ไฟเขียวส่งออกช้าง!! กรมการค้าต่างประเทศแจง ปลดล็อกเพื่อ “งานวิจัย-เชื่อมไมตรี”

กรมการค้าต่างประเทศออกระเบียบกำหนด หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ในการอนุญาตส่งออกช้างและผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากส่วนต่างๆ ของช้าง เพื่อให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ที่กำหนดให้ช้างเป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตส่งออก ก่อนร่าง พ.ร.บ. ช้าง พ.ศ. …. แล้วเสร็จ คาดไทยสามารถส่งออกช้างได้กลางปี 62 นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2562 กระทรวงพาณิชย์ได้ออกระเบียบกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการอนุญาตให้ส่งช้างออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2562 โดยช้างที่ส่งออกได้ต้องเป็นช้างที่จดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรณแล้วเท่านั้น และอนุญาตให้ส่งออกช้างได้ 3 กรณี คือ 1) การส่งช้างเพื่อการศึกษาวิจัย 2) การส่งช้างเพื่อสัมพันธไมตรี และ 3) การส่งส่วนต่างๆ หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ได้มาจากช้างเพื่อศึกษาวิจัยทางวิชาการหรือเพื่อเป็นโบราณวัตถุ/ศิลปวัตถุ ซึ่งระเบียบกระทรวงพาณิชย์ดังกล่าวจะบังคับใช้ จนกว่าร่าง พ.ร.บ.ช้าง พ.ศ. …. ของกรมปศุสัตว์จะแล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ หลังจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะได้มอบอำนาจให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นผู้พิจารณาออกใบอนุญาตส่งออกต่อไป […]

ไทยแลนด์ 4.0…! ‘กัญชา’ ในประเทศไทย ถูกกฎหมายแล้วหรือยัง?!

“กัญชา” ในประเทศไทย ยังคงมีสถานะเป็นยาเสพติด การปลูก ขาย ครอบครอง เสพ ถือเป็นความผิดตาม กม. หากจะให้ถูก กม. จะต้องเพื่อการศึกษาวิจัยใช้ทางการแพทย์เท่านั้น ที่แฟนเพจ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้โพสต์ภาพให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง “กัญชา” กับคำถามที่ว่า “กัญชา ในประเทศไทย ถูกกฎหมายแล้วหรือยัง ??” ร่วมไขข้อสงสัยเรื่องกัญชากับ ป.ป.ส. ปัจจุบัน “กัญชา” ในประเทศไทย ยังคงมีสถานะเป็น “ยาเสพติด” การปลูก ขาย ครอบครอง เสพ ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย แล้วทำไมถึงมีผู้อยากให้กัญาชาเป็นสิ่งถูกกฎหมาย ป.ป.ส. ระบุว่า เพราะหลายการวิจัยฯ พบว่า สารสกัดจากกัญชามีสรรพคุณรักษา หรือบรรเทาอาการเจ็บป่วยของโรคบางชนิด ซึ่งหากจะให้กัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมาย จะต้องเพื่อการศึกษาวิจัยใช้ทางการแพทย์เท่านั้น ย้ำว่าเพื่อการศึกษาวิจัยใช้ทางการแพทย์เท่านั้น ไม่ใช้เพื่อความบันเทิง และสันทนาการ ที่ผ่านมา เคยมีการนำกัญชา หรือสารสกัดจากกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์หรือไม่ ป.ป.ส. ระบุว่า เท่าที่ทราบ “เคยมี” ในยาแพทย์แผนไทย แต่ยังไม่มีการวิจัยชัดเจนที่นำมาใช้ประโยชน์ […]

ประกาศแล้ว! ผลงานรางวัล ‘อิก โนเบล’ ยกย่องผลวิจัยสุดฮา

การประกาศรางวัลอิก โนเบล ครั้งที่ 28 ที่มหาวิทยาลัยฮาวเวิร์ด รัฐแมตซาชูเซ็ตต์ของสหรัฐฯ โดยรางวัลอิก โนเบลเป็นรางวัลล้อเลียนรางวัลโนเบล และยังเป็นการยกย่องผลงานและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ที่สุดเพี้ยนและไม่น่าเป็นไปได้ หนึ่งในรางวัลที่เป็นที่พูดถึงมากที่สุดคือรางวัลอิก โนเบล สาขาการแพทย์ ซึ่งผู้ที่คว้ารางวัลนี้ไปได้คือศาสตราจารย์มาร์ค มิทเชล และศาสตราจารย์เดวิด วอร์ทิงเกอร์ จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ที่วิจัยว่าการนั่งรถไฟเหาะตีลังกาช่วยกำจัดก้อนนิ่วในไตได้ หลังจากที่ทั้งคู่ได้ทดสอบให้คนไข้ลองขึ้นไปนั่งบนรถไฟเหาะและก็พบว่ามีก้อนนิ่วหลุดออกมาด้วยทุกครั้ง ส่วนรางวัลอิก โนเบลสาขามานุษยวิทยาเป็นของทีมนักวิจัยนานาชาติจากเยอรมนี สวีเดน สิงคโปร์ อิตาลีและเดนมาร์ก ที่ศึกษาและรวมรวบหลักฐานที่ชี้ว่าลิงชิมแปนซีเลียนแบบพฤติกรรมของมนุษย์บ่อยพอ ๆ กับการที่มนุษย์เลียนแบบพฤติกรรมของลิงชิมแปนซี ขณะที่รางวัลในสาขาการศึกษาทางการแพทย์เป็นของนายแพทย์อากิระ โฮริอุชิ ชาวญี่ปุ่นที่ค้นพบวิธีการส่องกล้องตรวจสำไส้ใหญ่และทวารหนักด้วยตนเอง ขณะที่รางวัลอิก โนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์เป็นของทีมนักวิจัยนานาชาติจากสหรัฐฯ จีน แคนาดาและสิงคโปร์ ที่ศึกษาผลของการที่พนักงานใช้ตุ๊กตาวูดูแก้แค้นเจ้านาย ที่ชอบข่มเหงว่าได้ผลมากแค่ไหน ทั้งนี้ จุดประสงค์หลักของการมอบรางวัลอิก โนเบลไม่ได้มีเพื่อสร้างเสียงหัวเราะเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนรู้จักกล้าคิด และวิจัยในสิ่งใหม่ ๆ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

