“พานาคิว” ปลวกในร่างปลา ที่คอยย่อยสลายขอนไม้ในแม่น้ำอเมซอน

เรียกว่าเป็นพื้นที่ป่าฝนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และมีแม่น้ำสายสำคัญอย่างแม่น้ำอเมซอนที่หล่อเลี้ยงสรรพชีวิตในดินแดนแถบนี้ แต่ก็อย่างที่เราทราบกันดีว่าไม่มีสิ่งใดอยู่จีรัง และบรรดาต้นไม้ใหญ่ในป่าแถบนี้ก็ล้วนแต่มีอันเป็นไป ไม่ว่าจะด้วยฝีมือมนุษย์ หรือการหักโค่นเพราะภัยธรรมชาติ ซึ่งบางส่วนอยู่บนที่อยู่บนบกก็ถูกย่อยสลายดดยเห็ดรา และแมลงต่างๆ แต่สำหรับต้นไม้ใหญ่ๆ ที่จมลงในน้ำล่ะ…พวกมันถูกย่อยสลายจากอะไร? แน่นอนว่านอกจากแบคทีเรียและตะไคร่น้ำต่างๆ ที่ดูดซับเอาสารอาหารจากลำต้นแล้ว ยังมีอีกหนึ่งแผนกย่อยสลายเนื้อไม้จากธรรมชาติ ที่ทำให้หน้าที่เหมือนกับปลวกบนบกไม่มีผิดเพี้ยน นั่นคือเจ้า Royal Pleco (Panaque nigrolineatus) หรือที่วงการปลาสวยงามเรียกกันว่าแบบสั้นๆ ว่า “พานาคิว” (Panaque) พานาคิว เป็นปลาปากดูดในกลุ่มปลากดเกราะ หรือที่เราคุ้นเคยกันชื่อปลาซัคเกอร์ที่ระบาดอยู่ในคลองบ้านเรา แต่แตกต่างกันตรงที่อาหารในธรรมชาติของพานาคิวไม่ใช่ซากสัตว์ แต่เป็นซากไม้จมลงในแมน้ำอเมซอน โดยพวกมันใช้ฟันที่มีลักษณะพิเศษแทะกินสารอินทรีย์จากผิวไม้และเนื้อไม้เป็นอาหาร และก็เช่นเดียวกับบรรดาปลวกบนบก ปลาชนิดนี้ก็มีจุลชีพในระบบลำไส้สำหรับย่อยไม้เหล่านั้นด้วย แม้จะมีรูปร่างไม่น่ากินนัก แต่ในวงการปลาสวยงามทั้งไทยและต่างประเทศ พานาคิวนั้นจัดเป็นปลาราคาแพงที่ได้รับความนิยมเฉพาะกลุ่มอย่างมาก เพราะนอกจากมันจะเป็นปลารักสงบที่เลือกจะนอนแทะไม้อยู่ตามก้นตู้แล้ว ขนาดของมันยังสามารถยาวได้ถึง 43 เซนติเมตร และมีลวดลายเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกับซัคเกอร์ตัวดำๆ ในคลองน้ำเน่าอีกด้วย ซึ่งก็แน่นอนว่า…ราคาของมันย่อมแพงตามไปด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ สำหรับชาวพื้นเมืองในแถบอเมซอนแล้ว ทั้งเจ้าพานาคิวและปลากดเกราะชนิดอื่นๆ ก็ล้วนแต่เป็นอาหารชั้นเลิศที่หากินได้ไม่ยาก แถมผิวหนังที่เป็นเกราะหุ้มร่างกายของมันนั้น ก็เป็นเสมือนเป็นเตาอบอย่างดีที่ทำให้เนื้อของมันสุกอีกด้วย

“แมงกินลิ้น” ปรสิตดูดเลือด ที่เข้าไปอยู่แทนที่ลิ้นในปากปลา

ใครที่ชอบกินปลา เชื่อว่าจะต้องเคยพบเจอกับสิ่งแปลกปลอมที่ซ่อนมาในปากของปลาแน่ๆ และด้วยรูปร่างหน้าตาชวนขยะแขยงของมัน ทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าตัวประหลาดนี้มันคืออะไรกัดแน่ และเป็นอันตรายต่อคนที่นำปลามากินหรือเปล่า!? แมงกินลิ้น (Cymothoa exigua) เป็นปรสิตจำพวกกุ้ง-กั้ง-ปูในวงศ์ Cymothoidae มีความยาวตั้งแต่ 3 ถึง 4 เซนติเมตร แมงกินลิ้นจะเข้าไปในปากของปลากะพงทางเหงือกและเกาะที่ลิ้นของปลา แมงกินลิ้นจะใช้ก้ามที่ขาสามคู่หน้าหนีบลิ้นของปลาไว้ทำให้เลือดออก ยิ่งแมงกินลิ้นตัวโตขึ้น ลิ้นของปลาก็จะมีเลือดไหลเวียนได้น้อยลงเรื่อยๆ จนกระทั่งลิ้นนั่นฝ่อเนื่องจากขาดเลือด จากนั้นแมงกินลิ้นจะเอาตัวเองติดกับกล้ามเนื้อลิ้น ซึ่งปลาจะใช้แมงกินลิ้นได้เหมือนลิ้นปกติ แมงกินลิ้นจะดูดเลือดหรือไม่ก็กินเนื้อเยื่อของของปลาเป็นอาหาร โดยไม่ได้กินเศษอาหารของปลาแต่อย่างใด แมงกินลิ้นเป็นสัตว์จำพวก Cymothoa เพียงชนิดเดียวจากจำนวนหลายสายพันธุ์ที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ เมื่อพ.ศ. 2548 ได้มีการพบปลาที่ถูกแมงกินลิ้นเกาะในสหราชอาณาจักร ซึ่งปกติแล้วจะพบแมงกินลิ้นในแถบชายฝั่งของรัฐแคลิฟอร์เนียทำให้มีการคาดเดาว่า แมงกินลิ้นอาจจะเพิ่มถิ่นหากินมากขึ้น แต่ก็เป็นไปได้ว่า แมงกินลิ้นตัวนี้อาจจะเพียงแต่ติดไปกับปลาซึ่งว่ายน้ำไปจากอ่าวแคลิฟอร์เนียเพียงตัวเดียว

