Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เศรษฐกิจฮ่องกงยังเสรีไหม เมื่อการปิดกั้นเสรีภาพย่อมมีราคาต้องจ่าย
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

เศรษฐกิจฮ่องกงยังเสรีไหม เมื่อการปิดกั้นเสรีภาพย่อมมีราคาต้องจ่าย

22 ม.ค. 69
14:22 น.
แชร์

22 มกราคม 2569 ศาลฮ่องกงพิจารณาคดีความมั่นคงแห่งชาติ เรียกได้ว่าเป็นการพิจารณาคดีครั้งประวัติศาตร์ เพราะจำเลยคือ กลุ่มผู้นำการจัดงานรำลึกเทียนอันเหมิน 3 คน ซึ่งเคยจัดงานรำลึกเป็นประจำทุกปี

รำลึกเทียนอันเหมิน เมื่อสิ่งที่เคยทำได้กลายเป็นผิดกฎหมาย

การสังหารหมู่ที่เทียนอันเหมิน ปี 1989 หรือที่ในจีนเรียกกันว่า เหตุการณ์วันที่ 4 มิถุนายน เป็นหนึ่งในความรุนแรงในประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่ เมื่อกองทัพจีนเปิดฉากยิงการรวมตัวประท้วงที่นำโดยกล่มนักศึกษา ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน และคนนับหมื่นถูกจับกุม 

แม้ข้อมูลจากรัฐบาลจีนกล่าวว่า มีผู้เสียชีวิต 200 บาดเจ็บ 3,000 แต่ญาติผู้เสียชีวิตและนักสิทธิร่วมกันจัดทำข้อมูลในชื่อ Tiananmen Mothers เผยว่ายอมมากกว่านั้นมาก โดยปัจจุบัน การสังหารหมู่ที่เทียนอันเหมินยังคงเป็นเรื่องที่ห้ามพูดถึงในที่สาธารณะในจีน โดยรัฐบาลจีนถือว่า วันดังกล่าวเป็นเรื่องต้องห้ามและไม่อนุญาตให้มีการจัดงานรำลึกใดๆ 

อย่างไรก็ตาม ฮ่องกงที่เป็นเขตบริหารพิเศษของสาธารณรัฐประชาชนจีนมักจะมีกฎระเบียบที่ต่างออกไป การรำลึกถึงการสังหารหมู่ที่เทียนอันเหมินสามารถจัดได้มาตลอด และเป็นสัญลักษณ์ของเสรีาพที่ทำให้ฮ่องกงต่างจากจีนแผ่นดินใหญ่ 

จนกระทั่งปี 2020 ที่งานรำลึกนี้ถูกสั่งห้าม โดยอ้างมาตรการควบคุมโควิด-19 ภายใต้กฎหมายความมั่นคง และไม่เคยได้รับอนุญาตให้จัดขึ้นอีกเลย 

ภายใต้กฎหมายดังกล่าว นายหลี่ จือ-เหยียน (68 ปี), นายอัลเบิร์ต โฮ (74 ปี) และนางสาวโจว หาง-ตง (40 ปี) อดีตผู้นำกลุ่มแนวร่วมฯ ต้องเผชิญข้อหา "ยั่วยุให้เกิดการล้มล้างอำนาจรัฐ" ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี

การพิจารณาคดีนี้ถือเป็นหนึ่งในคดีสำคัญท้าย ๆ ของคดีประเภทนี้ ฝ่ายอัยการระบุว่า กลุ่มมีเป้าหมาย “ยุติการปกครองพรรคเดียว” และการกระทำดังกล่าวถือเป็นการโค่นล้มหรือบ่อนทำลายระบบการปกครองของจีน

เสียงวิพากษ์และการโต้แย้ง

กลุ่มสิทธิมนุษยชนและรัฐบาลต่างชาติบางประเทศวิพากษ์วิจารณ์ว่า คดีความมั่นคงเหล่านี้เป็นการใช้หลักกฎหมายเป็นอาวุธเพื่อปิดปากผู้เห็นต่าง ซาร่าห์ บรูคส์ รองผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า นี่คือการเขียนประวัติศาสตร์ใหม่

