รวบ 2 หนุ่มจี้แม่ค้าลอตเตอรี่ อ้างโยนหวยกว่า 700 ใบทิ้งป่า อึ้ง ที่แท้ลูกชายผู้มีอิทธิพล

จากกรณีคนร้าย ร่วมกันใช้อาวุธปืน จี้ชิง 2 แม่ค้าขายลอตเตอรี่เร่ บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ 7-11 ซอยวัดท้องคุ้ง หมู่ 9 ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรี ได้ทรัพย์สินเป็น สลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 ธ.ค. เงินสดประมาณ 3 หมื่นบาท และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 13 ธ.ค. 61 (อ่าน :จี้แม่ค้าลอตเตอรี่กลางเมือง เชิดหวย 1 พันใบ สูญร่วม 2 แสนบาท) วันนี้ 28 ธ.ค.61 ที่ห้องประชุม ศปก.ชั้น 2 สถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี พลตำรวจตรี นันทชาติ ศุกภะมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย พันตำรวจเอก อตินันท์  นุชนารถ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี พร้อมชุดสืบสวนตำรวจภูธรเมืองชลบุรี นำ 2 […]

ปะ ฉะ ดะ ต่อหน้าสื่อ! สาวแฉ “ตั้มลาย” มาเฟียคลองเตยรังแก – เมียเดือดกระโจนตบนัว (คลิป)

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “เด็กหลังห้อง” ออกมาเผยแพร่คลิปวิดีโอหญิงสาวพูดถึงเหตุการณ์ที่ตนเองถูกรังแก และทำร้ายร่างกายพ่อแม่และน้องของตน พร้อมกล่าวอีกว่า บุคคลที่ทำร้ายดังกล่าวคือ “ตั้มลาย” ซึ่งทุกคนในคลองเตยรู้จักเป็นอย่างดี แต่ไม่กล้าทำอะไร เนื่องจากกลัวอิทธิพล วันนี้ 21 ธ.ค. 61 นายณัฏฐ์พัฒน์ สินไชย รองประธานบริษัทที่ตั้มลายทำงานอยู่ เปิดเผยว่า ตั้มลายทำงานมานานหลายปี มีหน้าที่ดูแลงานจัดการตลาด โดยที่ดูแลเรื่องพนักงาน และพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งก็เป็นพนักงานทั่วไป ตนยอมรับว่า ตั้มลายเคยมีปัญหาทะเลาะและมีปากเสียงกับคนในตลาดบ้าง ซึ่งก็เคยเรียกมาพูดคุยและว่ากล่าวตักเตือนแล้ว แต่ทั้งนี้ ตนจะจัดการลงโทษตั้มลาย เฉพาะเรื่องที่มีปัญหาในบริษัทเท่านั้น แต่หากเป็นเรื่องนอกบริษัทตนไม่ขอยุ่งเกี่ยว จากกระแสข่าวและเรื่องที่ถูกเผยแพร่อยู่ในขณะนี้ หากเป็นการก่อเหตุนอกบริษัทก็ให้เป็นหน้าที่ของกฎหมายจัดการ แต่ถ้าหากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำงานแล้วทำผิด ก็จะต้องมีการลงโทษพนักงาน ตามมาตรการของบริษัทต่อไป ด้าน นายเจษ (นามสมมติ) พ่อของเก๋ หญิงในคลิปไลฟ์สด เปิดเผยว่า ตนเคยถูกนาย ตั้มลาย ทำร้ายร่างกาย เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. โดยขณะนั้นกลุ่มตั้มลายเข้ามาหาตนที่ตลาด เพื่อสอบถามถึงกรณีที่ลูกสาวโพสต์เฟซบุ๊กพาดพิงและไลฟ์สดตามที่ปรากฎในข่าว ตนจึงบอกตั้มลายไปว่า “ไม่รู้เรื่อง” จากนั้นตั้มลาย จึงถามกลับมาว่า “เป็นพ่อลูก ไม่รู้ได้อย่างไร” ก่อนจะชกครั้งนึง จนล้มร่วงลงไปที่พื้น แล้วดึงคอเสื้อตนลุกขึ้นมา จากนั้นก็แยกย้างกันไป […]

