
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 อิสรสเอลและสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีอิหร่าน ภายใต้ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและสหัฐฯ ว่าด้วยโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งได้มีการส่งตัวแทนเจรจากันมา 3 ครั้งแล้วแต่ยังไม่มีข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมเกิดขึ้น
ความตึงเครียดเกิดจากสหรัฐฯ อ้างว่า อิหร่านกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ซึ่งเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของสหรัฐฯ และต้องการให้ยุติลงทันที หากวิธีทางการทูตไม่สำเร็จ สหรัฐฯ พร้อมใช้กำลังทางทหาร
ด้านรัฐบาลอิหร่านปฏิเสธข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ชี้ว่า ตนมีสิทธิพัฒนาโครงการนิวเคลียร์อย่างสันติ และอ้างว่าไม่ได้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างที่ทรัมป์กล่าวหา ทั้งยังยืนยันว่า หากมีการโจมตี อิหร่านพร้อมตอบโต้กลับทันที
การโจมตีดังกล่าวทำให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต และมีความเสียหายต่อบ้านเรือน ทรัพย์สิน และชีวิตของประชาชน และผู้นำหลายชาติในโลกได้ออกมาแสดงจุดยืน โดยเฉพาะหลังอิหร่านตอบโต้การโจมตีด้วยการยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพของสหรัฐฯ ในภูมิภาค
ซาอุดีอาระเบีย
กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีตอบโต้ของอิหร่านทั่วภูมิภาค แถลงการณ์ระบุว่า
“ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียขอประณามและตำหนิอย่างรุนแรงที่สุดต่อการรุกรานอย่างโจ่งแจ้งของอิหร่าน และการละเมิดอธิปไตยของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน กาตาร์ คูเวต และจอร์แดนอย่างชัดเจน”
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
กระทรวงการต่างประเทศของยูเออีได้ออกแถลงการณ์ประณามอิหร่าน ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็น “การละเมิดอธิปไตยของชาติอย่างโจ่งแจ้ง และเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติอย่างชัดเจน”
“สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ย้ำว่า ตนยังคงมีสิทธิอย่างเต็มที่และชอบธรรมในการตอบโต้การโจมตีเหล่านี้ ในลักษณะที่คุ้มครองอธิปไตย ความมั่นคงแห่งชาติ และบูรณภาพแห่งดินแดนของตน รวมถึงรับประกันความปลอดภัยของพลเมืองและผู้อยู่อาศัย ตามกฎหมายระหว่างประเทศ” แถลงการณ์ยังต่อว่า
โอมาน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโอมาน บาดร์ อัล บูไซดี โพสต์บน X เมื่อวันเสาร์หลังการโจมตีว่า เขา “รู้สึกตกใจและผิดหวัง”
“การเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่และจริงจังได้ถูกบั่นทอนลงอีกครั้ง [...] สิ่งนี้ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา หรือสันติภาพของโลกแต่อย่างใด และผมภาวนาให้ผู้บริสุทธิ์ที่จะต้องได้รับความทุกข์จากเหตุการณ์นี้” อัลบูไซดี กล่าว
เขาเป็นคนกลางสำคัญในการเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในช่วงที่ผ่านมา
คูเวต
ฐานทัพอากาศอาลี อัล ซาเล็ม ของคูเวต เป็นฐานทัพแห่งหนึ่งในภูมิภาคที่กองทัพสหรัฐฯ ใช้งานอยู่ และตกเป็นเป้าหมายในการตอบโต้ทางทหารของอิหร่าน
คูเวตออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีของอิหร่านบนแผ่นดินของตน และยืนยันสิทธิในการตอบโต้ “การโจมตีอย่างอุกอาจ” ภายใต้มาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ
กาตาร์
แถลงการณ์ของกาตาร์นั้นมีเนื้อหาใกล้เคียงกับของคูเวตและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ประณามการโจมตีตอบโต้ของอิหร่าน และยืนยันสิทธิของตนในการตอบโต้ตามกฎหมายระหว่างประเทศ
