
หลังมีรายงานว่า “อาจพบผู้ป่วยกาฬโรครายที่ 2” ในไซบีเรีย ทางการรัสเซียออกมาปฏิเสธทันที โดยระบุว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และยืนยันว่า ยังไม่มีสัญญาณของการแพร่ระบาดของกาฬโรค
แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้น เพราะ WHO ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจากรัฐบาลรัสเซีย เพื่อประเมินว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
Spotlight เลยมาไล่เรียงข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ให้ทุกคนดู
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 สำนักงาน Rospotrebnadzor หน่วยงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภค และสุขอนามัยของรัสเซีย ระบุว่า ยังไม่พบความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของกา ฬโรคในไซบีเรีย
คำชี้แจงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังนักวิจัยจากสถาบันวิจัยกาฬโรคในเมืองอีร์คุตสค์เสียชีวิตจากอาการปอดบวมอย่างรุนแรง โดยเจ้าหน้าที่ได้ติดตาม และตรวจสอบบุคคลที่อาจสัมผัสใกล้ชิดกับผู้เสียชีวิต
ทางการรัสเซียระบุว่า ได้ตรวจตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการเกือบ 5,000 ตัวอย่าง และยังไม่พบหลักฐานของเชื้อก่อโรคร้ายแรง ในขณะเดียวกัน ผู้ที่อยู่ภายใต้มาตรการกักตัวประมาณ 90% ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านแล้ว
อีกข้อมูลหนึ่งที่ทางการนำมาใช้ประกอบการประเมิน คือผู้เสียชีวิตเคยได้รับวัคซีนป้องกันกาฬโรคมาก่อน ซึ่งตามข้อมูลของรัสเซียช่วยลดความเป็นไปได้ของการติดเชื้อระหว่างปฏิบัติงานวิจัย
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือ สาเหตุการเสียชีวิตยังไม่ได้รับการระบุอย่างชัดเจน เพราะทางการรัสเซียระบุเพียงว่า ผู้เสียชีวิตมีอาการปอดบวมโดยยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้
ขณะที่มีรายงานบางส่วนตั้งข้อสังเกตถึงความเป็นไปได้ว่า ผู้เสียชีวิตอาจสัมผัสกับ Yersinia pestis แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของกาฬโรค หลังมีข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับอุบัติเหตุภายในห้องปฏิบัติการที่อาจเกี่ยวข้องกับหลอดทดลองซึ่งบรรจุเชื้อดังกล่าว
แต่ตรงนี้ต้องย้ำว่า “ทั้งเหตุการณ์ในห้องทดลอง และความเชื่อมโยงระหว่างเชื้อกาฬโรคกับการเสียชีวิต ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ”
อีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้ถูกจับตามอง คือมาตรการควบคุมโรคที่เกิดขึ้นหลังนักวิจัยเสียชีวิต
มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่รัสเซียติดตาม และกักตัวหรือเฝ้าระวังบุคคลที่อาจสัมผัสกับผู้เสียชีวิตเกือบ 200 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่บางส่วนของสถาบันวิจัย และมีการเพิ่มมาตรการป้องกันการติดเชื้อในสถานพยาบาลในพื้นที่
มาตรการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเกิดการระบาดแล้ว แต่สะท้อนว่าทางการต้องการควบคุมความเสี่ยงในช่วงที่ยังไม่ทราบสาเหตุของอาการป่วยอย่างแน่ชัด
ในขณะเดียวกัน ความสับสนเพิ่มขึ้นจากรายงานบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัยติดเชื้อกาฬโรค ซึ่งภายหลังถูกนำออกจากเว็บไซต์ข่าวของรัสเซีย รวมถึงคำแนะนำก่อนหน้านี้จากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังเมืองเชเลคอฟ ก่อนที่คำเตือนดังกล่าวจะถูกยกเลิก
ด้าน ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย ออกมาชี้ว่า รายงานจำนวนมากเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง พร้อมแนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขของรัสเซีย
แม้รัสเซียจะออกมายืนยันว่า “ไม่มีการระบาด” แต่ WHO ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก่อนประเมินสถานการณ์
สิ่งที่ WHO ต้องการทราบมีตั้งแต่รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการตรวจวินิจฉัย เชื้อที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ ไปจนถึงสาเหตุของอาการป่วย และการเสียชีวิต
WHO ยังขอให้ตรวจสอบรายงานเกี่ยวกับ “บุคคลที่ 2 ที่มีอาการปอดบวมโดยไม่ทราบสาเหตุ” พร้อมชี้ว่าพร้อมให้ความช่วยเหลือรัสเซียหากต้องการ
เทดรอส อะดานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก เน้นย้ำว่า การแบ่งปันข้อมูลอย่างรวดเร็ว และโปร่งใสมีความสำคัญต่อการประเมินความเสี่ยงด้านสาธารณสุข
พูดง่าย ๆ คือ “WHO ยังไม่ได้บอกว่ารัสเซียกำลังมีการระบาดของกาฬโรค แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลมากพอที่จะปิดประเด็นทั้งหมด”
สถานการณ์ดังกล่าวยังได้รับความสนใจจากสหรัฐฯ โดย มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เรียกร้องให้รัสเซียเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวมากขึ้น
ขณะที่ทรัมป์ชี้ว่า สหรัฐฯ ยังไม่มีหลักฐานที่บอกว่าเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอาวุธชีวภาพ และสหรัฐฯ เองก็พร้อมให้ความช่วยเหลือ หากรัฐบาลรัสเซียต้องการ
ดังนั้น ประเด็นเรื่อง “อาวุธชีวภาพ” ก็ยังเป็นเพียงข้อสงสัยที่ถูกหยิบยกขึ้นมา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยัน
กาฬโรคปอด หรือ pneumonic plague เป็นรูปแบบที่รุนแรงของกาฬโรค และสามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านละอองทางเดินหายใจเมื่อมีการสัมผัสใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม หากตรวจพบ และได้รับยาปฏิชีวนะอย่างรวดเร็ว โรคก็สามารถรักษาได้
ดังนั้น ณ ตอนนี้ ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะบอกว่าเกิดการระบาดของกาฬโรคในไซบีเรีย แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปทุกอย่างว่าเป็นเพียง “ข่าวปลอม”
สิ่งที่ยังต้องติดตามต่อไปคือ ผลการตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิต ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยรายที่ 2 และข้อมูลเพิ่มเติมที่ WHO ขอจากรัฐบาลรัสเซีย