ไม่ใช่แค่คนที่เดือดร้อน แต่ปลาอีกกว่า 1,700 ชนิดก็ได้รับผลกระทบจาก “เขื่อนกั้นแม่น้ำโขง”

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ไฟฟ้า” นั้นเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบันอย่างเลี่ยงไม่ได้ และทำให้มีความจำเป็นอย่างมากในการผลิตไฟฟ้าเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของทั้งภาคประชาชน และภาคอุตสาหกรรม ซึ่งหนึ่งในตัวเลือกสำหรับการผลิตไฟฟ้าในประเทศนั้นคือ “โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ” ซึ่งอาศัยการไหลของน้ำให้กลายเป็นพลังงานในการผลิตไฟฟ้า และสามารถพบได้ตามเขื่อนขนาดใหญ่ต่างๆ ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของ กองสื่อสารภายนอก ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยข้อมูลการผลิตและซื้อพลังงานไฟฟ้าในประเทศ ซึ่งพบว่าในเดือนมิถุนายน 2562 มีการผลิตไฟฟ้าจาก พลังงานหมุนเวียน (น้ำ, ลม, แสงอาทิตย์ และชีวมวล) เพียง 518.97 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง หรือคิดเป็น 3.04% ของไฟฟ้าทั้งหมดที่ กฟผ. ผลิตได้ แม้จะเป็นตัวเลขที่ไม่มากมายนัก แต่ก็มีโครงการเดินหน้าสร้างเขื่อนต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก โดนเฉพาะในแถบลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายที่ยาวที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีจุดกำเนิดจากที่ราบสูงทิเบต และมีจุดกำเนิดร่วมกับอีก 2 แม่น้ำ คือ แม่น้ำแยงซี และ แม่น้ำสาละวิน ไหลผ่านถึง 7 ประเทศ จนกระทั่งไหลไปออกทะเลจีนใต้ที่ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงที่เวียดนาม และมีการสร้างเขื่อนกั้นเอาไว้กว่า 21 แห่ง ที่นักอนุรักษ์มองว่าเป็นจำนวนที่มากเกินไป ทั้งยังส่งผลกระทบต่างการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ ที่อาจกระทบต่อวิถีชีวิตผู้คนและระบบนิเวศรอบๆ ลำน้ำโขง […]

Hingemouth ปลาน้ำจืดจากแอฟริกา ที่มีปากเหมือนกับงวง และยังใช้เพื่อช่วยหายใจ

ลืมปากของปลาแบบที่เราเคยรู้จักไปได้เลย เพราะนี่คือ Hingemouth ปลาน้ำจืดขนาดเล็กจากแอฟริกากลางที่เพิ่งมีการค้นพบเมื่อไม่กี่ปีมานี้ และมีปากรูปร่างคล้ายกับงวงช้างที่อยู่ปลายสุดของหัว ทั้งยังสามารถยืดหดได้เพื่อกินอาหารตามพื้น ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเหตุใด Hingemouth จึงมีปากลักษณะนี้ แต่เมื่อพิจารณาจากสภาพแวดล้อมที่พวกมันอาศัยอยู่ซึ่งเป็นแอ่งโคลนตม และมีน้ำออกซิเจนต่ำ ทำให้ปากที่เหมือนงวงแบบนี้ทำหน้าที่ทั้งเพื่อคุ้นหาอาหาร และใช้ยื่นขึ้นมาเหนือผิวน้ำเพื่อหายใจ ปัจจุบันปลา Hingemouth มีรายชื่อติดอยู่บัญชีแดงของสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) โดยจัดอยู่ในสถานะความเสี่ยงต่ำ (Least Concern หรือ LC) เนื่องจากการสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ แต่ยังสามารถนำมาเพาะขยายพันธุ์ในที่เลี้ยง และมีการเลี้ยงเป็นปลาสวยงามสำหรับนักเลี้ยงปลาเฉพาะกลุ่ม

นอกจากจะเป็นบรรพบุรุษของปลา “ออสตราโคเดิร์ม” ยังเป็นจุดเริ่มต้นของ “สัตว์มีกระดูกสันหลัง” ด้วย

