจำนวน 8 จุด […]

สึกพระชั้นเถระในคุกเอี่ยวคดีเงินทอนวัด “ส.ศิวรักษ์” เทียบเชือดไก่ให้ลิงดู ให้ดีควร รื้อ มส. (คลิป)

จากปรากฎการณ์ เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 61 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองปราบฯ นำกำลังพร้อมหมายจับศาลอาญารัชดาฯ บุกเข้าตรวจค้นและเชิญตัวพระเถระชั้นผู้ใหญ่หลายรูป เข้าสอบสวนและดำเนินคดีเกี่ยวกับเงินทอนวัด สร้างความสั่นสะเทือนกับวงการสงฆ์ และความศรัทธาของศิษยานุศิษย์เป็นอย่างมาก ล่าสุด ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้พูดคุยกับ อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ เกี่ยวกับความศรัทธาต่อพระสงฆ์ของศาสนิกชนในปัจจุบัน โดยอ.สุลักษณ์ กล่าวถึงความเป็นพระสงฆ์ว่า พระต่างจากฆราวาสที่สุดในเรื่องของเงิน ในสมัยก่อนหากพระจับเงิน จะเรียกว่า “นิสสัคคิยปาจิตตีย์” และเงินนั้น หากนำไปบริจาค ก็จะไม่สามารถแก้อะไรได้ ต้องเอาเงินทิ้งน้ำถึงจะบริสุทธิ์ โดยในสมัยปัจจุบันตัวฆราวาสต่างหากที่เป็นคนทำให้พระผิดศีล เพราะยังชอบถวายเงินพระกันอยู่ เช่นที่วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ที่จับได้ว่ามีเงินในบัญชีหลายร้อยล้าน ถือเป็นการส่งเสริมพระให้ทำชั่วได้ โดยมีเงินเป็นตัวหลัก ถึงแม้ว่าเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมาจะมีการจับพระที่ทุจริตเงินทอนวัด แต่ อ.สุลักษณ์ กลับมองว่า เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูเท่านั้น หากต้องการที่จะกวาดล้างผ้าเหลืองจริง จะจับต้องจับพระให้ได้มากกว่านี้ และควรแก้ปัญหาโดยการตั้งมหาเถรสมาคมใหม่ ด้าน อาจารย์จตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการด้านพุทธศาสนา นักวิชาการหัวสมัยใหม่ ได้ตั้งคำถามกับเหตุการณ์ที่ผ่านมาว่า เป็นเพียงการเลือกปฏิบัติเพียงแค่วัดเด่น วัดดัง […]

รวบเพิ่ม! ผู้รับเหมาก่อสร้างเอี่ยวเงินทอนวัด พบตีซี้เจ้าอาวาส รับงาน – แบ่งเงินบูรณะ

วันที่ 3 ส.ค.61 ที่กองบังคับการปราบปราม  พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป.นำกำลัง เข้าจับกุม นายเจษฎา วงศ์เมฆ อายุ 38 ปี อาชีพรับเหมาก่อสร้าง ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ 102/2561 ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2561 ในความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือโดยทุจริต และสนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือผู้อื่นโดยทุจริต จับกุมได้ที่ร้านดังกล่าว ต่อมาพล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.เดินทางมายัง บก.ป.เพื่อร่วมประชุมคณะทำงานติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีในความรับผิดชอบของ บช.ก.โดย พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวว่า สำหรับคดีเงินทอนวัดตนได้กำชับให้คณะทำงานทั้งในส่วนของ บก.ปปป.และ บก.ป.เร่งรัดดำเนินการด้วยความละเอียดรอบคอบ ส่วนผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ได้มอบหมายให้ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีเพื่อให้คดีนี้มีความสมบูรณ์ ขั้นตอนที่ผ่านมาเร่งดำเนินการตลอด แต่อาจจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานไปก่อน พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวต่อว่า คดีที่เกิดขึ้นและผู้ต้องหาที่มีการจับกุมตัวได้แล้วนั้น เราจะทำให้เป็นแบบอย่างว่าเจ้าหน้าที่รัฐ หรือผู้ที่คิดกระทำการทุจริต ไม่ว่าจะสังกัดกระทรวง ทบวง กรมไหน ก็ต้องตระหนัก และจัดการกับปัญหาเหล่านี้ โดยคดีนี้จะเป็นกรณีศึกษา สิ่งที่ไม่ถูกไม่ควรจะต้องถูกจัดการจากนี้ไป ส่วนการจับกุมนายเจษฎา […]