รวบแล้ว! แก๊งโม่งตระเวนตัดพะยูงวัด ทั่วบุรีรัมย์  ตร.ขยายผลทลายโกดังรับซื้อ เชื่อกลุ่มอิทธิพลหนุน

จากกรณี ขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูง ซึ่งมีพฤติกรรมสวมหมวกโม่งปิดบังใบหน้า ขับรถยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาพร้อมเลื่อยยนต์ และพกอาวุธปืนไม่ทราบชนิดครบมือ บุกเข้าไปตามวัดของจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อตระเวนตัดต้นพะยูงนั้น (อ่าน : แก๊งโม่งเหิม! บุกอีกวัดตัดพะยูง อาวุธครบมือ มีดขู่พระ-ชาวบ้านห้ามยุ่ง, แก๊งพกปืนบุกวัดตัดพะยูง ชาวบ้านเชื่อคนในเกลือเป็นหนอน แต่พระอโหสิ) วันที่ 8 พ.ย. 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 3 สนธิกำลังกับตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์ ทหาร ฝ่ายปกครอง ตชด. ป่าไม้ และอีกหลายภาคส่วน จับกุมแก๊งไอ้โม่งอาวุธครบมือที่ตระเวนลักลอบตัดไม้พะยูงตามวัดหลายแห่งในเขตพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ได้แล้ว พร้อมกันนี้ยังได้ขยายผลทลายโกดังแห่งหนึ่งใน ต.โคกมะขาม อ.ประโคนชัย ซึ่งเป็นจุดรวบรวมและรับซื้อไม้พะยูง ก่อนลำเลียงส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน โดยเบื้องต้นสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 5 คน ส่วนที่เหลือไหวตัวหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่คาดว่าอาจจะมีผู้ร่วมขบวนดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 20 คน  ทั้งนี้ ยังได้ทำการตรวจยึดของกลางอีกหลายรายการ อาทิ เลื่อยไฟฟ้า เลื่อยยนต์ โซ่เลื่อยยนต์ เครื่องปั่นไฟ เชือก อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และไม้พะยูงที่แปรรูปแล้วจำนวนหลายท่อน […]

หนุ่มมือยิงลูกร้านข้าวต้มโต้อันธพาล ฉุนปีนเกลียวอ้างคุมคุกแดน 2 ยันขอโทษไม่ยอมจบ หวังเงิน (คลิป)

จากกรณีผู้เสียหายร้องเรียนผ่านสื่อ หลังถูกกลุ่มวัยรุ่นขี่บิ๊กไบก์มาสั่งข้าวต้ม แต่เกิดเหตุไม่พอใจ จึงชักปืนโชว์ก่อนยิงใส่ขาลูกชายเจ้าของร้าน และนำเพื่อนร่วมตะลุมบอนสองแม่ลูกร้านข้าวต้ม โดยเหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค. ผ่านไปแล้วกว่า 2 เดือน คดีกลับไม่คืบหน้า และผู้เสียหายค่อนข้างกังวลความปลอดภัย เพราะกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวเป็นพวกผู้มีอิทธิพล วันนี้ 22 ต.ค. 61 นางสาวสุนันท์ อ่อนศิริ หรือ เจ๊นันท์ อายุ 38 ปี และนายนันทวัฒน์ อ่อนศิริ หรือ เวย์ อายุ 19 ปี บุตรชาย ผู้เสียหาย แจ้งว่า ถูกลูกค้าที่เข้ามาสั่งอาหารชักปืนยิงใส่และรุมเตะจนได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.กำแพงแสน จ.นครปฐม นานกว่า 2 เดือน แต่จนถึงวันนี้ คดีไม่มีความคืบหน้า จึงกลัวว่าจะได้รับอันตราย และคนร้ายกลับมาแก้แค้นเนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นลูกชายคนมีฐานะ และเคยถูกจองจำในคดียิงคนตายมาแล้ว นางสาวสุนันท์ อ่อนศิริ หรือ เจ๊นัน อายุ 38 ปี แม่ของเวย์ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ […]

เอาจริง! ‘บิ๊กป้อม’ ยันเดินหน้ากวาดล้างกลุ่มผู้มีอิทธิพล กำชับข้าราชการอย่ามีเอี่ยว

