เด็ก 12 เล่นประทัดยักษ์ แต่เกิดระเบิดเจ็บสาหัส – ตาบอด 1 ข้าง

จากกรณี เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา ด.ช.พิชิต วงษ์วิจิตร หรือ น้องเติ้ล อายุ 12 ปี นักเรียนโรงเรียนบ้านเป้าสำราญชัยวิทยา อ.เกษตรสมบูรณ์ ได้ซื้อประทัดยักษ์ลูกกลมคล้ายลูกบอลไปจุดเล่นกับเพื่อน แล้วเกิดระเบิดจนส่งผลให้น้องเติ้ลนอนแน่นิ่ง เลือดไหลท่วมตัว มีบาดแผลลึกบริเวณเบ้าตาขวา บริเวณปากมีแผลฉีกขาดเป็นรอยยาวขึ้นถึงจมูก แขนด้านซ้ายมีแผลลึก นิ้วมือด้านซ้ายมีแผลฉีกขาด อาการสาหัสปางตาย เพราะถูกแรงระเบิดของประทัดยักษ์ ความคืบหน้าอาการของน้องเติ้ล ล่าสุด นายแพทย์เดชวิทย์ ใจประเสริฐ จักษุแพทย์ โรงพยาบาลภูเขียว จ.ชัยภูมิ ออกมาชี้แจงผลการรักษาว่า กรณีที่เกิดกับน้องเติ้ล ตอนนี้ทางโรงพยาบาลได้รับตัวเข้าไปทำการรักษา และสามารถช่วยชีวิตน้องเติ้ลเอาไว้ได้ แต่น้องเติ้ลต้องเสียดวงตาข้างขวาไป 1 ข้าง เนื่องจากบาดแผลลึกและฉีกขาดอย่างละเอียด ทำให้แพทย์จำเป็นต้องควักลูกตาออกทิ้งทั้งหมด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ และที่บริเวณนิ้วมือด้านซ้ายกระดูกบางชิ้นแตก ซึ่งขณะนี้ได้ทำการต่อนิ้วและเย็บแผลจนครบทุกนิ้ว แต่แพทย์ยังคงต้องรอดูอาการของน้องเติ้ลไปก่อน ส่วนการรักษาในขั้นตอนต่อไปก็คือการใส่ลูกตาเทียม ในกรณีนี้แพทย์จะต้องรอให้บาดแผลที่เกิดขึ้นหายดีก่อน นอกจากนี้ ในกรณีของน้องเติ้ลนั้น คนไข้สามารถใช้สิทธิบัตรทองรักษาฟรีได้ และนายแพทย์เดชวิทย์ ยังฝากเตือนผู้ปกครอง ตลอดจนผู้ที่มีความจำเป็นต้องไปเกี่ยวข้องกับวัตถุระเบิดในช่วงที่ใกล้จะออกพรรษา หากพบเหตุการณ์ในลักษณะนี้ ห้ามทำการรักษาด้วยตนเอง ต้องรีบนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลทันที และนำชิ้นส่วนที่ขาดใส่ถุงพลาสติกแช่ในน้ำแข็งมาด้วย […]

งูเห่าพ่นพิษ อสรพิษอันตรายที่โจมตีได้จากระยะไกลกว่า 2 เมตร

งูเห่าพ่นพิษ (Spitting cobra) เป็นงูเห่ากลุ่มหนึ่ง ที่สามารถพ่นพิษออกจากต่อมพิษได้ แทนที่จะกัดเหมือนงูทั่วไป ทั้งยังสามารถพ่นพิษได้ไกลถึง 2 เมตร โดยแรงบีบจากกล้ามเนื้อบีบต่อมพิษและบังคับออกผ่านไปยังข้างหน้าหลุมที่ซอกของเขี้ยว แม้จะไม่เข้าสู่ร่างกาย แต่ถ้าพิษโดนเข้าตา จะทำให้ตาบอดได้ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธีและท่วงทันเวลา เพราะมีฤทธิ์ทำให้กระจกตาบวม อีกทั้งงูยังเล็งที่ตาของศัตรูที่มาคุกคามด้วย งูเห่าพ่นพิษ มีรูปร่างและลักษณะทั่วไปคล้ายกับงูเห่าชนิดที่พ่นพิษไม่ได้ ยากแก่การแยกแยะได้จากลักษณะภายนอก พบแพร่กระจายพันธุ์ได้ทั้งในทวีปเอเชียและแอฟริกา สำหรับในประเทศไทยมีงูเห่าพ่นพิษอยู่ 2 ชนิด ติดตามรายการ #เสน่ห์สัตว์โลก และสารคดีอื่นๆ ได้ทางช่องอมรินทร์ทีวีเอชดีช่อง 34

พยานแฉ เด็กตาบอดถูกหนังสติ๊กยิงใส่ กร่างคว้ามีดจ้วงผู้ใหญ่บ้านก่อน (คลิป)