กองปราบจ่อสอบ ‘พิสิฐชัย’ มือโพสต์ ตร.บุก 4 วัดดังปมเงินทอนวัด

ตำรวจกองปราบปรามเตรียมแจ้งข้อกล่าวหา นาย พิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ หลังเข้าให้ปากคำ พร้อมยืนยันยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวรายชื่อวัดที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัดล็อตที่ 4 รวมถึงไม่มีการค้นวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ตามที่มีกระแสข่าว วันที่ 12 มิ.ย.61 พลตำรวจตรีไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายวันนี้เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอได้ ประสานมายังกองบังคับการปราบปราม ว่าจะนำตัวนายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ซึ่งเป็นบุคคลที่ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวโพสต์ระบุว่า ตำรวจจะเข้าบุกค้นวัดดังในกรุงเทพฯ เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีการแจ้งข้อหาใดบ้างโดยจะต้องรอฝ่ายกฎหมายข้อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ โดยพนักงานสอบสวนฝ่ายโซเชียลมีเดียของกองปราบได้เก็บรวบรวมข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนายพิสิฐชัยมีการโพสต์เฟซบุ๊กได้พอสมควรแล้ว ทั้งนี้เมื่อนายพิสิฐชัยเข้ามาพบพนักงานสอบสวนก็ต้องสอบปากคำและนำข้อมูลทั้งหมดมาพิจารณาว่าจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาใดได้บ้าง ขณะที่วัดทั้ง 4 วัด ประกอบด้วย วัดปากน้ำภาษีเจริญ วัดพิชยญาติการามวรวิหาร วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร และ วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร ที่นายพิสิฐชัย โพสต์พาดพิงถึงยังไม่มีมีการเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับทางกองปราบแต่อย่างใด ส่วนกรณีเรื่องเงินทอนวัดล็อต 4 ขณะนี้ยังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆทั้งสิ้น ซึ่งยังเป็นเรื่องที่อยู่ในการดูแลข้อกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ […]

ยังไม่หมด! พบอีก 30 วัด เหนือ-กลาง เข้าข่ายทุจริตเงินทอนวัด

เจ้าหน้าที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เผยข้อมูลพบอีก 30 วัด ที่เข้าข่ายทุจริตเงินทอนวัด โดยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ-กลาง ซึ่งยังพบเป็นผู้ต้องหากลุ่มเดิมที่กระทำความผิด ความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตเงินงบประมาณอุดหนุน ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือพศ. ล็อต 4 พล.ต.ต. กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เปิดเผยว่า ผู้กำกับการทั้ง 6 กองกำกับการของปปป. พร้อมชุดปฏิบัติ การ อยู่ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบการอนุมัติงบประมาณจาก พศ.ไปยังวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ที่ยังไม่มีการตรวจสอบในล็อต 1, 2 และ 3 โดยเน้นตรวจสอบวัดที่ได้รับงบประมาณ เกิน 1 ล้าน บาท หากพบความผิดชัดเจนจะประสานงานไปยัง พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการพศ. ให้มาแจ้งความร้องทุกข์ซึ่งทางปปป. กับพศ. มีประชุมวางแนวทางการดำเนินคดีการทุจริตเงินทอนวัดเป็นประจำทุกเดือน ทั้งนี้พนักงานสอบสวนปปป. พบความเชื่อมโยง ของขบวนการทุจริตที่ขยายไปยังหลายวัด จึงเพิ่มเป้าหมายในการตรวจสอบกว่า 100 วัด และพบว่า มีการทุจริตในรูปแบบเงินทอนวัดแล้วเพิ่มเติม ประมาณ 30 วัด ส่วนใหญ่เป็นวัดในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคกลาง […]