"คดีนี้ไม่ใช่เรื่องความมั่นคงแห่งชาติ แต่เป็นเรื่องการเขียนประวัติศาสตร์ใหม่และลงโทษผู้ที่ปฏิเสธจะลืมเหยื่อจากการปราบปรามที่เทียนอันเหมิน" บรูคส์กล่าว

โจว อดีตรองประธานกลุ่ม ถูกคุมขังมานานกว่า 1,500 วันแล้วหลังจากไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว นอกจากนั้นเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ศาลสูงได้ยกคำร้องของโจวที่ขอให้ยุติการพิจารณาคดี และสั่งห้ามเธอเรียกพยานจากต่างประเทศมาให้การผ่านระบบออนไลน์ โดยอ้างการแก้ไขกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่ห้ามการให้การทางไกลในคดีที่เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติ

โจวจบการศึกษาจากเคมบริดจ์  เธอทำหน้าที่ทนายความแก้ต่างให้ตนเองในศาลและท้าทายกฎระเบียบในเรือนจำ เธอกล่าวกับรอยเตอร์ว่า "รัฐขังคนได้ แต่ขังความคิดไม่ได้ เหมือนกับที่ขังข้อเท็จจริงได้ แต่เปลี่ยนแปลงความจริงไม่ได้"

ที่หน้าหน้าอาคารศาลแขวงเกาลูนตะวันตก ประชาชนหลายสิบคนมารอเข้าคิวข้ามคืน ท่ามกลางคำเตือนสภาพอากาศหนาวเย็น โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและรถตำรวจจำนวนมากประจำการเพื่อรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

นายถัง ง็อก-ควัน อดีตสมาชิกอาวุโสของกลุ่มแนวร่วมฮ่องกง (Hong Kong Alliance) กล่าวว่าเขามาเข้าคิวรอหลายวันเพื่อเข้าฟังการพิจารณาคดี เพื่อแสดงความเคารพต่อการเสียสละของจำเลยทั้งสาม โดยกล่าวว่า "ความยุติธรรมอยู่ในใจของผู้คน และประวัติศาสตร์จะเป็นพยานเอง"

เสรีภาพในฮ่องกง-จีนแผ่นดินใหญ่ (ก่อน 2020)

“หนึ่งประเทศ สองระบบ” คือการปกครองของฮ่องกงหลังจากอังกฤษคืนเกาะฮ่องกงให้จีนเมื่อปี 2540 และภายใต้ข้อตกลง เขตบริหารพิเศษฮ่องกงจะได้มีสิทธิในการคงระบบเศรษฐกิจ การเมือง และกฎหมยของตนไว้อีก 50 ปีหรือจนกว่าจะถึงปี 2590

ความแตกต่างประหว่างฮ่องกงกับจีนแผ่นดินใหญ่ข้อแรกอาจดูได้จากะแนนเสรีภาพโย Freedom House เมื่อปี 2562 ฮ่องกงมีคะแนนเสรีภาพอยู่ที่ 59/100 ในขณะที่จีนได้เพียง 9/100 คะแนน

รายงานระบุว่า ช่วงปี 2018 ฮ่องกงเผชิญความท้าทายด้านเสรีภาพมาก แม้ประชาชนจะมีเสรีภาพพลเมืองอย่างกว้างขวางและอยู่ภายใต้หลักนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญท้องถิ่นที่เรียกว่า "กฎหมายพื้นฐาน" (Basic Law) แต่ผู้บริหารและสมาชิกสภานิติบัญญัติกึ่งหนึ่งกลับถูกเลือกผ่านระบบการเลือกตั้งทางอ้อมที่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์จีน

ฮ่องกงเคยเป็นศูนย์การตีพิมพ์หนังสือต้องห้าม หนังสือที่ไม่มีวันได้รับการอนุญาตให้ตีพิมพ์ในจีนแผ่นดินใหญ่ สถานการณ์ด้านสื่อก็หลากหลายมาก ก่อนการส่งมอบฮ่องกงคืนให้จีน ฮ่องกงเคยมีสถานีโทรทัศน์มากกว่า 15 ช่อง แต่หลังจากนั้น สื่อส่วนใหญ่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลหรือกลุ่มที่ฝักใฝ่จีน