แม้หลายคนจะมีข้อกังขาเกี่ยวกับบรรพบุรุษของมนุษย์ ที่อาจมีจุดเริ่มต้นมาจากปลา แต่จากหลักฐานเท่าที่พบในตอนนี้ คงยากที่จะปฏิเสธได้ว่า เรากับปลานั้นมีความเกี่ยวข้องกันมากกว่าที่คิด เพราะถึงแม้รูปร่างหน้าของเรากับมันจะเหมือนกันเลยสักหนิด แต่นี่คือโฉมหน้าของสิ่งมีชีวิตที่ไม่เพียงจะเป็นบรรพบุรุษของปลา แต่ยังจุดเริ่มต้นของสัตว์มีกระดูกสันหลังอีกด้วย แม้จะไม่ใกล้เคียงกับปลาและสัตว์มีกระดูกสันหลังใดในโลก แต่นี่คือ ออสตราโคเดิร์ม (Ostracoderm) สัตว์รูปร่างคล้ายปลาโบราณที่เกิดในช่วงยุคออร์โดวิเชียนซึ่งสูญพันธุ์ไปแล้วเมื่อ 480 ล้านปีก่อน และเชื่อกันว่าเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังกลุ่มแรกๆ ของโลกที่มีแกนลำตัวหลังยาวจนเกือบถึงปลายหาง แต่ไม่มีขากรรไกร ที่บอกว่าคล้ายปลา นั่นเพราะกว่าออสตราโคเดิร์มจะกลายเป็นปลาจริงๆ นั้นยาวนานและซับซ้อนยิ่งกว่าที่คิด เพราะหลังจากนั้น สัตว์ชนิดนี้ได้วิวัฒนาการออกเป็นสองสาย โดยสายที่หนึ่งคือพวกปลาปากกลม (Cyclostome) ซึ่งส่วนมากสูญพันธุ์ไปแล้ว เหลือเพียงแฮคฟิช (Hagfish) และแลมเพรย์ (Lamprey) เท่านั้น ส่วนอีกสายหนึ่งคือปลาที่มีขากรรไกรและครีบคู่ที่เรียกว่าพลาโคเดิร์ม (Placoderm) และหลังจากวิวัฒนาการต่ออีกหลายล้านปี พลาโคเดิร์มก็ได้วิวัฒนาการออกเป็นสองสาย โดยกลุ่มหนึ่งเป็นปลากระดูกอ่อน (Cartilaginous Fish) และปลากระดูกแข็ง (Bony Fish) ซึ่งภายหลังได้มีพวกมันบางกลุ่มตัดสินใจขึ้นจากน้ำ และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งมีชีวิตอีกมากมายที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินทุกวันนี้

พบกับตุ๊กแกมาดากัสการ์ ที่มีเกล็ดเหมือนปลา แถมสลัดทิ้งจนเหลือแต่หนังเปลือยๆ

หากคิดว่าตุ๊กแกที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมอับในบ้านของคุณนั้นมีสภาพน่าขนลุกแล้ว นี่คงเป็นตุ๊กแกที่คงไม่อยากมีใครเจอในเขตบ้าน และอาจทำให้ตุ๊กแกตัวนั้นดูน่ารักขึ้นมาเลย เพระนี่คือ Geckolepis megalepis ตุ๊กแกพันธุ์ใหม่ที่ถูกค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 2017 นี้เอง แม้รูปร่างภายนอกจะไม่มีอะไรพิเศษ แต่สิ่งที่เจ้าตุ๊กแกแห่งป่าฝนมาดากัสการ์เป็นที่สนใจของนักวิทยาศาสตร์จาก Ludwig Maximilian University of Munich อย่างมาก เพราะไม่เพียงมันจะเป็นตุ๊กแกชนิดแรกในสกุล Geckolepis แต่เกล็ดขนาดใหญ่สะดุดตาเหล่านั้นยังสามารถสลัดเกล็ดทิ้งเพื่อเบี่ยงความสนใจของศัตรูได้ และเหลือเพียงผิวหนังลื่นๆ ใสๆ ชวนขนลุกแทน อาจฟังดูคล้ายเป็นการกระทำที่ทำให้เจ้าตุ๊กแกเจ็บตัว แต่ทีมนักวิจัยพบว่าการสลัดเกล็ดของตุ๊กแกชนิดนี้ไม่ได้สร้างอาการบาดเจ็บแต่อย่างใด และใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น ก็งอกเกล็ดใหม่ขึ้นมาปกคลุมร่างกายได้เหมือนเดิม

ผัวสาว 18 เปิดหน้าสู้ความจริง ปัดฆ่าเผาเมียรัก – ญาติเหยื่องัดพิรุธเขยโกหก “ยังมีชีวิต” (คลิป)

จากกรณีวันที่ 17 พ.ค. 62 เวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กาญจนดิษฐ์ พร้อมกองพิสูจน์หลักฐาน 8 และแพทย์ รพ.กาญจนดิษฐ์ เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนภายในหมู่บ้านห้วยลึก สายควนราชา-ห้วยโศก ม.12 ต.ช้างขวา อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี หลังรับแจ้งจากพลเมืองดี พบผู้เสียชีวิตอยู่ภายในคูข้างถนน ลึกลงไปประมาณ 2 เมตร สภาพศพมีร่องรอยไฟไหม้เหลือแต่โครงกระดูก มีรถจักรยานยนต์ทับร่างอยู่ ในสภาพที่ถูกไฟไหม้เหลือแต่ซากรถ ผู้เสียชีวิตคือ น.ส.จรินยา ช่วยพยัคย์ อายุ 18 ปี ที่หายออกจากบ้านพักของสามีตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค. 62 ซึ่งครอบครัวสงสัยสามีของผู้เสียชีวิต เนื่องจากมีพฤติกรรมผิดสังเกต (อ่าน : ผัวส่อพิรุธ เมีย 18 ถูกเผาหมกป่า ดันโกหกญาติเจอตัว แถมขู่อย่าแจ้ง ตร.) วันที่ 22 พ.ค. 62 นางจริยา ปานรินทร์ ยายผู้เสียชีวิต เปิดเผยในรายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อมรินทร์ […]