‘โก้ ธีรศักดิ์’ ฉะลือมั่วส่งนายแบบเสิร์ฟ ‘เจ้าคุณปิง’ แจงภาพร่วมเฟรมแค่ไปทำบุญ

จากกรณีฉาวในวงการสงฆ์ “เงินทอนวัด” ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปตรวจค้นในกุฏิพระวิสุทธิศาสนวิเทศ (กวีศิลป์ วิสุทธิกุสโล) หรือ “เจ้าคุณปิง” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และพบภาพถ่ายมีสัมพันธ์กับฆราวาสหรือกลุ่มชายรักชาย ต่อมามีการเผยแพร่ภาพถ่ายระหว่างอดีตเจ้าคุณปิงและคนวงการบันเทิงอย่าง “โก้ ธีรศักดิ์” ในลักษณะความสนิทสนมกันพอสมควร จนเกิดกระแสลือกันไปต่างๆ นานาว่า “โก้” เป็นผู้จัดหาเด็กหนุ่มหน้าตาดีเสิร์ฟกามถึงกุฏิ ล่าสุด “โก้” นิ่งไม่ไหว ขอแจงผ่านอมรินทร์ ทีวี ชี้คนโยงมั่วไปหมด ตนเพียงไปทำบุญ ต้องการส่งเสริมพุทธศาสนา ยืนยันไม่เคยไปพบเจ้าคุณปิงตามลำพังและไม่เคยไปพบเป็นการส่วนตัว แจงเหตุไม่ลบภาพร่วมเฟรมออกจากไอจีเพราะมองอดีตแก้ไขไม่ได้และขืนลบตอนนี้ จะยิ่งโดนกระแสโจมตีหนักกว่าเดิม ความสัมพันธ์ของตนและอดีตพระเป็นในลักษณะใกล้ชิดทางธรรม ยืนกรานปฏิเสธไม่เคย ‘ส่งเด็ก’ บำเรอกามอย่างที่เป็นข่าว ยินดีหากเจ้าหน้าที่เรียกสอบ

ตามรอยผ้าเหลือง! เร่งล่า 5 คนพา ‘อดีตพระพรหมเมธี’ หนี พบออกนอกประเทศแล้ว

ตำรวจเร่งติดตาม ผู้ต้องหา 5 คน ที่พาอดีตพระพรหมเมธี หลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่งขณะนี้เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ตำรวจพบข้อมูลว่าทั้งหมด หลบหนีออกนอกประเทศไทยแล้ว คนใกล้ชิด 5 คน ของอดีตพระพรหมเมธี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ที่ถูกออกหมายจับ ข้อหาร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ในคดีความผิดฐานฟอกเงิน ของอดีตพรหมเมธี ได้หลบหนีออกนออกประเทศไทยแล้ว โดยตำรวจชุดสืบสวน ได้เร่งติดตามตามเพื่อดำเนินคดี คนแรกคือ นางศศิร์อร เจียมวิจิตรกุล หรือ สีกาจุ๋ม สัญชาติไทย ตำรวจชุดสืบสวนพบว่า เดินทางจาก สนามบินสุวรรณภูมิ มุ่งหน้า ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน และขณะนี้ยังไม่เดินกลับมายังประเทศไทย คนที่ 2 นายพีรวิช ศรีศรัทธา สัญชาติไทย ตำรวจชุดสืบสวนไม่พบข้อมูลการเดินทาง เข้า-ออก ประเทศไทย แต่เชื่อว่า เดินทางออกนอกประเทศไทยไปแล้ว คนที่ 3 นางจิตติมา ลัดตะมะวง สัญชาติลาว ตำรวจชุดสืบสวนพบข้อมูล ว่าเดินทางออกนอกประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 […]

