
เนปาลเผชิญภัยพิบัติซ้ำอีกครั้ง หลังเกิดน้ำป่าไหลหลากในเขตกอร์ขา ทางตอนกลางของประเทศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา กระแสน้ำเชี่ยวกรากพัดบ้านเรือนและสะพานเสียหาย ขณะที่ทางการเร่งค้นหาผู้สูญหาย 5 คน และมีประชาชนหลายร้อยคนต้องอพยพออกจากพื้นที่ประสบภัย
รายงานเบื้องต้นระบุว่า หมู่บ้านอย่างน้อย 2 แห่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก และสะพานหลายแห่งถูกกระแสน้ำพัดพัง อย่างไรก็ตาม สาเหตุของน้ำป่ายังไม่ชัดเจน โดยมีข้อสันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับดินถล่มที่ปิดกั้นแม่น้ำหรือการพังทลายของธารน้ำแข็ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงประเมินสถานการณ์และความเสียหายเพิ่มเติม
เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่เนปาลยังอยู่ระหว่างฟื้นฟูจากมหาอุทกภัยและดินถล่มบริเวณชายแดนเนปาล–ทิเบตเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ทำให้ภัยพิบัติระลอกใหม่กลายเป็นอีกโจทย์ท้าทายต่อการฟื้นฟูชุมชนและเศรษฐกิจในระยะต่อไป
รายงานของ BBC ระบุว่า น้ำป่าไหลหลากครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในเขตกอร์ขา ทางตอนกลางของเนปาล เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดคือเขตเทศบาลชนบทชูมานุบรี เบื้องต้นพบว่ามีหมู่บ้านอย่างน้อย 2 แห่งถูกกระแสน้ำพัดทำลาย และสะพานหลายแห่งได้รับความเสียหายหรือถูกพัดหายไป ส่งผลให้ชุมชนในพื้นที่ต้องเผชิญกับความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยและเส้นทางสัญจร
นิมา ลามา ประธานเทศบาลท้องถิ่น เปิดเผยว่า ผู้สูญหายทั้ง 5 คนคาดว่าเป็นผู้เลี้ยงสัตว์ นอกจากนี้ ยังมีวัวสูญหายอีกราว 100 ตัว ขณะที่เนตรา ปราสาด ชาร์มา ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ปกครองระดับเขต ระบุว่า มีประชาชนหลายร้อยคนต้องพลัดถิ่นในพื้นที่ต่าง ๆ ของเขตกอร์ขา ส่วนกองทัพเนปาลรายงานว่า มีผู้ได้รับการช่วยเหลือแล้ว 95 คน อย่างไรก็ตาม ครอบครัวที่ต้องอพยพออกจากบ้านยังเผชิญความไม่แน่นอนในการเข้าถึงที่พักพิงและสิ่งของจำเป็น
เหตุการณ์ครั้งนี้ยังสร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากยังไม่สามารถระบุสาเหตุของน้ำป่าได้อย่างแน่ชัด เท็ก บาฮาดูร์ อธิการี เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของพื้นที่อารูกัต ให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า ชาวบ้านไม่สามารถนอนหลับได้อย่างสบายใจ เพราะกังวลว่าภัยพิบัติจะเกิดขึ้นซ้ำอีก ก่อนหน้านี้ผู้คนเคยคิดว่าต้องมีฝนตกหนักจึงจะเกิดน้ำท่วม แต่เหตุการณ์ล่าสุดทำให้เห็นว่า แม้ไม่มีฝนตกหรือไม่มีฝนตกหนัก ก็อาจเกิดน้ำท่วมรุนแรงได้เช่นกัน
สำหรับสาเหตุของน้ำป่า มีข้อสันนิษฐานว่า ดินถล่มอาจปิดกั้นแม่น้ำพุธีกันดากี หรือแม่น้ำสายเล็ก ๆ เป็นระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่มวลน้ำจะสะสมและทะลักออกมาอย่างฉับพลัน ขณะที่อีกสมมติฐานหนึ่งระบุว่า การพังทลายของธารน้ำแข็งอาจทำให้เกิดดินโคลนถล่มตามมา อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังไม่สามารถยืนยันสาเหตุได้ เนื่องจากเมฆหนาทึบทำให้การเก็บภาพถ่ายดาวเทียมที่มีคุณภาพเพียงพอสำหรับตรวจสอบเหตุการณ์ทำได้ยาก
ทั้งนี้ แม่น้ำพุธีกันดากีเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำตรีศูลี ซึ่งอยู่ในแม่น้ำสายเดียวกับพื้นที่ที่เคยเกิดภัยพิบัติจากธารน้ำแข็งพังถล่มก่อนหน้านี้
น้ำป่าไหลหลากครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในช่วงที่เนปาลยังอยู่ระหว่างฟื้นฟูจากมหาอุทกภัยและดินถล่มบริเวณเมืองชายแดนติดกับทิเบตเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักทั้งต่อชุมชนและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ
ข้อมูลจากธนาคารโลกประเมินว่า ภัยพิบัติครั้งดังกล่าวสร้างความเสียหายโดยตรงต่อทรัพย์สินทางกายภาพประมาณ 1,660 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และความเสียหายราว 83% อยู่ในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน สะท้อนให้เห็นถึงขนาดความเสียหายที่ประเทศต้องเร่งฟื้นฟูหลังเผชิญภัยพิบัติครั้งใหญ่
ความเสียหายต่อถนน สะพาน และระบบพลังงาน ไม่ได้จบลงเพียงค่าซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้าง แต่ยังอาจส่งผลต่อการเดินทาง การขนส่งสินค้า การดำเนินธุรกิจ และการประกอบอาชีพของประชาชนในพื้นที่ประสบภัย หากเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาดหรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญไม่สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ กิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ก็อาจฟื้นตัวได้ยากขึ้น ขณะที่ภัยพิบัติระลอกใหม่ยังเพิ่มความท้าทายให้กับการฟื้นฟูชุมชนที่ได้รับผลกระทบอยู่ก่อนแล้ว
ด้านแนวโน้มเศรษฐกิจ ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจเนปาลจะขยายตัว 3.7% ในปีงบประมาณ 2027 ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 5.2% ในปีงบประมาณ 2028 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นการคาดการณ์เศรษฐกิจภายหลังภัยพิบัติครั้งใหญ่ในเดือนสิงหาคม ไม่ใช่การประเมินผลกระทบเพิ่มเติมจากน้ำป่าครั้งล่าสุดโดยเฉพาะ ขณะที่ขณะนี้ยังไม่มีตัวเลขยืนยันมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจากเหตุการณ์ในเขตกอร์ขา
โจทย์สำคัญของเนปาลจึงไม่ได้มีเพียงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย แต่ยังรวมถึงการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานให้กลับมาใช้งานได้ การช่วยให้ประชาชนกลับมาประกอบอาชีพ และการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่อาจเกิดซ้ำในอนาคต ท่ามกลางความท้าทายในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ยังดำเนินต่อไป