จัดว่าเด็ด! ภูมิปัญญาการหา “ปลา” ของแต่ละท้องถิ่น สู่สารพัดจานเด็ดน้ำลายสอ

ตามอำเภอจาน เทปพิเศษรวบรวมความสนุกทั่วไทย ในคอนเซปต์ กุ้ง หอย ปู ปลา หมึก ได้เดินทางมาถึงคิวของ “ปลา”กันแล้ว ประเดิมความสนุกกันที่แรก “จ.นครนายก” กับการพิสูจน์ความแกร่งของ “แขน” เพราะว่าที่นี่จะใช้อวนขนาดใหญ่ขึงระหว่างบ่อทั้งสองฝั่ง ซึ่งความยากจะอยู่ที่ต้องใช้แรงในการดึงอวนให้ขนานไปกับพื้นเลน แหม่! แค่ทรงตัวอยู่บนพื้นเลนเฉยๆ ก็ยากอยู่แล้ว นี่ต้องขึงอวนไปด้วย บอกเลยว่าไม่ชำนาญจริงทำไม่ได้นะจ๊ะ จากนั้นไปวางเบ็ดตก “ปลาตอง” กันที่ อ.บึงโขงหลง จ. บึงกาฬ และไปทำเมนูแซ่บๆ ตามสไตล์อาหารภาคอีสาน นั่นก็คือ “ลาบปลาตอง” ที่เน้นความสดของปลาเพื่อเพิ่มรสสัมผัส ฟินลิ้นไม่รู้ลืม ขั้นตอนการทำก็จะคัดสรรเอาเฉพาะเนื้อปลาล้วนๆ จากนั้นนำไปโขลกให้เหนียวเด้ง ก่อนนำไปรวนให้สุกแล้วปรุงรสให้เผ็ดนำ ตามด้วยเปรี้ยว,เค็ม สนุกสนานกับการจับปลาน้ำจืดไปแล้ว ตามอำเภอจานขอเปลี่ยนโหมดไปลุยน้ำเค็มกันบ้าง เริ่มกันที่ เกาะหาดทรายดำ ต.หงาว อ.เมือง จ.ระนอง ซึ่งการไปครั้งนี้คุ้มสุดๆ เพราะได้ทั้งปลาเก๋า ปลาดุกทะเล และอีกสารพัดปลา จากนั้นไปตื่นตากันต่อกับทริคตกปลาฉบับชาว เกาะโหลน จ.ภูเก็ต ที่ใช้เจ้า “โวยวาย” หรือ “หมึกสาย” […]

สุดคึกคัก! ชาวบ้านนับพันคนแห่ทอดแหจับปลา สร้างรายได้ครึ่งแสน (คลิป)

ชาวบ้านในตำบลบึงพระ อ.เมืองพิษณุโลกและตำบลใกล้เคียงแห่ออกมาหาปลาที่บึงหนองไผ่ล้อม หมู่ 6 บ้านหนองไผ่ล้อม ต.บึงพระ ใน งานทอดแหบึงหนองไผ่ล้อม ประจำปี 2562 มีนายเจษฎา ลิ้มศรีตระกูล นายอำเภอเมืองพิษณุโลก เดินทางมาเป็นประธานเปิด โดยงานนี้จัดขึ้นเพื่อหารายได้ในการพัฒนาหมู่บ้านและบึงหนองไผ่ล้อม ซึ่งเป็นบึงธรรมชาติ ที่กรมชลประทานได้มาขุดเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยมีชาวบ้านหนองไผ่ล้อมทุกคนช่วยกันดูแลเป็นอย่างดีให้มีวิสัยทัศน์ที่สวยงามและนำพันธุ์ปลาต่าง ๆ มาปล่อยไว้เป็นเวลากว่า 1 ปี ขณะนี้ปลาเติบโตเต็มที่จนสามารถจับได้แล้ว บรรยากาศมีบรรดาชาวบ้านพากันแห่แหนเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก ทางคณะกรรมการหมู่บ้านได้จัดขายบัตรในราคาใบละ 300 บาท พร้อมกับทำทุ่นโฟมลอยน้ำ จัดเตรียมไว้ให้ถึง 1,380 หลัก เมื่อถึงเวลาประกาศเริ่มการแข่งขันทุกคนต่างทอดแห่โชว์ลีลากันอย่างเต็มที่ปรากฏว่าส่วนใหญ่ได้ปลาติดแหขึ้นมาหลากหลายชนิดด้วยกัน ทั้งปลาบึก, ปลากระโห้, ปลาคร้าว และปลาตะเพียน ซึ่งจะมีจุดที่คณะกรรมการได้ตั้งเครื่องชั่งกิโลไว้ให้เพื่อวัดขนาดน้ำหนักปลา โดยผู้ที่ชนะรางวัลที่1สามารถทอดแหจับปลาบึกที่มีน้ำหนักตัวมากถึง 25 กิโลกรัม พร้อมรับเงินรางวัลติดมือกลับบ้านอีกจำนวน 1,000 บาท นอกจากนี้ยังมีพ่อค้าคนกลางมารอรับซื้อปลาชนิดต่าง ๆ ในราคาเริ่มต้นตั้งแต่กิโลกรัมละ30–100บาท  ทำให้ชาวบ้านลงแขกจับปลาทำรายได้ให้ท้องถิ่นครึ่งแสนบาท ส่วนที่อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ชาวบ้านในอำเภอวารินชำราบ และอำเภอใกล้เคียง นับพันคนใช้เครื่องมือจับปลานานาชนิดลงจับปลาในหนองกุดตางง ซึ่งเป็นหนองน้ำประจำตำบลหนองกินเพล ตั้งอยู่บ้านขัวไม้แก่น ต.หนองกินเพล […]