ผบ.ตร.กลับไทยมือเปล่า ‘อดีตพระพรหมเมธี’ ลี้ภัยยาว 3 เดือน

การเดินทางไปเยอรมันของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ครั้งนี้ไม่สามารถคุมตัว อดีตพระพรหมเมธี ผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินทอนวัด กลับมาดำเนินคดีที่ประเทศได้ หลังอดีตพระพรหมเมธี ทำเรื่องขอลี้ภัยพำนักที่ประเทศเยอรมันนี ซึ่งทางการเยอรมันนี้ต้องพิจารณา อาจใช้เวลาถึง 2-3 เดือน โดยหลังจากนี้ก็ต้องรอลุ้นว่าท้ายที่สุดแล้วจะได้ตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมาดำเนินคดีหรือไม่ ทำให้คณะตำรวรวจไทย นำโดยพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีกำหนดกลับถึงไทยวันนี้ (6 พ.ค. 61)

ไร้ชื่อบินกลับ!? ผบ.ตร. ยังไม่เจอ ‘อดีตพระพรหมเมธี’ โฆษกกต. ไม่พบข้อมูลขอเข้าไทย

ในช่วงเช้าของวันนี้ (5 พ.ค. 61) ยังไม่มีการยืนยันจากสำนักงานตรวจแห่งชาติอย่างเป็นทางการว่า จะนำตัว อดีตพระพรหมเมธี กลับมาดำเนินคดีทุจริตเงินทอนวัดที่ประเทศไทย และไม่ได้ระบุวันเวลาถึงไทยอย่างชัดเจน สอดคล้องกับกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า ไม่มีข้อมูลสถานทูตไทยในเยอรมันรายงานเข้ามา หลังอดีตพระพรหมเมธี หลบหนีเข้าประเทศเยอรมัน จึงเร่งประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีอดีตพระพรหมเมธี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ถูกจับที่สนามบิน ระหว่างเตรียมผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองที่ประเทศเยอรมัน เนื่องจากเป็นบุคคลตามหมายจับที่ตำรวจไทยประสานตำรวจสากลไว้แล้ว โดยกระทรวงการต่างประเทศ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และยังไม่มียังไม่ได้รับรายงานข้อมูลจากสถานทูตไทยในเยอรมัน ส่วนการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ต้องรอประสานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะที่เมื่อวานนี้ (4 พ.ค. 61) พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึง ความคืบหน้ากรณีการควบคุมตัวพระจำนงค์ เอี่ยมอินทรา หรือ อดีตพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงิน ว่าได้รับรายงานเรื่องทางการเยอรมนีควบคุมตัวอดีตพระพรหมเมธี ขณะเดินทางเข้าประเทศ ที่สนามบินแฟรงก์เฟิร์ต เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ตามเวลาในประเทศไทย แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดอื่นๆ แต่พลตำรวจเอกจักรทิพย์ปฏิเสธเดินทางไปเยอรมนีเพื่อประสานรับตัวผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดีในไทย รวมทั้งยังไม่ยืนยันว่าจะมีการนำตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมาถึงประเทศไทย ในวันที่ 6 มิถุนายน ตามที่มีกระแสข่าวจากสื่อมวลชนหรือไม่ ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า […]