วันที่ 27 พ.ย. 61 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ต.อิสาณเขต อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ว่าลูกชายวัย 16 ปี ถูกผู้ใหญ่บ้านใช้หนังสติ๊กใส่ลูกแก้วยิงตาลูกชาย ทำให้ตาบอดสนิท จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบว่า ผู้ว่าบาดเจ็บ คือนายเขียด อายุ 16 ปี ถูกลูกแก้วยิงใส่ลูกตาข้างขวาจนบอดสนิท โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 4 โมงเย็น ผู้ใหญ่บ้านซึ่งมีศักดิ์เป็นอา ใช้เครื่องขยายเสียงที่บ้านตายายของนายเขียด เพื่อประชาสัมพันธ์งานของหมู่บ้าน โดยนางจิ๋ม พิมพ์อักษร แม่นายเขียด เล่าว่า ลูกชายกับผู้ใหญ่บ้านเคยมีเรื่องทะเลาะกันมาก่อนหลายครั้ง ก่อนหน้านี้พบว่า เคยเอาขวดขว้างใส่กันแต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งผู้ใหญ่บ้านได้เรียกลูกไปเจรจาเรื่องที่มีคนไปร้องเรียนกับผู้ใหญ่บ้าน หาว่าลูกตนไปพรากผู้เยาว์ ซึ่งขณะเจรจาผู้ใหญ่ได้พูดจาในลักษณะดูถูก และต่อว่าลูกตนเอง ทั้งยังใช้ปืนออกมาข่มขู่ด้วย จึงทำให้ลูกตนฝังใจ จนกระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พ.ย. ผู้ใหญ่บ้านขับรถกระบะมาจอดที่หน้าบ้าน อ้างจะมาเรี่ยไรเงิน แต่ลักษณะเหมือนจะมาหาเรื่อง ลูกชายเห็นท่าไม่ดี จึงคว้ามีดทำครัวมาถือไว้ หวังจะเอามาป้องกันตัว แต่ผู้ใหญ่บ้านได้เอาหนังสติ๊กที่เตรียมมาแล้ว ยิงลูกหินเข้ามาจนเข้าตาขวาลูกชาย จนนอนล้มลงดิ้นทุรนทุราย ก่อนจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล […]

อย่าคิดว่าแค่ฟันผุ!! หมอเผยอุทาหรณ์ หลังคนไข้หวิดตาบอด เพราะปัญหาในช่องปาก

ปัญหาฟันผุนั้น หลายคนอาจมองว่าเป็นปัญหาเพียงแค่นั้นช่องปากที่ไม่ลุกลามไปยังส่วนอื่นของร่างกาย แต่ดูเหมือนว่าเราต้องมาทำความเข้าใจกับปัญหาสุขภาพนี้กันใหม่แล้ว เมื่อ พญ.อารีย์ นิมิตรวงศ์สกุล จักษุแพทย์เชี่ยวชาญด้านโรคตา ได้โพสต์ภาพคนไข้รายหนึ่งผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก Doctor Aree โดยระบุว่า…ฟันผุ สามารถเป็นสาเหตุของการติดเชื้อลุกลามเข้าสู่ไซนัสและลามมาในเบ้าตาด้านหลังลูกตาได้ เช่นเคสนี้เป็นต้น ทั้งนี้ คุณหมอยังให้ข้อมูลอีกว่า คนไข้รายนี้มีดวงตาปูดโปน มองจนเห็นแค่ลางๆ และมีอาการปวดตามาก ทำซีทีจึงพบว่ามีหนองในไซนัสและในเบ้าตา และแถวรากฟัน ได้ผ่าตัดถอนฟัน และผ่าตัดระบายหนองหลังเบ้าตาและไซนัส รวมถึงให้ยาฆ่าเชื้อ จนกลับมามองเห็นได้ปกติ แต่หากรักษาไม่ทันอาจไม่โชคดีกลับมามองได้แบบรายนี้ จึงโพสต์กรณีของคนไข้รายนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์ให้ดูแลสุขภาพช่องปากและสุขภาพตาต่อเนื่อง หากมีอาการฟันผุอย่าปล่อยทิ้งไว้เพราะหากติดเชื้อลุกลาม ก็อาจทำให้ถึงขั้นตาบอดได้

หลบไปแม่จะเดิน!! 5 บทบาทการแสดงอันน่าจดจำที่ส่งให้ เบลค ไลฟ์ลี่ สู่การเป็น “ราชินีพรมแดง”