ตกได้เกลื่อนกลาด!! นักตกปลาเผยภาพ “พีค็อกแบส” ตัวเป็นๆ จากอ่างเก็บน้ำห้วยเกษม

เชื่อว่าหลายคนคงได้ทราบกระแสข่าวที่ได้รับความสนใจอย่างมากในวงการปลาสวยงาม เมื่อกรมประมงได้มีคำสั่งห้ามนำเข้ากุ้งเครฟิช ปลาพีค็อกแบส และปลาสวยงามอีกหลายรายการเข้าประเทศโดยเด็ดขาด ทั้งยังแจ้งให้ผู้เลี้ยงที่ครอบครองปลาชนิดดังกล่าวทุกรายต้องขึ้นทะเบียน เพื่อป้องกันลักลอบปล่อยปลาต่างถิ่นลงแหล่งน้ำธรรมชาติ หากฝ่าฝืนโทษจะมีปรับหนัก 1-2 ล้านบาท แต่ดูเหมือนการป้องกันการรุกรานนี้จะไม่สามารถหยุดการระบาดของสายพันธุ์ต่างถิ่นในบางพื้นที่ได้ อย่างเช่นบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยเกษม จังหวัดเพชรบุรี ที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Thum Bionic ได้โพสต์ภาพของ ปลาพีค็อกแบส (Peacock bass) ที่ตกได้เป็นจำนวนมาก และยังมีข้อมูลว่าอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ยังเป็นที่หมายสำหรับนักตกปลาที่ต้องการสัมผัสความตื่นเต้น จากการสู้เบ็ดอันดุดันของปลาชนิดนี้อีกด้วย

ปลาตายปริศนานับหมื่นตัวในออสเตรเลีย ชนพื้นเมืองเชื่อลางเตือนภัยพิบัติ

เกิดปรากฏการณ์ประหลาดในออสเตรเลีย หลังจากที่ปลานานาชนิดจำนวนมากกว่า 10,000 ตัว พากันลอยตายอย่างเป็นปริศนาในแม่น้ำดาร์ลิ่ง ช่วงที่ไหลผ่านเมือง เมนินดี้ ซึ่งอยู่ห่างจากนครซิดนีย์ไปทางตะวันตกราว 1,000 กิโลเมตร และถือเป็นการพบปลายตายหมู่อย่างเป็นปริศนาครั้งที่ 2 ในออสเตรเลีย นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 61 ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ ทางการออสเตรเลียยังไม่สามารถสรุปได้ว่า อะไรเป็นสาเหตุของการตายหมู่ของปลานับหมื่นตัว แม้จะมีข้อสันนิษฐานจากนักวิทยาศาสตร์ท้องถิ่นว่าการลดลงอย่างฉับพลันของอุณหภูมิ รวมถึงการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของสาหร่ายบางสายพันธุ์ในแม่น้ำที่ทำให้ออกซิเจนในน้ำลดลง น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ปลาจำนวนมากพากันตายลง อย่างไรก็ดี ชนพื้นเมืองอย่างชนเผ่า อะบอริจิน มีความเชื่อว่า การพบปลาตายหมู่ ถือเป็นสัญญาณเตือนการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ปรากฏการณ์ ‘ฝนตกเป็นปลา’ ในอินเดีย ชาวบ้านแห่เก็บไปทำอาหาร

ชาวเมืองอมาลาปุรัม ในรัฐอานธรประเทศของอินเดียถ่ายคลิปวิดีโอขณะที่ฝนกำลังตก หลังพวกเขาได้ยินเสียงดังโครมครามดังมาจากบนหลังคาบ้าน จึงเดินออกไปดู แล้วก็พบว่าบนหลังคา รวมถึงพื้นถนนหน้าบ้าน มีปลากระจายอยู่เกลื่อนพื้นที่ ชาวเมืองระบุว่านับจำนวนปลาได้กว่า 200 ตัว โดยเป็นปลาที่คนท้องถิ่นนิยมนำมาประกอบอาหาร ทำให้ชาวบ้านเลยพากันเก็บปลาใส่กะละมังกลับบ้านเพื่อทำเป็นเมนูมื้อเย็น ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าปรากฏการณ์  ฝนตกเป็นปลา เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้เมื่อเกิดลมหมุนเหนือแม่น้ำ ลมพายุหมุนจะดูดเอาทุกอย่างในน้ำ ทั้งขยะ สัตว์เล็ก อย่างปลา หรือกบ ขึ้นมาด้วย และวัตถุเหล่านี้ก็จะถูกพัดตกลงมาพร้อมกับฝน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