รัฐบาลเดินหน้าเปิดพื้นที่ปลอดภัย สร้างความเท่าเทียมให้ประชาชน พร้อมยืนยันปี 61 คงเข้มปราบอิทธิพลทั่วไทย เล็งจับตากลุ่มต่างชาติ เคลื่อนไหวกระทบความมั่นคง วอนประชาชนร่วมให้ข้อมูล วันที่ 22 ม.ค.61 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวขอบคุณ ทุกหน่วยงานฝ่ายความมั่นคง ที่ร่วมกันทำหน้าที่เปิดพื้นที่ปลอดภัยให้สังคม ตามนโยบายรัฐบาลในการปราบปรามผู้มีอิทธิพลทุกพื้นที่ทั่วประเทศที่ผ่านมา โดยปี 60 มีผลการจับกุมผู้กระทำผิดรายใหญ่และยึดของกลางได้จำนวนมาก พล.อ.ประวิตร ได้ย้ำเป็นนโยบายในปี 61 ให้ทุกหน่วยงานความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ต้องทำงานร่วมกันใกล้ชิดมากขึ้น ทั้งในระดับพื้นที่ภาคและจังหวัด โดยให้ขยายฐานงานข่าวร่วมกับภาคประชาชน พร้อมทั้งพิสูจน์ทราบและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยไม่เลือกปฏิบัติ เน้นความเชื่อมโยงเครือข่ายให้ถึงผู้ที่มีอิทธิพลรายใหญ่ในทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาวุธสงคราม การค้ามนุษย์ การบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งนี้ ให้เพิ่มการจับตาใกล้ชิดกับกลุ่มอิทธิพลที่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมที่กระทบต่อความมั่นคง โดยต้องติดตามบังคับใช้กฎหมายเข้มกับชาวต่างชาติที่ยังคงค้างอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ( Overstay ) กว่า 40,000 คน เพื่อดำรงสถานภาพความปลอดภัยของสังคมในภาพรวม และเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิและเสรีภาพที่เท่าเทียมกันตามกฎหมายในการประกอบสัมมาชีพได้ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างแท้จริง พร้อมย้ำว่า ทุกส่วนราชการต้องดูแลไม่ให้มีข้าราชการทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลหรือเข้าไปเกี่ยวข้องโดยเด็ดขาด ขณะที่ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม […]

ญาติเชื่อ 2 คนร้ายบุกยิงถล่มบ้านสังหารโหด จากปมทวงหนี้ขาใหญ่

ความคืบหน้าคดี 2 คนร้ายใช้อาวุธปืนลูกซองและอาวุธปืนสงครามยิงถล่มคู่อริเสียชีวิตคาบ้านเพื่อน ขณะช่วยเตรียมสถานที่จัดงานศพให้กับพ่อ ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ รู้ปมสาเหตุการสังหารแล้ว วันที่ 5 ม.ค.61 กรณีเหตุ 2 คนร้ายใช้อาวุธปืนลูกซองและอาวุธปืนสงครามคาบิ้นยิงถล่มคู่อริที่บ้านศาลาไม้ไผ่ หมู่ 8 ต.ท่าแค อ.เมืองพัทลุง เมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา ในขณะที่กำลังช่วยกันเตรียมสถานที่จัดงานศพที่บ้าน ทำให้ให้นายปริเยศ พันธ์โรจน์ อายุ 35 ปี เสียชีวิต และนายวิสัน มากมณี อายุ 40 ปี เจ้าของบ้านได้รับบาดเจ็บหลังกระสุนเข้าบริเวณขาและมือ แต่ตอนนี้อาการปลอดภัยแล้ว  ล่าสุด พ.ต.อ.วิชัย วิชชยานฤพล ผกก.สภ.เมืองพัทลุง เปิดเผยว่า จาการสอบสวนขยายผลคดีดังกล่าวมีความคืบหน้าไปมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่พบปมว่านายปริเยศ ผู้เสียชีวิตพัวพันอยู่ในกลุ่มรับจ้างทวงหนี้ โดยก่อนเกิดเหตุนายปริเยศ ผู้ตายไปยึดรถของลูกหนี้มา 1 คัน ซึ่งกำลังเร่งสอบอยู่ว่าเป็นรถอะไร ใครเป็นเจ้าของและการเข้าไปยึดรถครั้งนี้ เป็นเหตุทำให้ นายปริเยศ ถูกตามล่าเอาชีวิตหรือไม่ พ.ต.อ.วิชัย ระบุเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ต้องรอสอบปากคำนายวิสัน และญาติผู้ตายโดยละเอียดอีกครั้ง เพื่อสืบหารถและตัวเจ้าของรถคันดังกล่าว […]