“เบลค ไลฟ์ลี” นักแสดงและเซเลบสาวที่ถือได้ว่าเป็นผู้นำแฟชั่นที่ผู้หญิงทั่วโลกติดตามจำนวนมหาศาล และยกย่องให้เป็นตัวอย่างของผู้หญิงยุคใหม่ที่สวย เก๋ มีสไตล์ ทั้งในบทบาทของการเป็นนักแสดง บทบาทของคุณแม่ และแน่นอนว่าเธอคือไอดอลแฟชั่นของผู้หญิงทั่วโลกตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ทุกโอกาสที่เธอปรากฎกาย เหล่ากูรูแฟชั่น สื่อมวลชนและแฟนๆ ล้วนจับจ้องไปที่สไตล์การแต่งตัวของเธอที่ไม่เคยพร่องสมกับที่ได้รับฉายาว่า “ราชินีพรมแดง” โดยล่าสุดในปี 2017 เบลค ไลฟ์ลี่ ได้รับการยกย่องให้เป็น Variety’s Power of Women อีกด้วย ในโลกของการแสดง เบลค แจ้งเกิดจากบท Serena van der Woodsen ผลงานซีรีย์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง Gossip Girl (2007–2012) ที่ทำให้ทั่วโลกได้รู้จักกับเธอ ในซีรีส์จะเห็นได้เลยว่าเธอเป็นสาวแฟชั่นนิสต้าตัวแม่สุดๆ ก่อนที่หลังจากซีซั่นสุดท้าย เธอจะก้าวเข้าสู่โลกของภาพยนตร์ในเวลาต่อมา สำหรับเรื่องที่ทั่วโลกต่างฮือฮา The Age of Adaline ภาพยนตร์รักเรื่องยิ่งใหญ่ที่เธอเปล่งประกายในทุกซีนที่ปรากฎตัว เบลค ไลฟ์ลี่ รับบทเป็น อดาไลน์ สาวงามที่ประสบอุบัติเหตุทำให้อายุของเธอหยุดอยู่กับที่ ในขณะที่ทุกคนต่างจากไปตามวงจรชีวิต คงเหลือแค่เพียงตัวเธอ ที่ยังคงต้องผจญกับคำสาปที่ไร้ซึ่งวิธีแก้ ในเรื่องนี้เองที่เราจะได้เห็นว่าเธอสวยและดีงามขนาดไหน หลังจากหนังได้เข้าฉาย เธอถูกเรียกว่าสาวสวยร้อยปีเลยทีเดียว เดี๋ยวจะบอกว่าสวยอย่างเดียว เล่นแต่บทนางงาม ขอแนะนำให้รับชม The Shallows ภาพยนตร์ ทริลเลอร์เอาตัวรอดท่ามกลางทะเล โดยในหนังเรื่องนี้เธอต้องเอาชีวิตรอดบนโขดหินเล็กๆ ท่ามกลางฉลามที่ว่ายวน ถึงแม้หนังจะมีโลเคชั่นที่แคบ และใช้นักแสดงน้อย แต่ เบลค ไลฟ์ลี่ ก็พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า เธอสามารถสะกดผู้ชมไว้ได้ด้วยฝีมือการแสดง ไม่ใช่แค่ความสวย อีกทั้งบทนำเดี่ยวในหนังเรื่องนี้ยังส่งให้เธอได้รับรางวัล People’s Choice Award 2016 […]

ยาย 56 ปี หลงเชื่อตัวแทนขาย ใช้อาหารเสริมหยอดตา หมอระบุติดเชื้อหนัก ผ่าทิ้งรักษาชีวิต

วันที่ 5 ก.ย. 61 นางคำแงง สุวรรณะ อายุ 56 ปี ชาวบ้านโนนลาน ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ผู้ป่วยสูญเสียดวงตาข้างขวา พร้อมญาติ นำผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำพลูคาว ที่มีพนักงานขายนำมาเสนอขายให้โดยอ้างว่าสามารถดื่มเพื่อรักษาอาการปวดขา และใช้หยอดตาเพื่อรักษาอาการต้อกระจกได้ ร้องเรียนหลังจากที่ผู้เสียหายสูญเสียดวงตาข้างขวา จากการนำผลิตภัณฑ์ที่เป็นเครื่องดื่ม มาหยอดตาตามคำแนะนำของพนักงานขาย นางคำแงง ผู้เสียหาย เล่าว่า เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา มีพนักงานขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำพลูคาว เป็นชาย 2 คน นำผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพร ซึ่งระบุว่าผลิตโดยร้าน ใน ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น มาเสนอขายให้กับตน โดยอ้างว่าสามารถรักษาอาการปวดตามข้อกระดูกและร่างกายได้ ด้วยความที่ตนป่วยเป็นโรคเบาหวาน ซึ่งเดินได้ลำบาก เพราะปวดข้อและขา จึงซื้อไว้ทาน 1 ขวด ซึ่งพนักงานขายได้สังเกตเห็นดวงตาของตนว่ามีต้อกระจก จึงแนะนำว่าให้นำเครื่องดื่มสมุนไพรมาหยอดตาด้วย จะทำให้อาการตาต้อกระจกหายได้ โดยพนักงานขายได้แบ่งเครื่องดื่มสมุนไพรใส่ในขวดเล็ก แต่ตนยังไม่เชื่อ จึงยังไม่นำมาหยอดตา กระทั่งตนดื่มเครื่องดื่มสมุนไพรได้ประมาณ 1 เดือน รู้สึกว่าอาการปวดขาเริ่มดีขึ้น […]

‘โจอี้ บาซู’ โชคร้าย! โรคหลอดเลือดในสมองตีบ ส่งผลกระทบทำ ‘ตาซ้ายบอด’