แค่รอดก็โอเค! พบกับ Pearlfish ปลาผู้ใช้ชีวิตใน ‘รูทวาร’ ปลิงทะเล

หากจะมีอวัยวะส่วนใดในร่างกายสิ่งมีชีวิตที่ไม่น่าพิสมัยที่สุดล่ะก็ คงต้องยกให้ ‘รูทวาร’ ของสัตว์และคนเรานี่แหละ แต่ใครจะไปคิดว่า ส่วนที่ไม่น่าจะสัมผัสนี้กลับสามารถเป็นบ้านและที่หลบภัยของสัตว์บางชนิดได้อย่างไม่น่าเชื่อ อย่างเช่นกรณีของเจ้าปลา Pearlfish ที่ดูจะชื่นชอบจนถึงขึ้นยอมเสาะหารูก้นของปลิงทะเลไว้เป็นเพนท์เฮ้าส์ส่วนตัวกันเลยทีเดียว อาจจะฟังดูแปลกๆ ที่จะมีสัตว์อีกตัวเข้าไปอยู่อาศัยอยู่ในก้นของสัตว์อื่นได้ แต่เพราะร่างกายที่แสนบอบบาง และมีความสามารถในการว่ายน้ำที่ไม่ดีนัก ทำให้เจ้าปลาเพิร์ลต้องหาที่พึ่งพิงยามยาก ด้วยการอาศัยจังหวะที่ปลิงทะเลกำลังดูดน้ำเข้าทางก้นเพื่อหายใจค่อยๆ สอดตัวเข้าไปในรูทวารของปลิง ซึ่งเหตุผลที่มันทำแบบนี้ ก็เพราะโดยปกติแล้วปลิงทะเลนั้นไม่ค่อยมีศัตรูตามธรรมชาติ ในขณะที่ปลาเพิร์ลเองก็บอบบางและง่ายต่อการตกเป็นอาหารของนักล่าได้ง่าย ฉะนั้นการเข้าไปซ่อนตัวอยู่กับสิ่งที่ค่อยมีใครอยากกินนั้น จึงเป็นทางเลือกที่ทำให้พวกมันอายุยืนขึ้น แม้ว่าจะเป็นวิธีที่ไม่ค่อยน่าชมสักเท่าไหร่ก็ตาม

พาเที่ยวโฮมสเตย์ธรรมชาติ สัมผัสวิถีพื้นบ้านของชนเผ่าปกาญอ กับ อาหารพื้นเมืองที่หลายคนไม่เคยลิ้มลอง

สวัสดีค่ะวันนี้รายการตามอำเภอจานสัปดาห์นี้ พาเที่ยวโฮมสเตย์ธรรมชาติสัมผัสวิถีพื้นบ้านของชนเผ่าปกาญอ ที่ ต.พระธาตุ อ.แม่ระมาด จ.ตาก วันนี้รายการตามอำเภอจานต้องขอพาคุณผู้ชมมาพบกับ กับความสำคัญของการสร้างฝายที่ชาวบ้านป่าไร่เหนือจะมาร่วมแรงร่วมใจกันทำฝายเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ช่วงหน้าแล้งซึ่งจุดที่ทำฝายนั้นจะเป็นจุดที่ชาวบ้านลงมาใช้อุปโภคบริโภคทำให้การสร้างฝายแต่ละครั้งจึงมีความสำคัญกับคนในหมู่บ้านที่พร้อมจะช่วยกันคนละไม้คนมือเพื่อจะได้มีน้ำไว้ใช้ตลอดทั้งปี ฝายที่ชาวบ้านสร้างขึ้นนอกจากจะใช้ทั้งการอุปโภคบริโภคแล้ว ยังใช้ในการทำการเกษตรต่างๆรวมไปถึงข้าวโพดและข้าวที่ปลูกสลับกันทั้งปีซึ่งเป็นรายได้หลักของคนในชุมชน ฝายชะลอน้ำจะใช้วัสดุที่หาได้จากธรรมชาตินั้นๆ แต่จะเริ่มจากการตีไม้และปักเสาระบุตำแหน่งเสียก่อน เช่น บริเวณที่เป็นพื้นดินพื้นทรายก็อาจจะใช้กระสอบทรายวางเรียงเป็นฝาย หรือ บริเวณที่มีหินมากจะใช้หินวางเรียงตัวกันเป็นแนวฝายเป็นต้น ทั้งนี้ขนาดของฝายจะแตกต่างกันไม่แน่นอน เนื่องจากขึ้นอยู่กับขนาดของลำธารและลำห้วยที่ต้องการสร้างฝายชะลอน้ำ ประโยชน์ฝายนั้นมีประโยชน์ในการช่วย ลดความรุนแรงจากสายน้ำ และ ลำธาร ป้องกันหน้าดินให้แข็งแรงและไม่พังทลาย ช่วยกักเก็บน้ำได้เป็นอย่างดี มีน้ำในลำห้วยเยอะขึ้นกว่าไม่มีฝายชะลอ สร้างความชุ่มชื่น ความอุดมสมบูรณ์มีความเป็นอยู่ที่ดีต่อสัตว์ที่อาศัยบริเวณนั้น และความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตและฝายชะลอน้ำจะสามารถช่วยกักเก็บตะกอนต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณต้นน้ำ ทำให้น้ำใสมากขึ้นด้วยหล่ะค่ะ ตามหาวัตถุดิบหลังการสร้างฝายกับผักพื้นถิ่นที่หาได้ตามริมน้ำอย่างผักปลาบที่มีเทคนิดในการเลือกยอดอ่อนๆและก้านจะมีสีเขียวที่จะให้รสชาติอร่อยกว่าผักปลาบชนิดอื่น จากนั้นตามพี่หอยและทูนวย ไปดักปลาแบบตาข่ายเพื่อนำมาทำอาหารพื้นบ้าน อย่างแกงส้มที่ได้แม่ครัวใจดีถึงสองคนมาปรุงอาหารให้เราได้ทานกันวันนี้แถมด้วยอีกหนึ่งเมนูต้องชิมกับน้ำพริกมะกอกสไตล์ปกาญอติดตามความสนุกได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้กันเลยค่ะ ติดตามความอร่อย และสนุกครบรสได้ใน “ตามอำเภอจาน” ได้ทุกวันเสาร์ เวลา 12.00 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34 หรือที่ลิงค์ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