“รัฐกาตาร์ขอแสดงการประณามอย่างรุนแรงต่อการที่ดินแดนของกาตาร์ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่าน โดยถือว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยของชาติอย่างโจ่งแจ้ง เป็นการละเมิดความมั่นคงและบูรณภาพแห่งดินแดนโดยตรง และเป็นการยกระดับสถานการณ์ที่ไม่อาจยอมรับได้ ซึ่งคุกคามความมั่นคงและเสถียรภาพของภูมิภาค” แถลงกาณ์กาตาร์ระบุ
เลบานอน
นายกรัฐมนตรีเลบานอน นาวาฟ ซาลาม โพสต์บน X ว่า เขา “จะไม่ยอมรับให้ใครลากประเทศเข้าสู่การผจญภัยที่คุกคามความมั่นคงและความเป็นเอกภาพของประเทศ”
จากปฏิกิริยาของผู้นำและรัฐบาลในตะวันออกกลาง ดูเหมือนการต่อว่าจะโจมตีไปที่อิหร่าน มากกว่าฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อนอย่างสหรัฐฯ และอิสราเอล Spotlight ขอพาสำรวจความสัมพันธ์ในตะวันออกกลาง โดยยึดเอา อิหร่าน อิสราเอล รวมถึงสหรัฐฯ เป็นศูนย์กลาง เพื่อดูว่าความสัมพันธ์โดยรวมกับชาติอื่นเป็นอย่างไร
Spotlight สรุปสัมพันธ์โดยย่อในตะวันออกกลางอันซับซ้อนดังนี้ อย่างไรก็ตาม การสรุปนี้เป็นเพียงภาพกว้างเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจสัมพันธ์โดยไว ยังมีความซับซ้อนอีกมาก และเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงสัมพันธ์ในแต่ละครั้งที่ไม่ได้เจาะจงลงไป
ความสัมพันธ์กับอิหร่าน สหรัฐฯ ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่านในปี 1980 หลังจากนักศึกษาชาวอิหร่านบุกยึดสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในกรุงเตหะราน และจับชาวอเมริกัน 52 คนเป็นตัวประกัน
นับตั้งแต่นั้นมา การเจรจาระหว่างเตหะรานและสหัฐฯ ต้องดำเนินการผ่านคนกลาง อย่างการเจรจาเรื่องนิวเคลียร์ครั้งล่าสุดก็เช่นกัน มีโอมานเป็นคนกลางสื่อสาร และสหรัฐฯ ได้ร่างและสนับสนุนมาตรการคว่ำบาตรของ UN ต่ออิหร่านเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์
ความสัมพันธ์กับอิสราเอล อิสราเอลเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง มีความร่วมมือทั้งในด้านเศรษฐกิจ การทหาร และหน่วยข่าวกรอง อิสราเอลยังเป็นประเทศที่ได้รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศจากสหรัฐฯ มากที่สุดอีกด้วย
ความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบีย แม้จะเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกัน แต่ก็มีความตึงเครียดเกิดขึ้นจากการที่สหรัฐฯ จัดการกับสถานการณ์ในอียิปต์และความพยายามในการ "สร้างประชาธิปไตย" ในตะวันออกกลาง
ซาอุดีอาระเบียรู้สึกประหลาดใจที่ทำเนียบขาวทอดทิ้งอดีตประธานาธิบดี ฮสนี มูบารัก ของอียิปต์อย่างรวดเร็วในปี 2011 และตำหนิว่า "ความไม่รู้" เป็นสาเหตุที่ทำให้สหรัฐฯ มีปฏิกิริยาที่เฉื่อยชาต่อรัฐบาลที่นำโดยกองทัพชุดใหม่ในอียิปต์ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนระบอบการปกครองในซีเรีย
ความสัมพันธ์กับซีเรีย เป็นความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดมาเป็นเวลานาน สหรัฐฯ ยังคงมีทหารจำนวนหนึ่งประจำการในซีเรีย แต่ความสัมพันธ์ทางการทูตเต็มรูปแบบยังไม่ได้รับการฟื้นฟู อีกทั้งซีเรียยังมีความใกล้ชิดกับอิหร่านมากกว่า
ความสัมพันธ์กับอิรัก หลังจากการรุกรานอิรักโดยการนำของสหรัฐฯ เพื่อโค่นล้ม ซัดดัม ฮุสเซน อิรักและสหรัฐฯ ยังคงรักษาความสัมพันธ์อันใกล้ชิดด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ แต่ความสัมพันธ์นี้มีความซับซ้อนเนื่องจากพันธมิตรที่ขัดแย้งกัน รัฐบาลอิรักที่ครอบงำโดยชาวชีอะห์ได้รับอิทธิพลจากอิหร่านมากขึ้นเรื่อย ๆ