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา ได้รับการเปิดเผยว่าอดีตนักร้องชื่อดัง “โจอี้ บาซู” ลื่นล้มในห้องน้ำเป็นเหตุให้เป็นอัมพาตครึ่งซีกเนื่องจากโรคหลอดเลือดในสมองตีบ ล่าสุดศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง บีอาร์ซี ที่เพิ่งรับโจอี้เข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้จัดแถลงข่าวความคืบหน้าอาการป่วยของอดีตนักร้องชื่อดัง ทั้งส่วนของอาการล่าสุดและคดีความยาเสพติด ทั้งนี้ โจอี้ ยังได้เผยเรื่องราวสุดช็อกว่า ขณะนี้ตาข้างซ้ายของตนเองมองไม่เห็นแล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากอาการโรคหลอดเลือดในสมองตีบ ด้าน นายชาตินันท์ เชยประเสริฐ ประธานกรรมการบริษัท/ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ชี้แจงต่อว่า พูดตรงๆ ก็คือพี่โจอี้ ตามองไม่เห็นข้างนึงครับ ซึ่งมันเป็นอาการที่มาคู่กันโรค แต่มันเป็นคนละเรื่องกับการฟื้นฟูที่ศูนย์ฯ เนื่องจากตาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในการฟื้นฟูสมอง คือตาของพี่โจอี้ไม่เป็นอะไรนะครับ กระจกตาปกติทุกอย่าง แต่ว่าเวลาที่ส่งกระแสประสาทจากตา สมองประมวลผลไม่ได้ว่าเป็นภาพอะไร มันก็เหมือนเมนบอร์ดที่ประมวลผลไม่ได้ พอประมวลผลไม่ได้หมอก็ต้องมาดูว่าในสมองส่วนนั้นที่เสียไปมีโอกาสฟื้นขึ้นมาได้มั้ย ซึ่งเรายังคอนเฟิร์มอะไรตรงนี้ไม่ได้นะครับ แต่โดยดีเทลต้องคุยกับหมอด้านนี้ก่อน แต่ทางเราให้คำตอบเรื่องตาไม่ได้

มารู้จักกับเจ้า Honey Bee น้องเหมียวตาบอด ที่ออกไปท่องโลกกว้างพร้อมกับเจ้าของ

คงไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ หากวันดีคืนดีโลกทั้งใบกลับมืดมิดเฉพาะในสายตาของเราคนเดียว และโดยเฉพาะหากเกิดขึ้นกับสัตว์ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ นี่คงเป็นโชคร้ายที่สุดของพวกมันเลยก็ว่าได้ แต่สำหรับเจ้าเหมียว Honey Bee แมวตาบอดที่ได้รับการช่วยเหลือโดยศูนย์พิทักษ์สัตว์ Animals Fiji ตัวนี้ ได้มีโอกาสใช้ชีวิตท่ามกลางความมืดมิดกับเจ้าของใหม่ พร้อมกับกิจกรรมในยามว่างที่ไม่มีใครคิดว่าแมวตาบอดจะทำได้ นั่นคือการเดินป่า แน่นอนว่า Honey Bee นั้นมองไม่เห็น แต่ด้วยประสาทสัมผัสแบบแมว และสัญชาตญาณต่างๆ ทำให้เจ้าแมวตัวนี้พร้อมออกไปเดินป่ากับเจ้าของแบบไม่มีอิดออด เพราะเมื่อมันเหนื่อยก็มีไหล่ของคนให้ขึ้นไปนั่งพัก และมันก็กล้าที่จะออกสำรวจพื้นที่รอบตัวในระยะสายจูงเช่นกัน

แบบนี้ก็ได้เหรอ!? โซเชียลแฉภาพ ‘ทางเดินคนตาบอด’ แต่ออกแบบไม่เห็นใจผู้ใช้งาน

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊กชื่อ The Sidewalk โลกกว้าง ข้างทางเท้า ได้โพสต์ภาพการก่อสร้างทางเท้า บริเวณซอยพหลโยธิน 11 ที่ระบุว่ามีการวางพื้นทางเดินสำหรับเป็นจุดสังเกตให้ผู้พิการทางสายตาผิดจากมาตรฐาน และอาจเป็นอันตรายสำหรับผู้ที่ต้องใช้เส้นทางดังกล่าว (อ่านต่อที่ : ผ่านมาได้ไง! โซเชียลโวย ‘คนก่อสร้าง-คนตรวจรับงาน’ ทำทางเดินคนตาบอดสุดมั่ว) ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก เฮ้ย นี่มันฟุตบาทไทยแลนด์ ได้โพสต์ภาพทางเท้าจากซอยพหลโยธิน 11 เพิ่มเติมอีกบางส่วน ที่พบว่ามีการออกแบบโดยไม่สนใจการใช้งานผู้พิการทางสายตา เนื่องจากมีหลายเส้นทางที่ขาดความต่อเนื่อง วางพื้นผิดแบบ และมีบางจุดที่พบเสาหรือต้นไม้มาคั่นกลาง ซึ่งทางเพจได้ระบุว่า…ทำแล้วสมองได้เท่านี้ อย่าทำเลย เป็นการทำบาปให้คนตาบอดเปล่าๆ 