ตามอำเภอจานพาล่องเรือชมธรรมชาติ พร้อมเมนูเด็ดจากปลาสีกุนหางเหลือง

ตามอำเภอจานสัปดาห์นี้ พาล่องเรือชมธรรมชาติ ณ คลองเขาแดง อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์  พร้อมเมนูเด็ดจากปลาสีกุนหางเหลือง สวัสดีค่ะตามอำเภอจานสัปดาห์นี้อยู่กันที่ ณ คลองเขาแดง อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์  คลองเขาแดงนี้อยู่ในพื้นที่การดูแลของอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ซึ่งด้วยบรรยากาศของป่าโกงกางตามธรรมชาติที่ยาวตลอดแนว ลำคลอง สลับกับทิวเขาหินปูนที่กระจายตัวอยู่เป็นบริเวณกว้าง และมีรูปร่างแปลกตา ทำให้ที่นี่ถูกขนานนามว่า กุ้ยหลินแห่งสามร้อยยอดที่มีความสวยงามไม่เหมือนใครกันเลยทีเดียวค่ะ ณ หาดสามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ กับบรรยากาศในช่วงเช้ามืด เพื่อเดินทางออกสู่ทะเล โดยมีเป้าหมายคือ ตามหาฝูงปลาสีกุนหางเหลือง วัตถุดิบประจำสัปดาห์ ซึ่งการตกปลาสีกุนครั้งนี้ มีอุปกรณ์สำคัญคือ เบ็ดโสก  เบ็ดที่ใช้สำหรับตกปลาฝูง เพราะในหนึ่งเส้น จะมีตัวเบ็ดเรียงอยู่ตลอดสายประมาณ 5 – 6 ตัว และมีพู่ปลอมที่ทำเลียนแบบกุ้งฝอยหรือปลาเล็กเพื่อล่อตัวปลา “โสก”  หรือสาวเบ็ดขึ้นลงให้เหมือนกับเหยื่อมีชีวิต เพื่อล่อปลาให้เข้ามากินเหยื่อ ซึ่งหากเจอฝูงปลา การโสกเบ็ดในแต่ละครั้งจะได้ปลามากกว่า 1 ตัว เมื่อเจอเข้ากับฝูงปลาก็ได้เวลาหย่อนเบ็ดลงน้ำ ซึ่งใช้เวลาไม่นาน ปลาสีกุนหางเหลือง ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับคลื่นลมที่โยกเรือมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกันค่ะและปลาสีกุนสดๆ ที่ได้มาเต็มถัง จะถูกนำมาแล่ ลอกหนัง และนำมาคลุกกับเครื่องแกง และเครื่องปรุงต่างๆ เพื่อทำอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นั่นก็คือ […]

เปิดจานเด็ดที่เมืองอุทัยธานี…!! ใช้ของดีของเด่นจากปลาประจำจังหวัด อย่าง ‘ปลาแรด’ (คลิป)

รายการ ชีพจรลงพุง เสนอตอน เปิดจานเด็ดที่เมืองอุทัยธานี ปักหมุด 3 ร้านดัง ร้านสมศักดิ์ ปลาแรดทอด, ร้านน้ำสมุนไพร และร้านเจ๊ดา ปลาลวก เริ่มกันที่ “ของดีของเด่น” เมืองอุทัยธานี ร้านแรกตั้งอยู่ในตลาดสดเทศบาลเมืองอุทัยธานี จุดเด่นของร้านนี้คือ การนำปลาประจำจังหวัด อย่าง “ปลาแรด” มาทำอาหารอร่อยให้ได้ทาน ที่ร้านสมศักดิ์ ปลาแรดทอด ร้านนี้ขายมากว่า 20 ปี พี่ติ่ง เจ้าของร้าน เล่าให้ฟังว่า ปลาแรดที่ขายจะทอดสดใหม่เสมอ ลูกค้าที่มาซื้อจะได้ทานปลาแรดทอดใหม่ๆ เพราะทางร้านจะทอดไปเรื่อยๆ ของหมดก็เติม ดังนั้นปลาแรดของเราจึงไม่อมน้ำมันอย่างแน่นอน ราคาปลาแรดทอดขนาดกลาง 1 ตัว ราคา 150 บาท ขนาดประมาณ 1 กิโลกรัม ร้านตั้งอยู่ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองอุทัยธานี เบอร์โทรศัพท์ 0815336890 เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 03.00-09.00 น. และ 14.00-19.00 น. ไปต่อกันที่ “ร้านน้ำสมุนไพร” เฮียนั้ม เมนูเด่นที่ต้องสั่ง “น้ำเหลี่ยงจุ้ย” สูตรเฉพาะของทางร้าน เหลี่ยงจุ้ย เป็นคำที่มาจากภาษาจีนแต้จิ๋ว […]