ผบ.ตร. หิ้ว ‘อดีตพระพรหมเมธี’ กลับไทย 6 มิ.ย. หลังหนีคดีไปเยอรมัน

ตำรวจเตรียมนำตัวอดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม มาดำเนินคดี หลังหนีคดีเงินทอนวัด ไปหลบซ่อนตัวที่ประเทศเยอรมันนี ทั้งนี้มีกำหนดเดินถึงประเทศไทย ในเวลา 6.25 น. ของวันที่ 6 มิถุนายนด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 921 ตามเวลาในประเทศไทย จากกรณีอดีตพระพรหมเมธี หรือ พระจำนงค์ เอี่ยมอินทรา ในฐานะอดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม อดีตเจ้าคณะภาค 4-7 และอดีตกรรมการมหาเถรสมาคม เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลในคดีทุจริตงบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือคดีเงินทอนวัด ซึ่งเป็นอดีตพระเถระรูปเดียวที่ยังคงหลบหนีการติดตามจับกุมของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ มีรายงานว่าพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจโท สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง พันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พันตำรวจเอก จิรภพ ภูริเดช พร้อมคณะ รวมทั้งอัยการ ได้จักรทิพย์ ชัยจินดาเดินทางด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 926 ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ก่อนประสานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงค์เฟิร์ต ประสานทางการเยอรมนี ขอรับตัวอดีตพระพรหมเมธี มาสอบปากคำและเดินทางกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย […]

ด่วน! รวบตัว ‘อดีตพระพรหมเมธี’ หลังหนีซุกเยอรมัน ‘บิ๊กแป๊ะ’ บินคุมตัวกลับไทย

จากกรณีพบรถตู้หรูโตโยต้า อัลพาร์ด ของอดีตพระพรหมเมธี (จำนงค์ เอี่ยมอินทรา) อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ผู้ต้องหาคดีทุจริตเงินทอนวัด จอดทิ้งอยู่หน้ากุฏิเจ้าอาวาสวัดป่าสุคนธรักษ์ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ตำรวจคาดว่าลูกศิษย์พาหนีไปประเทศเพื่อนบ้านนั้น (เปิดใจเจ้าอาวาสวัดป่า ปัดให้ที่ซุก “พระพรหมเมธี” หนีข้ามฝั่งลาว พร้อมแจง ตร. ไม่คิดหนี) ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แหล่งข่าวระดับสูง เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวอดีตพระพรหมเมธี หรือพระจำนงค์ เอี่ยมอินทรา อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีทุจริตเงินทอนวัดที่ยังหลบหนีได้แล้ว หลังพบว่าอดีตพระพรหมเมธีเดินทางออกจากกรุงเทพฯ และข้ามเรือเข้าไปใน สปป.ลาว ก่อนที่จะเดินทางไปยังกัมพูชาแล้วหนีต่อไปที่เวียดนาม ก่อนที่จะขึ้นเครื่องบินไปลงที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ แล้วบินต่อไปลงที่สนามบินแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เมื่อคืนที่ผ่านมา (ตามเวลาในไทย) โดยไม่ผ่านการตรวจคนเข้าเมือง ก่อนที่ตำรวจจะควบคุมตัวได้ที่ ตม. ทั้งนี้ มีรายงานอีกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กำลังเดินทางไปรับตัวอดีตพระพรหมเมธีมาดำเนินคดีด้วยตัวเอง

เร่งล่าตัว ‘พระพรหมเมธี’ เอี่ยวคดีเงินทอนวัด หนีซุกอีสาน

ยังคงเกาะติดคดีเงินทอนวัด ที่ขณะนี้ยังมีอดีตพระชั้นผู้ใหญ่ อีก 1 ราย ยังหลบหนี คือ “พระพรหมเมธี” ซึ่งตำรวจกำลังเร่งตามจับกุมตัว มีรายงานว่า ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้รับข้อมูลความเคลื่อนไหวของ พระพรหมเมธี หรือ พระจำนงค์ เอี่ยมอินทรา ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาคดีทุจริตเงินทอนวัด ได้หลบหนีคดีไปกบดานอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งขณะนี้นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่กำลังลงพื้นที่เพื่อควบคุมติดตามตัวแล้ว ขณะที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ ได้มีการนำภาพพระพรหมเมธี ไปเปรียบเทียบกับผู้ผ่านเข้าออกด่านอย่างเข้มงวด เนื่องจากเกรงว่า ผู้ต้องหารายนี้จะปลอมตัวเป็นฆราวาส เพื่อหลบหนีออกนอกประเทศ ทั้งนี้หากพระพรหมเมธีถูกจับกุมตัว จะเป็นพระเถระรูปที่ 8 ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการคดีทุจริตครั้งนี้ ขณะที่เมื่อวานนี้ (31 พ.ค. 61) พนักงานสอบสวน นำตัว เจ้าคุณสังคม สังฆะพัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ซึ่งเป็น 1 ในผู้ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับคดีการทุจริตเงินทอนวัด ฝากขังต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ หลังเจ้าคุณสังคม เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ซึ่งศาลไม่ให้ประกันตัว เนื่องจากเห็นว่าผู้ต้องหามีความผิดร่วมกันฟอกเงินจริง