ร้องกองปราบ! ‘นร.โรงเรียนกีฬา’ ถูกลูกน้องผู้มีอิทธิพลยิงจนพิการ แต่คดีไม่คืบ

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคมพร้อมครอบครัวนายชานน มณีรัตน์ หรือ น้องปอนด์ ผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายซึ่งเป็นลูกน้องของผู้มีอิทธิพล ในพื้นที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ใช้อาวุธปืนยิงจนพิการร่างกายช่วงล่างไร้ความรู้สึกเดินไม่ได้ เดินทางมาที่กองปราบเพื่อยื่นเรื่องขอให้กองปราบช่วยจับกุม ผู้ที่ร่วมก่อเหตุ จำนวน 6 คน นายรณณรงค์ เปิดเผยว่า น้องปอนด์เป็นนักเรียนโรงเรียนการกีฬาต้องกลายเป็นเด็กพิการร่างกายช่วงล่างไม่สามารถเดินได้ เนื่องจากน้องถูกยิงตั้งแต่ ปี 2558 ปีผ่านมา 2 ปีแล้ว คดียังไม่มีความคืบหน้า และยังไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ ทางครอบครัวยังคงหวังว่าตำรวจกองปราบจะเร่งติดตามคนร้ายให้ได้เร็วที่สุด ทั้งนี้ยังได้ข้อมูลอีกว่าทุกวันนี้คนร้ายก็ยังเล่นเฟซบุ๊กเช็กอินตามที่ต่างๆ ได้ตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นายชานน หรือ น้องปอนด์ เล่าว่า วันที่เกิดเหตุคนร้ายมากันทั้งหมด 6 คน โดยเข้ามาขอบุหรี่และคนที่ยิงก็เข้ามาพูดกับตนเองว่าให้ระวังตัวไว้ ตนเองก็สงสัยจึงถามกลับไปว่าระวังอะไร หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังประมาณ 2 นัด และได้รับบาดเจ็บ ยอมรับว่าเพื่อนในกลุ่ม 2 คน รู้จักกลุ่มคนร้ายมาก่อน แต่ตัวเองไม่เคยรู้จักกลุ่มคนร้ายเลย รวมถึงไม่เคยทะเลาะหรือมีปัญหากับใครเลย จนถึงตอนนี้ยังไม่ทราบสาเหตุว่าที่ถูกยิงเพราะอะไร ด้านนางสาวชุติมันต์ ชื่นเรณู มารดาของน้องปอนด์ ระบุว่า ตนเองพยายามที่จะทวงคืนความยุติธรรมให้กับลูกอยู่ตลอดเวลา โดยติดตามความคืบหน้าจากจะสถานีตำรวจในพื้นที่ […]

ถูกผู้มีอิทธิพลข่มขู่ ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงนานร่วมปี ซ้ำ! ตร.ไม่ช่วยเหลือ

เรื่องราวของผู้ที่ทำอาชีพสุจริตแต่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงจากการถูกข่มขู่ เนื่องจากไปมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้มีอิทธิพล ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ซ้ำร้ายเมื่อเดินทางไปแจ้งความ หวังพึ่งพาตำรวจ กลับไม่ได้รับความร่วมมือช่วยเหลือ ครอบครัวหนึ่งได้ไปเซ้งสายส่งน้ำแข็งมา หวังเป็นอาชีพสร้างรายได้ แต่ปรากฎว่าได้มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที ในเวลาเช้ามืดที่ต้องเดินทางไปส่งน้ำแข็ง จะมีชายซึ่งเป็นลูกน้องของผู้มีอิทธิพลคนนั้น มาสอดส่อง คอยยืนมอง บางครั้งก็มายืนประกบ โชว์ปืนข่มขู่ หรือขับรถตาม โดยทำแบบนี้มานานร่วมปีทำให้เกิดความรู้สึกหวาดระแวงว่าจะโดนทำร้ายเข้าสักวันหนึ่ง จึงได้เดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ แต่ตำรวจกลับไปรับแจ้ง เนื่องจากยังไม่เกิดเป็นกรณีเข้ามาทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บเป็นกิจจะลักษณะ ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ผู้บังคับบัญชาต้องดูแลลูกน้องด้วย กรณีนี้อย่างน้อยพนักงานสอบสวนควรรับลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน หากเกิดอะไรรุนแรงขึ้นจริงๆ จะได้มีหลักฐาน ซึ่งถ้าหากไปแจ้งความครั้งหน้ายังไม่รับแจ้งความอีก สามารถนำชื่อของพนักงานรายนั้นมาประจานหรือแจ้งผู้บังคับบัญชาให้จัดการได้เลย ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