ผ่านมาได้ไง! โซเชียลโวย ‘คนก่อสร้าง-คนตรวจรับงาน’ ทำทางเดินคนตาบอดสุดมั่ว

อีกหนึ่งเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง เมื่อเพจเฟซบุ๊ก The Sidewalk โลกกว้าง ข้างทางเท้า ได้โพสต์ภาพการก่อสร้างทางเท้า บริเวณซอยพหลโยธิน 11 ที่ระบุว่ามีการวางพื้นทางเดินสำหรับเป็นจุดสังเกตให้ผู้พิการทางสายตาผิดจากมาตรฐาน และอาจเป็นอันตรายสำหรับผู้ที่ต้องใช้เส้นทางดังกล่าว โดยมีเนื้อหาดังนี้.. คนไม่ได้พิการ แต่เมือง ข้าราชการ และกลุ่มคนที่ทำมาหากินเรื่องเมือง ได้เงิน ได้ชื่อเสียง คือต้นเหตุที่ทำให้คนพิการ จากในภาพ จะใช้คำว่าไม่มีความเป็นมืออาชีพก็คงยังเป็นการให้เกียรติเกินไป คนตรวจรับงานจิตใจทำด้วยอะไร ถึงทำอะไรที่อันตรายแบบนี้ออกมาได้ แผ่นสีเหลืองที่เห็นคือกระเบื้องปูพื้นเพื่อเป็นทางเดินของคนตาบอด เรียกว่า Braille Block มี 2 แบบ ที่เห็นเป็นแถบนูนคือให้เดินไปข้างหน้าได้ ที่เห็นเห็นจุดนูน คือให้หยุดระวัง ที่ปูบนทางแคบ ปูให้เดินไปชนเสา ปูหลบสิ่งกีดขวางให้เดินเป็นเขาวงกต และอีกหลายความมั่ว คนตาบอดเดินด้วยทางธรรมดาอาจจะง่าย และไม่อันตรายเท่าเดินตามส่ิงที่คนมั่วๆ กำหนดให้ คนไม่ได้พิการ แต่เมืองทำให้คนพิการ พิกัด ซอยพหลโยธิน 11 หรือจะเรียกว่าย่านซอยอารีย์ก็ได้ ย่านที่หลายคนพยายามทำให้เป็นที่ที่เดินได้เดินดี? #ทางเดินคนตาบอด

คืบหน้า ‘น้องสี่’ เหยื่อยิงผิดตัว ตาบอด 2 ข้าง-จมูกไม่รับกลิ่น ผู้ก่อเหตุไม่เคยเยียวยา

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 58 เกิดเหตุหญิงสาวรายหนึ่งชื่อว่า น้องสี่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนตามปกติ แต่ในขณะที่รถติดไฟแดงอยู่นั้น ก็มีคนวิ่งตามมาประกบ และใช้ปืนยิงเข้าที่ศีรษะจนเป็นเหตุให้เธอตาบอดทั้ง 2 ข้าง น้องสี่ เล่าให้ฟังว่า ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาเย็นๆ ช่วงหัวค่ำ ตนกับลูกพี่ลูกน้องได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกมาเพื่อทานข้าวเย็น ระหว่างทางเจอกลุ่มวัยรุ่นกำลังทะเลาะกัน พวกตนก็ขี่รถผ่านมาไม่ได้สนใจอะไร จนถูกตามมายิงดังกล่าว อาวุธที่ผู้ก่อเหตุใช้เป็นปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ ยิงในระยะ 5 เมตร เข้าบริเวณศีรษะ กระสุนแตกและฝังบริเวณใบหน้าและดวงตา จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้น้องสี่ตาบอดทั้ง 2 ข้าง และจมูกก็ไม่สามารถรับกลิ่นได้อีกต่อไป ไม่สามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ต้องการและประกอบอาชีพที่ฝันอย่างอาชีพแอร์โฮสเตสได้ โดยผู้ก่อเหตุถูกจับกุมและถูกตัดสินโทษจำคุก 5 ปี ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ข้อหาพกพาอาวุธปืนพร้อมบรรจุลูกกระสุนไปในที่สาธารณะ แต่ทั้งนี้ทางผู้ต้องหาไม่เคยเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาเธอเลย ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ให้ความเห็นในกรณีนี้ว่า น้องสี่สามารถเรียกร้องเอาผิดทางแพ่งเพื่อเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลและเงินเยียวยาได้ แต่ถ้าผู้ต้องหาไม่มีเงินชดใช้ให้ก็ยากที่จะได้อะไรกลับมา เพราะผู้ต้องหาก็ได้รับโทษทางอาญาไปแล้ว ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

ชายปริศนา!? เด็กหญิง 12 เคราะห์ร้ายถูกดักยิงหนังสติ๊กใส่เบ้าตาหวิดบอด ชาวบ้านเผยโดนนับสิบราย (คลิป)