สอบ ‘เจ้าคุณสังคม’ ผช.เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เปิดบัญชีส่วนตัวมีเงินหมุน 10 ล้าน

เจ้าคุณสังคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสระเกศ เดินทางเข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ในคดีทุจริตเงินทอนวัด ขณะนี้อยู่ระหว่างการขออำนาจศาลฝากขัง พนักงานสอบสวน นำตัว “เจ้าคุณสังคม สังฆะพัฒน์” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ซึ่งเป็น 1 ในผู้ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับคดีการทุจริตเงินทอนวัด ฝากขังต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง หลังจาก เจ้าคุณสังคม เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามเพื่อให้ปากคำเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (31 พ.ค. 61) ขณะนี้จะต้องรอดูว่าศาลจะอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่ โดยเมื่อช่วงเช้า เจ้าคุณสังคม ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในข้อหาฟอกเงิน คดีเงินทอนวัด กรณีที่ร่วมกันทุจริตเงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติที่ให้กับวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เมื่อปี 2557 โดยพนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับเพิ่มเติมไปเมื่อวานนี้ คดีนี้ตำรวจตรวจสอบเงินในบัญชีส่วนตัวของเจ้าคุณสังคม จำนวน 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โอนเข้าบัญชีเพื่อนำมาอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม แต่เจ้าคุณสังคมได้ร่วมกับอดีตพระราชกิจจาภรณ์ หรือ เจ้าคุณเทอด นำเงินเหล่านี้โอนไปให้นายทวิทย์ สังข์อยู่ ที่ถูกจับดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่วน พระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร พระสงฆ์อีก 1 รูป ที่ตรวจพบว่ามีการทุจริตเกี่ยวกับเงินอุดหนุนงบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติยังหลบหนี และยังไม่ติดต่อขอเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่

ศรัทธาไม่เสื่อมคลาย! ชาวบ้านรอบวัดสระเกศฯ ทำใจไม่ได้ หลังเจ้าอาวาสถูกสึก

ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นโดยรอบวัดสระเกศราชวรมหาวิหารยังทำใจไม่ได้ ที่ “อดีตพระธงชัย” ถูกให้สึกจากการเป็นพระ โดยยอมรับไม่รู้เรื่องการทุจริตในคดีเงินทอนวัดมาก่อน ชาวบ้านที่อาศัยในชุมชนโดยรอบ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ยังจับกลุ่มคุยกันถึงเรื่อง พระธงชัย หลังถูกจับและนำตัวไปฝากขังที่เรือนจำเมื่อวานนี้ (30 พ.ค. 61) ทีมข่าวโดยนางสาว อังสุมา ศรีดอกคำ ลงพื้นที่ไปยังชุมชนที่อยู่ใกล้วัดสระเกศฯ ได้พูดคุยกับนางภัทรียา สารผล อายุ 49 ปี เผยว่า รู้สึกเสียใจ แต่ยังคงศรัทธาในอดีตพระธงชัย นอกจากนี้ มีหลายคนซึ่งก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่ายังเชื่อมันในวัด และพระพุทธศาสนาเหมือนเดิม และชุมชนที่อยู่รอบวัดเป็นชุมชนเก่าแก่ และยังศรัทธาพระสงฆ์ทุกรูปที่อยู่ในวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