ช็อก! ปลาลอยแพตายนับพัน เหตุทนหนาวไม่ไหว หลังคลื่นอากาศหนาวถล่มสหรัฐฯ

ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เกิดปรากฏการณ์ปลาลอยแพตายเกลื่อนทะเล ที่มลรัฐเวอร์จิเนีย สาเหตุเพราะทนความหนาวเย็นของน้ำไม่ไหว โดยรายงานข่าวเปิดเผยคลิปวิดีโอ เป็นภาพที่บันทึกได้จากน่านน้ำบริเวณชายฝั่งอีสเทอร์นชอร์ ในมลรัฐเวอร์จิเนีย โดยภาพจากในคลิปเผยให้เห็นปลาจำนวนหลายพันตัว ลอยแพตายอยู่บนผิวน้ำ โดยที่หลายตัวตายในสภาพที่เหมือนกับถูกแช่แข็ง สร้างความตกตะลึงแก่ผู้ที่ได้ชมคลิปอย่างมาก ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พื้นที่ทางตะวันออกของสหรัฐฯ รวมถึงที่มลรัฐเวอร์จิเนียแห่งนี้ ต้องเผชิญกับคลื่นอากาศหนาวและการพัดถล่มต่อเนื่องของพายุหิมะ ส่งผลให้อุณหภูมิในหลายพื้นที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนบางพื้นที่ต้องเผชิญอุณหภูมิที่หนาวเหน็บถึงขั้นติดลบมากกว่า 40 องศาเซลเซียส ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยาทางทะเลเผยว่า ในความเป็นจริงแล้วปลาและสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ จะมีกลไกในการปรับตัวตามธรรมชาติเมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง แต่การที่พบปลาลอยแพตายเป็นจำนวนมากเช่นนี้ เป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่า สภาพอากาศหนาวสุดขั้วทางชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา มีระดับความหนาวเย็นที่รุนแรงเกินกว่าที่กลไกร่างกายของปลาเหล่านี้จะปรับตัวไหว การลอยแพตายหมู่ของปลาจำนวนหลายพันตัวในครั้งนี้ เกิดขึ้นในขณะที่ทางการท้องถิ่น รวมถึงหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ กำลังเร่งเดินหน้าส่งเรือตัดน้ำแข็ง เข้าไปทำลายแผ่นน้ำแข็งที่ปกคลุมผิวน้ำทะเลทั่วภาคตะวันออกของสหรัฐฯ เพื่อให้การสัญจรทางน้ำ และการประมงในท้องถิ่น สามารถกลับมาทำได้ตามปกติ

ตลาดปลาซึกิจิ คึกคัก! เปิดประมูล ‘ปลาทูน่าครีบน้ำเงิน’ ประจำปี 2018 เคาะที่กว่า 10 ลบ.

ตลาดปลาซึกิจิ ที่ญี่ปุ่น เปิดประมูลปลาประจำปี 2018 “ปลาทูน่าครีบน้ำเงิน” น้ำหนัก 405 กิโลกรัม เคาะราคาสูงสุดที่ 36.5 ล้านเยน คิดเป็นเงินไทยกว่า 10 ล้านบาท บรรยากาศที่ตลาดปลาซึกิจิ ตลาดปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ได้ทำการเปิดประมูลปลาทูน่า ประจำปี 2018 มีบรรดาร้านอาหาร และภัตตาคารต่างๆ เดินทางมาร่วมประมูลอย่างคึกคัก ภายในพื้นที่ประมูลปลา จะเห็นปลาทูน่าแช่แข็งวางเรียงกันบนพื้น ทุกตัวจะถูกตัดหางออกเพื่อให้มองเห็นเนื้อด้านใน ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การประมูลปลาทูน่าครีบน้ำเงิน ซึ่งเป็นเจ้าของฉายา “ราชาแห่งทูน่า” ปีนี้ ตัวที่นำออกประมูลมีน้ำหนักถึง 405 กิโลกรัม และผู้ที่ประมูลไปได้ก็คือ คิโยชิ คิมูระ เจ้าของเครือธุรกิจคิโยมูระคอร์ป ซึ่งมีร้านซูชิเจ้าดังคือ ซูชิซันมัย โดยปีนี้ เคาะราคาประมูลที่ 36.5 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทยก็ราว 10 ล้านบาทเศษ สำหรับการประมูลปลาของตลาดซึกิจิในปีนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่จัดขึ้นในตลาดเดิม เพราะในเดือนตุลาคมนี้จะย้ายไปอยู่แถวๆ ย่านโทโยสุ.

keyboard_arrow_up