ด้านเศรษฐกิจ ฮ่องกงได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งใน "เขตเศรษฐกิจที่เสรีที่สุดในโลก" และ “ศูนย์กลางการเงินโลก” ยึดถือแนวทางทุนนิยมแบบเสรี (Laissez-faire) รัฐบาลแทรกแซงน้อยมาก การลงทุนมีความคล่องตัว ใช้เงินสกุล ดอลลาร์ฮ่องกง (HKD) ซึ่งผูกติดกับดอลลาร์สหรัฐ และไม่มีการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เงินไหลเข้าออกได้อย่างอิสระ 100% 

บทวิเคราะห์จาก Council on Foreign Relations (CFR) ชี้ว่า ระบบเงินตรา และดอลลาร์ฮ่องกงนี้เอง ทำให้ฮ่องกงเป็น "Super-Connector"  หรือสะพานเชื่อมระหว่างโลกกับจีน บริษัทข้ามชาติและธนาคารจำนวนมากตั้งสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคในฮ่องกง เพราะเมืองนี้เป็นประตูสู่การทำธุรกิจในจีนแผ่นดินใหญ่ เศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลก ด้วยระบบกฎหมายอิงกฎหมายจารีตประเพณีของอังกฤษ เป็นจุดแข็งที่เซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้นบนแผ่นดินหญ่ยังทำไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ความกดดันด้านเสรีภาพทางการเมืองและเสรีภาพการแสดงออก ไม่มีผลต่อเศรษฐกิจเลยคงจะเป็นไปไม่ได้ วิกตอเรีย ติน-บอร์ ฮุย (Victoria Tin-bor Hui) ศาสตราจารย์รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอเทรอดามเองก็อกมาเตือนเรื่องนี้

“ภาพในอุดมคติของจีนคือ การรักษาฮ่องกงให้เป็นศูนย์กลางการเงินโดยไม่ต้องมีเสรีภาพทั้งหมด แต่ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถรักษาสถานะทางการเงินระดับนานาชาติของฮ่องกงไว้ได้ หากยังบีบคั้นเสรีภาพแบบนี้” เธอกล่าว

5 ปีมานี้ฮ่องกงเปลี่ยนไปหรือเปล่า ความมั่นคงมาก่อนเศรษฐกิจ?

แม้ตามข้อตกลงที่ทำไว้กับอังกฤษ ฮ่องกงควรจะได้มีอิสรภาพทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจในแบบตนต่อไปอีก 50 ปี แต่ดูเหมือนเสรีภาพจะหมดอายุไวกว่าที่คิด อ้างอิงคะแนนเสรีภาพจาก Freedom House ปี 2568 จีนมีคะแนนเท่าเดิมคือ 9/100 แต่ฮ่องกงกลับมีคะแนนลดลงเหลือเพียง 40 จากการกดดันทางากรเมืองและเศรษฐกิจของจีนแผ่นดินใหญ่

ความจริงแล้ว เสรีภาพในจีนแผ่นดินใหญ่เองก็ดูเหมือนจะลดน้อยลงตั้งแต่สี จิ้นผิงขึ้นนั่งตำแหน่งประธานาธิบดี เขาให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์ฉบับพรรคคอมมิวนิสต์ จนได้รับคำวิจารณ์ว่า พยายามจะสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ ทั้งยังควบคุมสื่ออย่างเข้มข้น

**ปี 2568 มีนักข่าว 120 คนถูกจับกุมตัวในจีน, ตัดสินจำคุก จาง จ้าน  (Zhang Zhan) นักข่าวผู้เปิดเผยสถานการณ์ในอู่ฮั่นช่วงการระบาดของโควิด-19, จิมมี ไหล (Jimmy Lai) ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ Apple Daily ของฮ่องกง ถูกพิจารณาคดีในข้อหา “สมคบคิดกับกองกำลังต่างชาติ”  นอกจากนี้ จีนในยุคสียังยกระดับเซ็นเซอร์ดิจิทัลให้เข้มข้นขึ้น 