คุกคืนแรก ‘อดีตพระพรหมสิทธิ’ เครียด-นอนไม่หลับ 5 พระถูกแยกแดน

ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เปิยเผยว่า “อดีตพระธงชัย” นอนเรือนจำแดนแรกรับ คืนแรก มีอาการเครียด หลังถูกแยกการคุมขังกับ 5 อดีตพระเถระที่ถูกจับก่อนหน้านี้ นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงการรับตัว “อดีตพระธงชัย สุขโข” อายุ 60 ปี ซึ่งเคยเป็น เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหารหลังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ไม่ให้ประกันตัวต่อสู้คดีเงินทอนวัด ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่เรือนจำได้คุมตัวไปคุมขังที่แดนแรกรับ ได้เข้าสู่ระบบการรับนักโทษปกติ มีการแจ้งระเบียบขั้นตอนและทำประวัติผู้ต้องขัง รวมทั้งตรวจร่างกาย เช่นเดียวกับอดีตพระเถระ ทั้ง 6 รูป ที่ถูกคุมขังก่อนหน้านี้ โดยคืนแรก อดีตพระธงชัย นอนในแดนแรกรับ ซึ่งจะไม่มีโอกาสได้พบกับอดีตพระที่ถูกคุมขังก่อนหน้านี้ ที่ถูกจำแนกไปคุมขังแดนต่างๆแล้ว และเมื่อคืนนี้ (30 พ.ค. 61) อดีตพระธงชัยมีอาการเครียดอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษ ขณะที่อดีตพระสุวิทย์ ทองประเสิรฐ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จังหวัดนครปฐม ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ยังคงมีอาการปวดหลัง ต้องนั่งรถเข็นแพทย์ ทำกายภาพทุกวัน วันละ 1 ชั่วโมง ขณะที่วันนี้(31 พ.ค. […]

ฝากขัง ‘พระพรหมสิทธิ’ ผัดแรก ทนายยื่น 1 ล้าน ขอปล่อยตัวชั่วคราว

ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวียังเกาะติดสถานการณ์อยู่ที่กองปราบฯ ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ (30 พ.ค. 61) หลังอดีตพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ติดต่อขอเข้ามอบตัว หลังจากมีกระแสข่าวว่า พระธงชัย หรือ อดีตพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร จะเข้ามอบตัวที่กองบังคับการปราบปราม จึงมีสื่อมวลชนหลายสำนักได้เข้ามาติดตามความคืบหน้า ซึ่งเมื่อช่วงเช้าขณะที่มีการเชิญตัวพระธงชัยเข้ามานั้น ไม่มีสื่อใดได้เห็น เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตั้งแถวจากทางด้านหน้าประตูทางเข้าออกคล้ายกับการรอรับมอบตัว เพื่อดึงความสนใจของสื่อมวลชน จนกระทั่งทราบภายหลังว่าได้มีการเชิญตัวพระธงชัยขึ้นไปสอบปากคำที่ด้านบนแล้ว ซึ่งไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนขึ้นไปบันทึกภาพ โดยใช้เวลาการสอบปากคำนานกว่า 3 ชั่วโมง จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 14.54 น. พนักงานสอบสวนกองบังคับกองปราบปราม ได้เชิญตัวพระธงชัย สุขญาโณ หรือ อดีตพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และท้ายคำร้องได้คัดค้านการประกันตัว โดยระหว่างการเชิญตัวขึ้นไปบนรถตู้นั้น พระธงชัยมีสีหน้าที่อมยิ้มเล็กน้อย ดูไม่เคร่งเครียดมากนัก และไม่ได้ให้สัมภาษณ์หรือชี้แจงใดๆ ตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ที่พนักงานสอบสวนได้ไปตรวจค้นวัดสระเกศ เบื้องต้นได้พบบัญชีเงินฝากส่วนตัว 132 ล้าน ของอดีตเจ้าอาวาส พร้อมพบเงินหมุนเวียนกว่า 87 ล้านบาทภายในวัดเชื่อมโยงกับการทุจริตเงินทอนวัด สำหรับคดีการทุจริตเงินทอนวัด เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมพระที่เกี่ยวข้องได้ 5 รูป ก่อนจะทำการสึก และนำตัวฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ […]