วันที่ 9 ก.พ.61 เมื่อเวลา 00.05 น. ที่ สภ.บ้านในหูต อ.หลังสวน จ.ชุมพร นางจงจินต์ รวดเร็ว อายุ 50 ปี บ้านเลขที่ 215 หมู่ที่ 9 ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร อาชีพค้าขายผลไม้ ได้นำตัว ด.ญ.อรทัย คำแสง ลูกสาว อายุ 12 ปี นักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 รร.ชุมชนวัดชันเงิน เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.เจริญทอง พุ่มพวงทอง รอง สว.สอบสวน ว่า ในช่วงก่อนเที่ยงคืน ขณะที่ ด.ญ.อรทัย นั่งซ้อนท้ายรถ จยย.ที่พี่ชาย เดินทางกลับจากเยี่ยมพี่สาวที่โรงพยาบาลหลังสวน โดยขับรถกันมาบนถนนสาย บ้านควนหินมุ้ย-วัดดอนวาส ซึ่งสองข้างทางเป็นสวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งก่อนจะถึงบ้านเพียง 500 เมตร ด.ญ.อรทัย รู้สึกเหมือนมีของแข็งมาโดนที่บริเวณเบ้าตาด้านขวาอย่างจัง เลือดไหลทะลักออกมา […]

สุดอนาถ ป้าเลี้ยงลูกพิการสมอง หูหนวก ตาบอด ออกบ้านหาเงิน ลูกหิวกินอุจจาระ (คลิป)

จากกรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า “Poramet Misomphop” หนุ่มจิตอาสาใจกุศล โพสต์เล่าเรื่องราวสุดหดหู่ ของคุณป้าคนหนึ่ง ปัจจุบันอาศัยอยู่ในห้องเช่า กับลูกสาวที่ป่วยพิการทางสมองขั้นรุนแรง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และควบคุมสติได้ ซ้ำร้ายยังตาบอดทั้ง 2 ข้าง พูดไม่ได้หูหนวก ฐานะทางบ้านยากจน อาศัยเพียงเงินคนพิการ และเบี้ยยังชีพ 2 คนแม่ลูกรวมกันได้ประมาณ 1,500 บาท แต่ก็ต้องนำไปจ่ายเป็นค่าเช่าห้องหมด แทบไม่เหลือเงินกินข้าว ทำให้สังคมรู้สึกสงสารเป็นจำนวนมาก ล่าสุด วันนี้ (14 ม.ค.) ทีมข่าวเดินทางไปยัง ซ.เรวดี จ.นนทบุรี พบกับ นางระเบียบ สุตตวิบูลย์ อายุ 64 ปี อาศัยอยู่กับ น.ส.นุช อายุ 38 ปี ลูกสาว ที่พิการทางสมอง ตาบอด หูหนวก เป็นโรคหัวใจและลมชัก อาศัยอยู่ในห้องเช่าขนาดเล็กท้ายซอย นางระเบียบ เล่าว่า ตนอาศัยอยู่กับลูกสาว 2 คน ตั้งแต่ลูกสาวอายุได้ 2 ขวบ […]

มาริโอ้ กดไลก์ ยิ้มร่า จบศึกเจอแท็กซี่ยิงหนังสติ๊กใส่รถ พยานยันแท็กซี่หัวร้อนเริ่มก่อน (คลิป)

วันนี้ (8 ม.ค.61) ร.ต.อ.กฤษณะ มั่นศักดิ์ รองสว.(สอบสวน) สน.พญาไท รับแจ้งเหตุ ผู้ขับขี่รถยนต์ทะเลาะวิวาทกัน จึงรีบรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณ ถ.ราชปรารภ ฝั่งมุ่งหน้าแยกประตูน้ำ พบรถหรูปอร์เช่ รุ่นคาร์เรร่า 2 สีดำ ทะเบียน 4 กผ 4134 กทม. จอดอยู่ริมถนน ในสภาพกระจกฝั่งขวาด้านคนขับแตกทั้งบาน ใกล้กันพบ นายมาริโอ้ เมาเร่อ อายุ 29 ปี ดารานักแสดงชื่อดัง ยืนรอให้การ ขณะที่คู่กรณีเป็นรถแท็กซี่ โตโยต้า สีเหลือง ทะเบียน ทส 3889 กทม สภาพกระจกหน้ารถด้านซ้ายแตก มี นายอุดร สุทธิสน อายุ 37 ปี คนขับ ให้การว่า ขับรถมาจาก ถ.พระราม 6 เพื่อเลี้ยวขวาเข้า ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ เมื่อมาถึงแยก  อุรุพงษ์ ได้ถูกรถปอร์เช่ […]

ได้เวลาเงยหน้าหรือยัง!? สาวจีนช็อก ‘ตาขวาบอดเฉียบพลัน’ หลังเล่นเกมบนมือถือต่อเนื่องเป็นวัน

