
27 กุมภาพันธ์ 2569 การเจรจารอบที่ 3 ระหว่างเจ้าหน้าที่อิหร่านและสหรัฐอเมริกาได้สิ้นสุดลงโดยไม่มีข้อตกลงใดเกิดขึ้น ทว่าโอมาน ผู้เป็นตัวกลางอ้างว่า มี “ความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ” แต่ยังไม่มีหลักฐานชี้ว่าฝ่ายใดเต็มใจจะยอมถอยจากจุดยืนของตน
รายละเอียดเกี่ยวกับการหารือปรากฏออกมาเพียงเล็กน้อย แต่ภายหลังจบการเจรจา อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า ความคืบหน้านั้นถือว่า “ดี”
“นี่เป็นการเจรจาที่จริงจังที่สุดและยาวนานที่สุด” อารักชีกล่าว
การเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นการเจรจาทางอ้อมหมายความว่า ตัวแทนซึ่งโอมานทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง เข้าคุยกับผู้แทนจากอิหร่านและสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ตามรายงานของสำนักข่าวทัสนิมของอิหร่าน การเจรจาครั้งที่ 3 ซึ่งเพิ่งสิ้นสุดลงไป มีรายงานว่า อารักชีได้พบกับทูตพิเศษสหรฐฯ สตีฟ วิตคอฟฟ์ เป็นช่วงสั้น ๆ
ด้านบาดร์ บิน ฮาหมัด อัล บูไซดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโอมาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางกล่าวว่า นักการทูตอิหร่านและสหรัฐฯ จะปรึกษาหารือกับรัฐบาลของตนก่อนการเจรจาทางเทคนิคที่จะเกิดขึ้นเพิมเติมที่กรุงเวียนนา ในสัปดาห์หน้า
นอกจากอิหราน สหรัฐฯ และโอมาน ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการทั่วไปของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ได้เข้าร่วมในการเจรจาด้วย เนื่องจาก IAEA จะต้องทำหน้าที่ตรวจสอบและยืนยันนิวเคลียร์ในอิหร่านในกรณีที่มีข้อตกลงใด ๆ เกิดขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานเฝ้าระวังของสหประชาชาติจะจัดการประชุมบอร์ดบริหารหลายวัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม ซึ่งอยู่ในช่วงเส้นตาย 10 ถึง 15 วันที่ทรัมป์ระบุไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพื่อให้อิหร่านบรรลุข้อตกลง
สื่อหลายสำนักรายงานว่า บอร์ดบริหารสหประชาชาติอาจเคลื่อนไหวตำหนิอิหร่านอีกครั้ง ขึ้นกับผลการเจรจาที่เจนีวาสัปดาห์หน้า และอิหร่านกลาวหาว่า กรอสซีดำเนินการอย่างมีอคติทางการเมือง และวิพากษ์วิจารณ์ IAEA หลังจากที่อิสราเอลโจมตีอิหร่านในเดือนมิถุนายน หลัง IAEA ผ่านมติที่ระบุว่า อิหร่านไม่ได้ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาเกี่ยวกับมาตรการปกป้องทางนิวเคลียร์
ปมนิวเคลียร์อิหร่าน ใครคือผ้ก่อการร้าย?