จับตา! ‘พระพรหมสิทธิ’ เข้ามอบตัวกองปราบ ทนายความเตรียมเงิน 6 ล้านจ่อยื่นประกัน

จากกรณีเจ้าหน้าที่กองปราบปราม เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นวัดในพื้นที่ กทม. 3 วัดดัง วัดสัมพันธวงศ์ฯ วัดสามพระยา และวัดสระเกศฯ เพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติมปมเงินทอนวัด พร้อมควบคุมตัวพระสงฆ์จำนวน 5 รูป ฆราวาส 4 คน แต่ยังไม่สามารถควบคุมตัว พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และ พระพรหมเมธี (จํานงค์ เอี่ยมอินทรา) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ล่าสุดมีกระแสข่าวระบุว่า “พระพรหมสิทธิ” เตรียมเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันนี้ วันนี้ (30 พ.ค.61) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่่ผานมา ที่กองบังคับการปราบปราม ภายหลังมีกระแสข่าวจากลูกศิษย์ระบุว่า พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินอุดหนุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนารวมทั้งเงินอุดหนุนอื่นๆ เตรียมเข้ามอบตัวกับตำรวจกองปราบฯ ซึ่งล่าสุดยังไม่ได้เดินทางเข้ามามอบตัวที่กองบังคับการปราบปรามตามกระแสข่าวแต่อย่างใด ขณะที่มีสื่อมวลชนหลายสำนักเข้ามาปักหลักรอรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า ยอมรับว่าได้รับการประสานจากลูกศิษย์ พระพรหมสิทธิ ว่าจะพาพระท่านเข้ามอบตัวภายในวันนี้ ตามที่มีกระแสข่าวจริง ส่วนจะเดินมาเข้ามอบตัวหรือไม่ ยังไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจก็ได้รับการประสานเช่นนี้เหมือนกัน โดยเบื้องต้น […]

พศ.เข้ารายงาน ‘คดีเงินทอนวัด’ – รมต.สำนักนายกฯ ระบุให้ จนท.ดำเนินการตามหลักฐานที่มี

ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เข้าพบรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รายงานการทำงาน และคดีเงินทอนวัดให้ทราบ ขณะที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุให้เจ้าหน้าที่ ดำเนินการตามหลักฐาน และอำนาจที่มี ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมเสนห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. เดินทางเข้าพบ นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนา เพื่อรายงานการทำงานของ พศ.และความคืบหน้าการดำเนินการสอบสวน เรื่องการทุจริตเงินทอนวัด หลังเข้าพบ นายสุวพันธ์ กล่าวว่า วันนี้ได้มีการหารือเรื่องที่ได้เนินการเรื่องทุจริตเงินทอนวัดไปแล้วในระยะที่ 1-3 ส่วนระยะที่ 4 ยังไม่มีการพูดคุยกัน ส่วนเรื่องหลักการและนโยบายได้ให้ ตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ หรือ ปปป. และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการไปตามหลักฐาน และอำนาจที่มี สำหรับหน้าที่ของ พศ.จะมีหน้าที่ตรวจสอบข้าราชการที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม และการกำชับการใช้งบประมาณปี 2561 เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ แต่ยืนยันว่า ระเบียบหลักเกณฑ์การใช้งบประมาณในระยะนี้ยังคงเป็นไปตามเกณฑ์ แต่หากมีความจำเป็นหรือพบจุดอ่อนก็จะให้เจ้าหน้าที่พิจารณาต่อไป โดยขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ดูแลงบประมาณทั้ง 3 ส่วน คือ การบูรณะปฏิสังขรณ์ การเผยแผ่พุทธศาสนา […]

keyboard_arrow_up