เรียกว่าเป็นข่าวที่ช็อกความรู้สึกใครหลายๆ คน เมื่อสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หญิงสาววัย 21 ปีรายหนึ่งในจีน มีอันต้องประสบภาวะ “สูญเสียการมองเห็น” ที่ดวงตาข้างขวาแบบเฉียบพลัน ภายหลังจากที่เธอใช้เวลาและสายตาของเธอนานต่อเนื่อง 1 วันเต็มๆ ไปกับการ “เล่นเกมบนโทรศัพท์เคลื่อนที่” เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองต่งกวน มณฑลกวางตุ้ง ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีน โดยแพทย์ผู้ทำการรักษาเปิดเผยว่า หญิงสาวรายนี้ประสบภาวะ “หลอดเลือดหล่อเลี้ยงจอประสาทตาส่วนกลางอุดตัน” แพทย์ยืนยันว่า สาเหตุของอาการป่วยซึ่งทำให้ตาข้างขวาของหญิงสาวรายนี้สูญเสียการมองเห็นเกือบ 100% แล้ว เป็นผลสืบเนื่องมาจากพฤติกรรมของเธอที่มักใช้เวลาวันละ 7-8 ชั่วโมงในแต่ละวัน หมดไปกับการเล่นเกมในโทรศัพท์มือถือโดยไม่มีการหยุดพัก และในวันสุดท้ายก่อนที่ตาข้างขวาของเธอจะมองไม่เห็นนั้น มีการเปิดเผยว่า เธอเล่นเกมบนมือถือนานต่อเนื่องเกือบ 24 ชั่วโมง โดยมิได้พักสายตาเลย ทั้งนี้ แพทย์จีนเตือนว่า ถึงเวลาแล้วที่ชาวจีนจะต้องลดจำนวนชั่วโมงที่ทำกิจกรรมบนโลกออนไลน์ลง โดยเฉพาะกิจกรรมที่ต้องใช้สายตาเนื่องเป็นเวลานาน พร้อมแนะ บรรดานักท่องเน็ต ต้องกำหนดช่วงเวลาหยุดพักให้ชัดเจน แทนการหักโหมท่องโลกออนไลน์แบบไม่พักผ่อน

สั่งน้ำมูกแรง เสี่ยงตาบอดได้ แชร์มั่ว หรือ ชัวร์แม่น ??

ใครเคยได้ยินข่าวแชร์นี้คงกลัวที่จะต้องสั่งน้ำมูกกันไปเลย กับกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีก่อน หญิงสาวคนหนึ่งจากประเทศอังกฤษ สั่งน้ำมูกแรงจนตาบวมปูด มองอะไรไม่เห็น ถึงขั้นต้องทำการผ่าตัดรักษาก่อนที่จะถึงขั้นตาบอด!! ตกลงเรื่องนี้มันยังไงกันแน่ นักสืบโซเชียลจะไปถามคุณหมอให้กระจ่างกันไปเลย แพทย์หญิงมัทยา ขวัญอโนชา แพย์ผู้เชี่ยวชาญด้านตา และเลเซอร์ โรงพยาบาลพญาไท 1 ได้คอนเฟิร์มไว้ในรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่าแชร์มั่ว” แล้วว่าข่าวนี้ “แชร์มั่ว X” การสั่งน้ำมูกรุนแรงไม่มีผลกระทบขนาดที่จะทำให้ตาบอดได้  ส่วนข่าวที่สั่งน้ำมูกอย่างรุนแรงแล้วตาบวมเป่ง พบว่ามีลมอยู่ในกระดูกเบ้าตาและมีความดันตาสูงนั้น คุณหมอให้ความเห็นว่า ตามหลักการแพทย์แล้ว กรณีดังกล่าวแล้วเป็นไปแทบไม่ได้เลย นอกเสียจากว่าคนๆ นั้นจะเคยประสบอุบัติเหตุหรือสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้กระดูกเบ้าตาผิดปกติ เช่น กระดูกเบ้าตาร้าวอยู่แล้ว จึงทำให้เกิดภาวะเช่นนั้นขึ้น เพราะการสั่งน้ำมูกแรกจนทำให้มีลมเข้าไปอยู่ในกระดูกเบ้าตานั้นเป็นไปได้ยากมาก ต้องได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงระดับเบ้าตาแตกหรือร้าวลมจึงจะเข้าไปอยู่ได้ อย่างไรก็ดีความเกี่ยวข้องของการสั่งน้ำมูกและเบ้าตามีอยู่บ้าง อย่างที่เราจะสังเกตได้ว่าเวลาสั่งน้ำมูก จะมีน้ำตาไหลหรือมีอาการตาแดง ซึ่งถือเป็นปฏิกิริยาตอบสนองโดยปกติของดวงตา ถ้าสั่งน้ำมูกรุนแรงก็อาจมีภาพเบลอได้บ้างเพราะมีน้ำตาไหลออกมาเยอะกว่าปกตินั่นเอง ทั้งนี้เมื่อเป็นหวัด หรือมีน้ำมูกควรสั่งเบาๆ และใช้การล้างจมูกร่วมด้วยเพื่อรักษาโพรงจมูก หากอาการคัดจมูกไม่ดีขึ้น ควรเข้าพบแพทย์จะดีที่สุด ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. ทางอมรินทร์ทีวี 34