พ่อแม่คาใจ ลูกชายถูกรถชนตายแต่มีพิรุธเพียบ หวั่นเอี่ยวผู้มีอิทธิพล

เรื่องราวของครอบครัวหนึ่ง ซึ่งลูกชายวัย 14 ปีเสียชีวิต เนื่องจากถูกรถชน แต่เมื่อตรวจสอบให้ดีแล้วกลับเจอข้อสงสัยมากมายที่ระบุว่า สาเหตุของการตายไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการฆาตกรรม จึงเดินหน้าดำเนินคดีสืบหาความจริงแต่ผ่านมาเกือบ 2 ปี คดีก็ยังไม่คืบหน้า วิชัยและมณฑป พ่อแม่ของเด็กชายผู้เสียชีวิตเล่าว่า ได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวว่าลูกชายของตนถูกรถชนเมื่อเวลาประมาณ 3 ทุ่มของวันที่ 30 ม.ค. 59 ให้รีบไปที่โรงพยาบาล เมื่อไปถึงก็พบลูกชายนอนแน่นิ่งอยู่ ที่ศีรษะพันผ้าพันแผลไว้ แพทย์ได้แจ้งให้ทางครอบครัวทำใจ ก่อนที่เด็กชายจะเสียชีวิตในเวลาไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ในตอนแรกทางครอบครัวก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร เพราะไม่ได้ไปดูที่เกิดเหตุ ก็ได้นำศพไปทำพิธีทางศาสนาตามปกติ ต่อมาก็เกิดความสงสัย เนื่องจากเมื่อมาสังเกตดูแล้ว ตามร่างกายของลูกชายไม่มีรอยถลอกหรือบาดแผล มีเพียงบาดแผลที่ศีรษะ และในเช้าวันถัดจากอุบัติเหตุ ได้มีการเรียกเพื่อนๆ ในกลุ่มเดียวกับลูกชายมาล้างเลือดบริเวณที่เกิดเหตุกันเอง โดยไม่ใช่ฝีมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นก็มีคนรู้จักส่งภาพที่เกิดเหตุมาให้ ทางครอบครัวพบข้อสงสัยหลายจุด อย่างแรกคือรถจักรยานยนต์ที่ลูกชายขับไม่ได้พังเสียหาย ลูกชายยังใส่รองเท้าฟองน้ำอยู่ ไม่ได้กระเด็นไปไหน จึงได้นำภาพเหล่านี้ไปดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาสืบสวน แต่หลังจากแจ้งตำรวจได้ 2-3 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับแจ้งว่ามีผู้มีอิทธิพลเกี่ยวกับด้านยาเสพติดโทรศัพท์เข้ามาบอกไม่ให้ดำเนินคดีนี้ และจากวันนั้นมาจนถึงปัจจุบันคดีก็ยังไม่คืบหน้า ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจควรเข้ามาทำการสืบสวนอย่างจริงจังเพราะเป็นคดีที่มีพิรุธอยู่หลายแห่ง อีกทั้งถ้าการเสียชีวิตนี้เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลด้านยาเสพติดจริง […]

ตร.ท่องเที่ยว ปิดล้อมกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติกลางกรุง! รวบผู้มีอิทธิพล 52 ราย (คลิป)