ความสัมพันธ์กับอียิปต์ อียิปต์เป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่งสำหรับสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง แม้จะมีความตึงเครียดเป็นระยะ
สหรัฐฯ ให้ความช่วยเหลือรายปีกว่า 1,300 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่มอบให้กับกองทัพอียิปต์ อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2556 เมื่อมีการขับไล่รัฐบาลที่นำโดยกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูดในอียิปต์ ความสัมพันธ์สองชาติเย็นชาลง สหรัฐฯ ประณามการสลายการชุมนุมกลุ่มผู้สนับสนุนบราเธอร์ฮูดอย่างรุนแรง และยกเลิกการฝึกร่วมทางทหารประจำปี ปัจจุบนยังมีความร่วมมือทางทหา และการปราบปรามกลุ่มก่อการร้าย
ความสัมพันธ์กับกาตาร์ สหรัฐฯ และกาตาร์มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ พลังงาน และการทหารที่เข้มแข็ง กาตาร์เป็นที่ตั้งของฐานทัพอากาศ Al Udeid Air Base ซึ่งเป็นฐานทัพที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง และใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการในอิรัก ซีเรีย และอัฟกานิสถาน
กาตาร์และสหรัฐฯ มีการลงทุนร่วมกันจำนวนมาก และมีความร่วมมือด้านพลังงาน หลายครั้งกาตาร์ทำหน้าที่เป็นตัวกลางการเจรจาระหว่างสหรฐฯ และชาติอื่นในภูมิภาค
ความสัมพันธ์กับอิสราเอล อิหร่านปฏิเสธที่จะยอมรับอิสราเอลในฐานะอื่นใดนอกเหนือจาก "ระบอบไซโอนิสต์" และให้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธตัวแทน อย่างฮามาส และฮิซบอลเลาะห์ที่ประจำอยู่ในเวสต์แบงก์ กาซา และตอนใต้ของเลบานอน
อิสราเอลมองว่า โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของตน และขู่ว่าจะโจมตีหากอิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งสองชาติไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูต
ความสัมพันธ์กับอียิปต์ อียิปต์และอิหร่านไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการมานานสามทศวรรษ หลังจากเคยมีความใกล้ชิด และอียิปต์เคยลงนามสันติภาพกับอิสราเอล ทำให้อิหร่านตัดสัมพันธ์ทางการทูต
การผงาดขึ้นของกลุ่มภราดรภาพมุสลิมในปี 2556 นำไปสู่การเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น แต่อิหร่านก็ได้ประณามการโค่นล้มประธานาธิบดี มูฮัมหมัด มอร์ซี ความสัมพันธ์จึงไม่น่าจะดีขึ้น ตราบใดที่กองทัพอียิปต์กลับมามีอำนาจควบคุม มีความพยายามในการปรับความสัมพันธ์อยู่บ้าง แต่อียิปต์ยังคงใกล้ชิดกับสหรัฐฯ และประเทศอ่าวมากกว่า
ความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบีย มีการแข่งขันในภูมิภาคระหว่างซาอุดีอาระเบียที่นำโดยนิกายซุนนี และอิหร่านที่นำโดยนิกายชีอะห์ รวมถึงความแตกต่างในด้านปรัชญาการเมือง น้ำมัน และอิทธิพลในภูมิภาค
ตลอดหลายปีที่ผ่านมามีความตึงเครียดหลายครั้ง และมีสงครามตัวแทนหลายครั้ง ซาอุฯ ใช้ช่องทางทางการทูตในการต่อต้านกลุ่มตัวแทนชีอะห์ของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซีเรียและเลบานอนก็เป็นพื้นที่แข่งขันอิทธิพลของสองชาติ
ในปี 2566 ทั้งสองประเทศตกลงฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูต โดยมีการเปิดสถานทูตอีกครั้ง จีนมีบทบาทเป็นตัวกลางในการเจรจา ปัจจุบัน ความสัมพันธ์ยังเปราะบางและขึ้นกับสถานการณ์ภูมิภาค
ความสัมพันธ์กับกาตาร์ กาตาร์และอิหร่านมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิด แต่เห็นต่างกันในเรื่องความขัดแย้งในซีเรีย ทั้งสองประเทศใช้แหล่งก๊าซธรรมชาติแหล่งเดียวกัน คือแหล่ง North Field (ฝั่งกาตาร์) / South Pars (ฝั่งอิหร่าน) ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จึงต้องทำงานร่วมกันในด้านพลังงาน