เปิดใจ ‘คุณแม่’ สุดสตรอง! เป็น ‘ดวงตา’ ให้ลูก พาเรียนจนตัวเองจบปริญญาตรีแล้ว (คลิป)

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ขอนำเสนอคุณแม่บุคคลตัวอย่าง ที่ทำหน้าที่ให้ และสร้างชีวิตให้กับลูกอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการเป็นดวงตาแทนลูก ด้วยการสมัครเรียนปริญญาพร้อมกัน จนตอนนี้คุณแม่แซงหน้าเรียนจบไปก่อนแล้ว เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพบัณฑิตจากรั้วมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชที่อายุมากที่สุด ซึ่งเพื่อนร่วมรุ่นของคุณยายคนดังกล่าว พบว่า มีคุณแม่ท่านหนึ่งที่ยอมสมัครเรียนระดับปริญญา พร้อมกับลูกชายที่พิการมองไม่เห็น เพื่อเป็นดวงตาแทนลูก จนวันนี้เรียนจบปริญญาตรีก่อนลูกชายแล้วด้วย ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พูดคุยกับคุณแม่สุพัฒนา เทพแก้ว อายุ 52 ปี คุณแม่ของน้องธนพล เทพแก้ว หรือ โม อายุ 28 ปี คุณแม่เล่าย้อนว่า จุดเปลี่ยนชีวิตของน้องโม และคุณแม่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2551 หลังน้องโมประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่ แพทย์ที่ให้การรักษายืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว เพราะม่านตาขยาย แต่คุณแม่ยืนยันจะช่วยชีวิตลูก จึงตัดสินใจย้ายโรงพยาบาล เพื่อผ่าตัดสมองถึง 8 ครั้ง และรักษาตัวนานเกือบ 1 ปี โดยคุณแม่ต้องตามประกบ เพื่อดูแลอย่างใกล้ชิด ตอนนั้นไม่ได้รู้สึกน้อยใจในโชคชะตา หรือท้อที่ต้องเหนื่อยมากขึ้น คุณแม่บอกว่า รู้เพียงต้องทำให้ลูกสบายใจ ก็พยายามหาเรื่องสนุก เรื่องสบายใจมาเล่าให้ฟัง แม้บางครั้งจะต้องแอบไปร้องไห้ในห้องน้ำ แต่ก็อดทนเพื่อให้ลูกหายดี ส่วนเรื่องการเรียนนั้น […]

มาจาก…ไหน!? แก๊งมิจฉาชีพใจทราม หลอกฉกเงินผู้พิการสายตา ซ้ำเติมเคราะห์กรรม

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 60 รายการ “คลายทุกข์ชาวบ้าน” อมรินทร์ทีวี 34 HD ได้เชิญ 3 ผู้พิการทางสายตามาเปิดเผยประสบการณ์ถูกแก๊งมิจฉาชีพทำทีจะมาให้ความช่วยเหลือ แต่พอเหยื่อเผลอกลับฉกทรัพย์เชิดเงินหนีไป โดยผู้เสียหายเล่าว่า วันเกิดเหตุขณะไปเปิดหมวกร้องเพลงหาเลี้ยงชีพอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ได้มีชายคนหนึ่งมาบอกว่าจะเอาอาหารมาให้แบ่งกันกิน โดยจูงมือหนึ่งในกลุ่มผู้เสียหายเดินตามไปเอาข้าวภายในห้าง ตอนนั้นก็ไม่เอะใจ เพราะเป็นเรื่องปกติที่เวลาไปร้องเพลงเปิดหมวกตามที่ต่างๆ ก็จะมีคนใจบุญนำอาหารมามอบให้ แต่เมื่อยืนรออยู่สักพักก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีคนเอาอาหารมาให้ ขณะที่ชายคนที่พามาก็เงียบหายไป จึงตัดสินใจเดินกลับมาหาเพื่อนและภรรยาที่จุดร้องเพลง ก็ทราบจากภรรยาว่าพอตนเดินไปเอาข้าวแล้ว ก็มีผู้ชายอีกคนมาเอากระเป๋าสะพายที่ภายในมีเงินสด 4,000 บาท บัตรประจำตัวผู้พิการ และเอกสารสำคัญหนีไปแล้ว “ปกติจะไม่พกเงินสดเยอะขนาดนั้น แต่วันนั้นตั้งใจจะเอาเงินไปซื้อนมให้ลูก เราอยากได้เอกสารคืน เพราะเงินคงจะไม่มีหวังได้คืนแน่ๆ เราจะไปทำบัตรใหม่มันก็ยาก มันลำบากต้องไปหลายที่” ผู้เสียหายกล่าว กลุ่มผู้เสียหายยังบอกว่าด้วยว่า ที่ผ่านมาเคยดูข่าว แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดกับตัว รู้สึกเสียใจ หวาดกลัว อยากให้เป็นเพียงความฝัน ไม่น่าจะทำกับเราอย่างนี้ พูดตรงๆ เราก็ไปนั่งขอทาน พวกคุณมีมือมีเท้าครบทำไมไม่หาอาชีพสุจริตทำ มาทำแบบนี้ทำไม

keyboard_arrow_up