นักวิจัย มทร.ธัญบุรี คว้าเหรียญทองระดับโลก จากผลงาน ‘หลอดทดสอบแบคทีเรียก่อโรคในอาหาร’

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิราภรณ์ อนันต์ชัยพัทธนา สาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คิดค้นหลอดพร้อมใช้งานสำหรับปฏิกิริยาลูกโซ่มัลติโพลิเมอเรส สำหรับตรวจสอบแบคทีเรียก่อโรคในอาหาร 3 สายพันธุ์ คือ Salmonella spp, Bacillus cereus และ Staphylococcus aureus เพื่อช่วยลดเวลาในการตรวจสอบแบคทีเรียก่อโรคในอาหาร และอำนวยความสะดวกในการขนส่งสารละลายสำหรับตรวจสอบ นอกจากนี้ ยังเป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการที่ผลิตอาหารจำนวนมาก และต้องการตรวจสอบคุณภาพด้านความปลอดภัยของอาหารที่ผลิตขึ้นในจำนวนมากและให้ผลที่รวดเร็ว ซึ่งผลงานดังกล่าวได้รับรางวัลเหรียญทอง ในงาน INOVA-BUDI UZOR 2017 42nd International Invention Show ณ เมืองโอซีเยก ประเทศโครเอเชีย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิราภรณ์ อนันต์ชัยพัทธนา เปิดเผยว่า ในการตรวจสอบการปนเปื้อนของจุลินทรีย์แบบดั้งเดิมนั้นใช้เวลาในการตรวจประมาณ 5 – 7 วัน ใช้สารเคมี และแรงงานมาก ซึ่งไม่เหมาะสำหรับการตรวจตัวอย่างอาหารจำนวนมากในระดับอุตสาหกรรม ในปัจจุบันจึงมีการพัฒนาวิธีตรวจจุลินทรีย์โดยใช้ปฏิกิริยาลูกโซ่มัลติพอลิเมอเรส มาใช้ในการตรวจสอบแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในอาหาร โดยประสิทธิภาพวิธีนี้ดีกว่าวิธีดั้งเดิม คือ สามารถทราบผลการตรวจที่รวดเร็วในเวลา 1 – 2 วัน […]

เมื่อโลกทำเริ่มทำลายตัวเอง!? งานวิจัยเผย ‘ป่าเสื่อมโทรม’ ปล่อยคาร์บอนสูงกว่าภาคขนส่งในสหรัฐฯ

จากเดิมที่เราต่างเคยคิดกันว่า ขอแค่มีป่าก็เพียงพอจะช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนได้ แต่งานวิจัยชิ้นใหม่ของสถาบัน Woods Hole Research Center และ มหาวิทยาลัยบอสตัน เกี่ยวกับอัตรการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการที่ป่าถูกทำลายนั้น พบว่ามีปริมาณมากกว่าคาร์บอนที่ถูกปล่อยจากภาคขนส่งในสหรัฐอเมริกาทั้งหมดรวมกันเสียอีก จากการสำรวจพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมในทวีปอเมริกาใต้ แอฟริกา และเอเชีย เพื่อศึกษาผลกระทบจากการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ในปัจจุบัน ทีมนักวิจัยพบปัญหาใหญ่เกี่ยวกับป่าเสื่อมโทรม ที่จากเดิมควรเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอน (carbon sink) กลับกลายเป็นแหล่งปล่อยคาร์บอน (carbon source) ซะเอง เนื่องจากปล่าที่อยู่มรสภาพนี้มักมีการแผ้วถาง เผาทำลาย หรือถูกใช้ประโยชน์จนทำให้ป่าไม่อยู่ในสภาพที่สร้างดูดซับคาร์บอนได้อย่างที่ควรจะเป็น และยังปลดปล่อยคาร์บอนออกมาสูงถึงปีละ 425 ล้านตัน ซึ่งมากกว่าคาร์บอนที่ถูกปล่อยจากภาคขนส่งในสหรัฐอเมริกาทั้งหมดรวมกันเสียอีก สำหรับความหมายของป่าเสื่อมโทรมในมุมของนักวิจัยนั้น ระบุว่าหมายถึงพื้นที่ที่ยังมีสภาพเป็นป่า และมียังเรือนยอดไม้ปกคลุมในบริเวณดังกล่าว แต่ในแง่ชีวมวล (biomass) นั้นกลับถูกลดลงความหลากหลายลงไปมากถึง 75% เนื่องจากการใช้ประโยชน์และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ซึ่งส่งผลให้ป่าผืนนั้นไม่สามารถหมุนเวียนคาร์บอนในธรรมชาติได้ และกลับเป็นฝ่ายทำให้เกิดการปลดปล่อยซะเอง ดังนั้นวิธีแก้ไขที่สำคัญและควรทำอย่างเร่งด่วน นั่นคือการฟื้นฟูระบบนิเวศให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเก็บรักษาและฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ธรรมชาติที่ยังไม่ถูกทำให้กลายเป็นป่าเสื่อมโทรม เพื่อปอดของโลกยังคงทำงานได้ต่อไป ที่มา – theguardian.com/

keyboard_arrow_up