สองชาติพัฒนาความสัมพันธ์ใกล้ชิดึ้นเมื่อครั้งกาตาร์ถูกซาอุฯ และพันธมิตรตัดสัมพันธ์ในปี 2560-2563 อิหร่านเปิดน่านฟ้าและช่วยสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ อย่างไรก็ตาม เพราะกาตาร์เป็นพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯ จึงต้องบริหารความสัมพันธ์กับอิหร่านอย่างระมัดระวัง
ความสัมพันธ์กับซีเรีย มีความใกล้ชิดกันมาก เป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์มายาวนาน โดยอิหร่านให้การสนับสนุนทั้งทางการทหารและกลุ่มตัวแทน ซีเรียเป็นส่วนสำคัญของ “แนวร่วมต่อต้านอิสราเอล” มีความร่วมมือทั้งด้านการทหาร การเมือง
นักวิเคราะห์บางส่วนขนานนามสงครามกลางเมืองในซีเรียว่าเป็น "สงครามตัวแทน" ระหว่างฝ่ายตะวันตกและอิหร่าน
ความสัมพันธ์กับอิรัก มีความซับซ้อนมาก ในช่วงปี 1980-1988 เกิดสงครามอิหร่าน-อิรัก ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปหลายแสนคนทั้งสองฝ่าย แต่หลังสหรัฐฯ โค่นล้มซัดดัม อำนาจทางการเมืองในอิรักเปลี่ยนไป พรรคการเมืองและกลุ่มติดอาวุธชีอะห์หลายกลุ่มมีความใกล้ชิดกับอิหร่าน และอิหร่านกลายเป็นผู้มีอิทธิพลสำคัญในอิรัก
มีความร่วมมือด้านการค้า ความมั่นคง และเป้าหมายนโยบายต่างประเทศร่วมกัน พลเมืองและศาสนาเป็นกุญแจสำคัญในความใกล้ชิดของ 2 ชาติ แต่ยังมีการแข่งขันด้านอิทธฺพลในบางประเทศอยู่บ้าง
ความสัมพันธ์กับอียิปต์ อียิปต์และอิสราเอลรักษาความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์มาโดยตลอดนับตั้งแต่การลงนามในข้อตกลงแคมป์เดวิดปี 1978 และต่อมาในปี 1979 อียิปต์เป็นประเทศอาหรับประเทศแรกที่ยอมรับอิสราเอลอย่างเป็นทางการ
อิสราเอลพึ่งพาอียิปต์ในการคุ้มครองพรมแดนร่วมกันทางตอนใต้ มีความร่วมือด้านความมั่นคง พลังงาน แต่ในภาคประชาชนยังมีความรู้สึกซับซ้อนจากสถานการณ์ในกาซา
ความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบีย แม้ว่าอิสราเอลและซาอุดีอาระเบียจะไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ ซาอุดีอาระเบียไม่ยอมรับการมีอยู่ของอิสราเอล และสนับสนุนจุดยืนปาเลสไตน์มาโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม สองชาติมีการประสานงานด้านความมั่นคงอย่างไม่เปิดเผย (เนื่องจากประชาชนไม่ยอมรับ) รายงานจาก "New York Times" ในปี 2011 ระบุว่า อิสราเอลมองซาอุดีอาระเบียเป็น "ผู้ค้ำประกันเสถียรภาพ" ในภูมิภาค แม้สหรัฐฯ จะพยายามหนุนนำการฟื้นความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของสองชาติ แต่ความตึงเครียดในกาซาทำให้กระบวนการเจรจาชะลอตัว ซาอุดีฯ ระบุว่า หากจะรับรองอิสราเอล ต้องมีความคืบหน้าเรื่องรัฐปาเลสไตน์ก่อน
ความสัมพันธ์กับกาตาร์ กาตาร์ไม่รองรับอิสาเอลอย่างเป็นทางการ ไม่มีสถานเอกอัครราชทูตระหว่างกัน กาตาร์เป็นผู้สนับสนุนด้านการเงินรายใหญ่ของฉนวนกาซา เและให้การสนับสนุนทางการเงินที่สำคัญแก่กลุ่มฮามาส หลายครั้งมีบทบาทในการไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง
ความสัมพันธ์กับซีเรีย อิสราเอลและซีเรียเป็นศัตรทางการทหารกัน และสู้รบกันในสงครามอาหรับ–อิสราเอลหลายครั้ง ทั้งยังมีข้อพิพาทที่ราบสูงโกลัน ที่ซีเรียถือว่าเป็นดินแดนของตนที่ถูกยึด แต่อิสราเอลมองว่าเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญด้านความมั่นคง
อิสราเอลโจมตีทางอากาศในซีเรียหลายครั้ง เป้าหมายหลักคือกองกำลังที่อิสราเอลมองว่าเชื่อมโยงกับอิหร่านหรือฮิซบอลเลาะห์ ปัจจุบันไม่มีสัมพันธ์การทูตระหว่างกัน
ความสัมพันธ์กับอิรัก อิสราเอลและอิรักไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตโดยตรงต่อกัน “ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูต และถือว่าเป็นศัตรูในเชิงกฎหมาย” อิรักถือว่าอิสราเอลเป็นศัตรูและไม่อนุญาตให้พลเมืองเดินทางเข้าประเทศ