รายงานของ Freedom House ระบุว่า “การบังคับใช้ กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ (NSL) ในปี 2020 ได้กลายเป็นการโจมตีโครงสร้าง "หนึ่งประเทศ สองระบบ" ในหลายมิติ เหล่านักเคลื่อนไหวสายประชาธิปไตยที่มีชื่อเสียงที่สุดของเกาะต่างถูกจับกุมและตัดสินว่ามีความผิดฐานละเมิดกฎหมาย NSL ในขณะที่พรรคการเมือง สำนักข่าวอิสระ องค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) และสหภาพแรงงานต่างถูกสั่งยุบตัวลง นอกจากนี้ การรื้อระบบเลือกตั้งในปี 2021 ยังเปิดทางให้ทางการจีนแผ่นดินใหญ่สามารถตรวจสอบคุณสมบัติผู้

ในฮ่องกงเองก็เช่นกัน ฮ่องกงในวันนี้แตกต่างไปจากเมืองที่เคยเป็นในปี 2019 ที่มีการประท้วขนาดใหญ่อย่างสิ้นเชิง การอภิปรายทางการเมืองส่วนใหญ่ถูกทำให้เงียบลง นักเคลื่อนไหวและฝ่ายค้านต่างหลบหนีหรือถูกจำคุก และภาคประชาสังคมตกอยู่ในความหวาดกลัว 

แม้คนฮ่องกงยังคงเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ยังคงมีเสรีภาพทางศาสนา และสถานการณ์โดยรวมังดีกว่าจีนส่วนหญ่มาก แต่สำนักข่าวอิสระรายใหญ่สองแห่ง ได้แก่ Apple Daily และ Stand News ถูกบังคับให้ปิดตัวลง ขณะที่สื่ออิสระอื่น ๆ มากกว่า 5 แห่งยุติการดำเนินงานด้วยความหวาดกลัว มีสื่อข่าวขนาดเล็กใหม่ ๆ เพียงไม่กี่แห่งที่ก่อตั้งขึ้นใหม่โดยอดีตนักข่าวที่ตกงาน 

กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Law: NSL) ถูกนำมาใช้เพื่อปิดปากเสียงอิสระ โดยอ้างการต่อต้าน “การก่อการร้าย” “การแบ่งแยกดินแดน” “การบ่อนทำลายอำนาจรัฐ” และ “การสมคบคิดกับกองกำลังต่างชาติ” ด้วยถ้อยคำที่คลุมเครือ กฎหมายดังกล่าวดูเหมือนจะสามารถบังคับใช้กับนักข่าวทุกคนที่รายงานข่าวเกี่ยวกับฮ่องกง ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ในดินแดนนี้หรือไม่ก็ตาม 

กฎหมายว่าด้วย “การยุยงปลุกปั่น” ยังถูกใช้กับนักข่าวอย่างแพร่หลาย อีกทั้ง กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองความมั่นคงแห่งชาติ (Safeguarding National Security Ordinance) ที่มีผลบังคับใช้ในปี 2024 ยังขยายภัยคุกคามทางกฎหมายที่นักข่าวเผชิญ เพิ่มความผิดฐาน “จารกรรม” “การขโมยความลับของรัฐ” และ “การแทรกแซงจากภายนอก”

เศรษฐกิจไม่ได้แยกออกจากเสรีภาพด้านอื่น

เดิมทีฮ่องกงมีเสรีภาพในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจเองเกือบ 100% แต่ปัจจุบันนโยบายเศรษฐกิจต้องสอดคล้องกับ "แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14" ของจีน โดยรัฐบาลจีนย้ำว่า "ความมั่นคงคือรากฐานของเศรษฐกิจ" ทำให้การตัดสินใจหลายอย่างต้องคำนึงถึงความมั่นคงแห่งชาติเป็นลำดับแรก

และอย่างที่ศาตราจารย์ติน-บอร์ ฮุยกล่าวไปข้างต้น การปิดกั้นเสรีภาพย่อมมีราคาทางเศรษฐกิจที่ต้องจ่ายตามมา