การเจรจาในครั้งนี้มีใจความอยู่ว่า สหรัฐฯ ไม่ยอมรับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่าน อ้างว่า โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นภัยความั่นคง คุกคาม ฐานทัพทหารของสหรัฐฯ ทั่วตะวันออกกลางรวมถึงอิสราเอล ด้านอิหร่านปฏิเสธข้อกล่วหา ยืนยันว่า ไม่ได้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
ระหว่างการแถลงนโยบายประจำปี โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบีสหัฐฯ กล่าวว่า อิหร่านคือ “ผู้สนับสนุนการก่อการร้ายอันดับหนึ่งของโลก”
ด้านประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเคียนโต้ตอบคำกล่าวของทรัมป์ว่า อิหร่านต่างหากที่เป็นเหยื่อการก่อการร้าย เขาระบุว่า เจ้าหน้าที่และนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ของอิหร่านจำนวนมากถูกลอบสังหารตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงหลังการปฏิวัติอิสลามในปี 1979 ทันที
“หากมองความเป็นจริงอย่างเป็นธรรม จะเห็นได้ชัดว่าอิหร่านไม่เพียงแต่ไม่ใช่ผู้สนับสนุนการก่อการร้าย แต่ยังเป็นหนึ่งในเหยื่อหลักของการก่อการร้ายในภูมิภาคและทั่วโลกด้วย” เขากล่าว
ด้านผู้นำสูงสุด อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ยังคงใช้ถ้อยคำรุนแรงต่อสหรัฐฯ และตั้งคำถามเกี่ยวกับโอกาสที่จะเกิดข้อตกลงใด ๆ เขายังกล่าวว่า ทรัมป์ไม่มีทางโค่นล้มรัฐบาลอิหร่านได้
สำนักข่าว IRNA ของรัฐบาลอิหร่านระบุว่า ข้อเสนอของเตหะรานได้รับการคาดหมายว่าจะใช้เป็นตัววัด “ความจริงจัง” ของสหรัฐฯ ในการเจรจา เพราะข้อเสนอดังกล่าวมีข้อเสนอแบบ “ต่างได้ชัยชนะ” (win-win)
เจ้าหน้าที่อิหร่านไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดของข้อเสนอต่อสาธารณะ แต่เชื่อกันว่า รวมถึงการลดสัดส่วนการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมร้อยละ 60 บางส่วนลง และการเก็บยูเรเนียมไว้ภายในประเทศ
ทางการอิหร่านมองว่า สิ่งนี้สามารถจับคู่กับโอกาสทางเศรษฐกิจสำหรับสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของอิหร่าน รวมถึงการซื้อเครื่องบินด้วย
แม้มีข่าวความคืบหน้า และข้อเสนอแบบวิน-วิน ในเวทีการทูต แต่ชาวอิหร่านจำนวนมากยังคงเตรียมตั้งรับสงคราม ผู้คนในเตหะรานกำลังหาซื้อน้ำดื่มบรรจุขวด บิสกิต อาหารกระป๋อง และสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ ในกรณีที่เกิดสงคราม
อีกปัจจัยสำคัญคือ ช่องทางติดต่อกับโลกภายนอก ในกรณีที่เกิดความขัดแย้ง เนื่องจากระหว่างสงคราม 12 วันระหว่างอิหร่านและอิสราเอลเมื่อเดือนมิุนายนปีก่อน ทางการอิหร่านได้ตัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตหลายวัน ตามมาด้วการตัดสัญญาณระหว่างการลุกฮือของประชาชนกว่า 20 วันในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้คนประมาณ 92 ล้านคน
“เมื่อไม่กี่วันก่อน ฉันซื้อพาวเวอร์แบงค์มาเพื่อให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยังใช้งานได้ ตอนนี้ฉันกำลังมองหาวิทยุคลื่นสั้นเพื่อให้เราสามารถได้ยินข่าวสารได้ หากรัฐปิดอินเทอร์เน็ตและโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าถูกระเบิด” ผู้อาศัยในเมืองหลวงวัย 28 ปีคนหนึ่งซึ่งขอไม่เปิดเผยนามกล่าว
แต่ก็ไมใช่ชาวอิหร่านทุกคนจะสามารถกักตุนอาหารและของจำเป็นอื่น ๆ ได้ อิหร่านเจอกับอัตราเงินเฟ้อเกาะกินมานานหลายศตวรรษ ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการภายในที่ไม่มีประสิทธิภาพเรื้อรัง ซ้ำด้วยการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และสหประชาชาติ
ตามรายงานแยกกันของศูนย์สถิติแห่งอิหร่านและธนาคารกลางอิหร่านที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี อัตราเงินเฟ้อในขณะนี้พุ่งทะลุร้อยละ 60 ไปแล้ว
ศูนย์สถิติระบุว่า อัตราเงินเฟ้อรายปีในช่วงเดือนบะฮ์มัน (Bahman) ของอิหร่าน ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ อยู่ที่ร้อยละ 68.1 ขณะที่ธนาคารกลางระบุว่า อยู่ที่ร้อยละ 62.2
อาหารคือส่วนที่เงินเฟ้อรุนแรงที่สุด โดยพุ่งสูงถึงร้อยละ 105 ซึ่งรวมถึงอัตราเงินเฟ้อร้อยละ 207 สำหรับน้ำมันพืช, ร้อยละ 117 สำหรับเนื้อแดง, ร้อยละ 108 สำหรับไข่และผลิตภัณฑ์นม, ร้อยละ 113 สำหรับผลไม้ และร้อยละ 142 สำหรับขนมปังและข้าวโพด
เงินสกุลประจำชาติของอิหร่าน หรือเรียล อยู่ที่ประมาณ 1.66 ล้านเรียลต่อดอลลาร์สหรัฐในวันพฤหัสบดี ซึ่งใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์