เมื่อคืนของวันที่ 15 ต.ค. 60 ที่ผ่านมา พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นำทีมระดมกวาดล้างผู้มีอิทธิพลภายในพื้นที่ 10 จุดทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล หวั่นว่าจะเกิดเหตุอาชญากรรมข้ามชาติ อาทิเครื่อข่ายปลอมธนบัตร เครือข่ายหลอกแต่งงาน เครือข่ายผลิตและปลอมบัตรเครดิต โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มคนผิวสี สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหามาได้ทั้งสิ้น 52 คน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากนโยบายของพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยการปฏิบัติการณ์ครั้งนี้ดำเนินการปราบปรามกลุ่มคนผิวสีที่อาจเข้ามาก่อเหตุอาชญากรรม ฝอกเงิน หรือค้ามนุษย์ แก๊งสกิมเมอร์ มั่วสุมยาเสพติด แหล่งโสเภณี ซึ่งนับเป็นปัญหาความมั่นคงและส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศทางด้านการท่องเที่ยว หลักจากนี้จะนำผู้ต้องหาทั้ง 52 คน ทำเรื่องกลับสู่ประเทศต้นทาง โดยได้เก็บดีเอ็นเอไว้เป็นหลักฐานให้ทางสำนักงานตรวจคนเข้ามา เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มบุคคลดังกล่าว กลับเข้ามาประเทศไทยได้อีก หนึ่งในผู้ต้องหาที่จับกุมได้ เคยโดนข้อหามีโคเคนไว้ในครอบครอง โดยให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่บางคน และได้รับอนุญาติให้อยู่ในประเทศไทยได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองถึงกรณีนี้

หัวอกแม่แทบขาด! เข้าร้องสื่อ ลูกสาวม.2 ถูก ผอ. ลวนลาม ย้ายโรงเรียนหนีก็ยังไม่พ้น (คลิป)

ที่จ.พัทลุง มีผู้ปกครองและศิษย์เก่าโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ จ.พัทลุง กว่า 20 คน นำนักเรียนเข้าร้องต่อสื่อมวลชน เหตุไม่พอใจการบริหารงานของนายปรัธะวินณ์ ไพโรจน์บวร ผู้อำนวยการโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จ.พัทลุง เรื่องการการลวนลามเด็กนักเรียนหญิงชั้นม.2 จนต้องย้ายโรงเรียนหนี และปล่อยให้เด็กนักเรียนเข้า–ออกโรงเรียนอย่างไม่เป็นระบบ จนเด็กนักเรียนออกไปกระทำความผิดนอกบริเวณโรงเรียนในเวลากลางคืน ด.ญ.จ๋า (นามสมมติ) ผู้ถูกลวนลาม เล่าว่า เมื่อปีที่ผ่านมาได้เรียนอยู่โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จ.พัทลุงชั้น ม.1–2 เทอมแรกถูกนายปรัธะวินณ์ ผอ.โรงเรียน บอกรักและลวนลาม และถูกเพื่อนล้อว่าเป็นเด็กของผอ. จนไม่มีเพื่อนอยากจะคบหาด้วย เนื่องจากเพื่อนๆ เห็นว่าตนถูกผอ.เรียกตัวไปใช้บ่อย อีกทั้งยังพาออกไปเที่ยวอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งทุกสัปดาห์ ผอ.จะพาตนออกไปเดินห้างซื้อเสื้อผ้าไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ และพาไปนั่งกินอาหาร ซึ่งทุกครั้งผอ.จะบอกครูเวรว่าจะพาไปดูแลลูกชาย ตนจึงจำเป็นต้องไปโดยไม่มีข้ออ้าง ระยะหลังผอ.เริ่มจับเนื้อต้องตัวบ่อยครั้งขึ้น เคยเสนอจะส่งตนไปเรียนโรงเรียนประจำจังหวัดในชั้นม.4 โดยจะเช่าหอพัก ซื้อรถ และซื้อโทรศัพท์ให้ แต่ในช่วงที่ยังเรียนอยู่ใน รร.ศึกษาสงเคราะห์ ผอ.จะเปิดบ้านพักครูให้อยู่สักหลัง จะได้อยู่ใกล้ๆ กัน อ้างว่าถ้ามีปัญหาอะไรจะได้ช่วยเหลือทันแต่ตนไม่ยอม และนำเรื่องดังกล่าวไปปรึกษาผู้ปกครอง ก่อนย้ายรร.หนี ไปอยู่ที่รร.ศึกษาสงเคราะห์ จ.นครศรีธรรมราช แต่ผอ.ก็ยังไปตามหา จนสุดท้ายต้องย้ายรร.อีก ไปอยู่รร.ศึกษาสงเคราะห์ จ.สตูล ทางด้านนางวรรณา หริกแก้ว อายุ […]

keyboard_arrow_up