CFR รายงานว่า บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งย้ายสำนักงานประจำภูมิภาค หรือเพิ่มการจ้างงานในเมืองอื่นในเอเชีย อย่างสิงคโปร์และโตเกียว ขณะที่ตลาดหุ้นฮ่องกงร่วงลงตั้งแต่ปี 2019 และตลาดการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO) ยังคงซบเซา จำนวนบริษัทอเมริกันที่ตั้งฐานภูมิภาคในฮ่องกงลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 18 ปีในปี 2021 

โซชียลมีเดียหลายแพลตฟอร์มแสดงความไม่สบายใจต่อบทบัญญัติของกฎหมายที่บังคับให้ส่งมอบข้อมูลผู้ใช้ให้รัฐบาลฮ่องกง แม้แต่ TikTok ซึ่งเป็นแอปของบริษัท ByteDance จากจีนแผ่นดินใหญ่ ก็ยังระงับการให้บริการในฮ่องกงเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเชื่อว่า ฮ่องกงยังสามารถรักษาสถานะทางการค้าไว้ได้ แม้ประชาธิปไตยจะถดถอยลง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนได้ดำเนินการเชื่อมโยงฮ่องกงกับจีนแผ่นดินใหญ่มากขึ้น ผ่านโครงการ “เขตอ่าวใหญ่” (Greater Bay Area) 

แผนดังกล่าวเป็นแผนขนาดใหญ่ในการบูรณาการฮ่องกงและเมืองต่าง ๆ ในมณฑลกวางตุ้งที่อยู่ใกล้เคียง  ให้กลายเป็นภูมิภาคเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และเพื่อสร้างขั้วอำนาจเศรษฐกิจแข่งกับ Silicon Valley ของสหรัฐฯ  บริษัทและนักลงทุนจำนวนมากจึงเดิมพันว่า การเชื่อมโยงที่เพิ่มขึ้นนี้จะช่วยเพิ่มปริมาณความมั่งคั่งที่ไหลจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้าสู่ฮ่องกง

จีนยังมีแนวทางลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ด้วการผลักดันให้ฮ่องกงเป็น "ศูนย์กลางการชำระเงินสกุลหยวนนอกประเทศ (Offshore RMB Hub)" ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สนับสนุนให้บริษัทจีนมาจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง (Dual Counter) เพื่อให้ซื้อขายได้ทั้งสกุลเงินหยวนและดอลลาร์ฮ่องกง เป็นการลดความเสี่ยงหากถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรทางการเงิน

การจัดอันดับประเทศที่มีเศรษฐกิจเสรีที่สุด ตามายงาน Economic Freedom of the World โดยสถาบันเฟรเซอร์ (Fraser Institute) ซึ่งฮ่องกงครองอันดับ 1 มาตั้งแต่ปี 1975 นั้น ฮ่องกงกลับเสียอันดับให้สิงคโปร์ไปในปี 2023 เป็นผลจากข้อจำกัดการจ้างงานชาวต่างชาติ และกฎระเบียบตลาดใหม่ แม้จะได้ตำแหน่งคืนมาอีกครั้งในปี 2024 แต่ก็สะท้อนให้เห็นผลการเมืองที่มีต่อเศษฐกิจ 

"ทิศทางล่าสุดของฮ่องกงเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า เสรีภาพทางเศรษฐกิจมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับเสรีภาพทางการเมืองและสิทธิพลเมือง" นายแมตธิว มิตเชลล์ นักวิจัยอาวุโสของสถาบันเฟรเซอร์กล่าว

น่าสงสัยว่า หากรัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์จีนเร่งดำเนินการปราบปรามเสรีภาพในฮ่องกงต่อเนื่อง จะเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจอีกหรือไม่

ที่มา: RSF, FreedomHouse, CNA, RSF, Amnesty, RFA, ipdefenseforum

แชร์
เศรษฐกิจฮ่องกงยังเสรีไหม เมื่อการปิดกั้นเสรีภาพย่อมมีราคาต้องจ่าย