Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
Board of Peace ทรัมป์คืออะไร ทำไมต้องจ่ายพันล้าน? อีก 9 ประเทศเข้าร่วม
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

Board of Peace ทรัมป์คืออะไร ทำไมต้องจ่ายพันล้าน? อีก 9 ประเทศเข้าร่วม

22 ม.ค. 69
11:51 น.
แชร์

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้เชิญผู้นำโลกหลายสิบคนเข้าร่วมเป็นสมาชิก "คณะกรรมการแห่งสันติภาพ" หรือ Board of Peace ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขความขัดแย้งทั่วโลก อย่างไรก็ตาม นักการทูตกล่าวว่า โครงการนี้อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานขององค์การสหประชาชาติ (UN)

ในขณะที่พันธมิตรดั้งเดิมบางรายของสหรัฐฯ ตอบรับอย่างระมัดระวัง และในบางประเทศก็ได้ปฏิเสธข้อเสนอของทรัมป์อย่างตรงไปตรงมา แต่ประเทศอื่น ๆ รวมถึงประเทศที่มีความสัมพันธ์ตึงเครียดกับรัฐบาลวอชิงตันมาอย่างยาวนาน เช่น เบลารุส กลับตอบตกลงเข้าร่วม และสำหรับประเทศไทยเอง ก็ได้รับหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ในขณะนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังไม่ได้ตอบรับเข้าร่วม ซึ่งไทยอ้างว่าอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาอย่างละเอียด

หนึ่งในเงื่อนไขที่ทำให้แต่ละประเทศต้องพิจารณาอย่างหนัก คือสมาชิกจะต้องจ่ายเงิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเป็นสมาชิกถาวร ถ้าคิดเป็นเงินไทยจะอยู่ที่ประมาณ 35,000 ล้านบาท นับเป็นประเด็นใหญ่ของไทยเช่นกัน ที่ต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่าและงบประมาณที่จะสูญเสียไป

Spotlight ชวนพิจารณา 'Board of Peace' ของทรัมป์ ว่าคณะกรรมการที่ว่านี้คืออะไร ทำหน้าที่อย่างไร หากเกิดขึ้นจริง ใครที่ได้ประโยชน์และใครที่ต้องเสียผลประโยชน์ 

อ่านต่อในคอมเม้นต์

'Board of Peace' คณะกรรมการสันติภาพในแบบของทรัมป์

ไอเดียคณะกรรมการผดุงสันติภาพโลก แท้จริงแล้วไม่ได้เพิ่งเกิด ทรัมป์เสนอให้จัดตั้ง Board of Peace เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ในช่วงที่เขาประกาศแผนยุติสงครามในฉนวนกาซา ต่อมาเขาได้ระบุชัดเจนว่า ขอบเขตอำนาจของคณะกรรมการนี้จะขยายออกไปไกลกว่าแค่เรื่องกาซา เพื่อจัดการกับความขัดแย้งอื่น ๆ ทั่วโลก

รอยเตอร์เปิดเผยว่า ธรรมนูญของคณะกรรมการดังกล่าวระบุไว้ชัดเจน ใหประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นผู้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการคนแรก โดยมีหน้าที่ส่งเสริมสันติภาพทั่วโลกและทำงานเพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง 

ทั้งนี้ รัฐสมาชิกจะมีวาระการดำรงตำแหน่งจำกัดเพียง 3 ปี เว้นแต่จะยอมจ่ายเงิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเป็นทุนสนับสนุนกิจกรรมของคณะกรรมการ ซึ่งจะทำให้ได้รับสถานะสมาชิกถาวร

ทำเนียบขาวได้ระบุชื่อสมาชิกใน "คณะกรรมการบริหารชุดก่อตั้ง" (founding Executive Board) ได้แก่ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของทรัมป์ โทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ และ จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์

ประเทศใดตอบรับคำเชิญของทรัมป์แล้วบ้าง?

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวกล่าวเมื่อวันพุธว่า จนถึงขณะนี้มีผู้นำโลกประมาณ 35 คนที่ยืนยันจะเข้าร่วม Board of Peace จากคำเชิญที่ส่งไปทั้งหมดประมาณ 50 ฉบับ

รายชื่อประเทศที่ตอบรับรวมถึงพันธมิตรในตะวันออกกลาง เช่น อิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน จอร์แดน กาตาร์ และอียิปต์ นอกจากนี้ยังมีสมาชิก NATO อย่างตุรกีและฮังการี ซึ่งผู้นำชาตินิยมของทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีกับทรัมป์ ก็ได้ตกลงเข้าร่วมเช่นกัน รวมถึงโมร็อกโก ปากีสถาน อินโดนีเซีย โคโซโว อุซเบกิสถาน คาซัคสถาน ปารากวัย และเวียดนาม

ประเทศอื่น ๆ ที่ตอบรับ ได้แก่ อาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจาน ซึ่งบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างกัน โดยมีสหรัฐฯ เป็นคนกลางเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว หลังจากได้พบกับทรัมป์ที่ทำเนียบขาว และทรัมป์มักใช้คู่ขัดแย้งนี้ เคลมว่าเขาเป็นผู้ยุติสงครามของสองประเทศ

ที่น่าจับตามองและเป็นประเด็นขัดแย้งคือ ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก แห่งเบลารุส ซึ่งถูกชาติตะวันตกโดดเดี่ยวมานานจากประวัติด้านสิทธิมนุษยชนที่ย่ำแย่และการสนับสนุนรัสเซียในสงครามยูเครน ก็ได้ตอบรับคำเชิญของทรัมป์ ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางการฟื้นฟูความสัมพันธ์ในวงกว้างระหว่างรัฐบาลวอชิงตันและรัฐบาลเบลารุส

ทางด้านรัสเซีย ซึ่งความสัมพันธ์ที่เคยเย็นชากับวอชิงตันเริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากการที่ทรัมป์พยายามสานสัมพันธ์กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน พร้อมกับกล่าวหาว่ายูเครนเป็นฝ่ายขัดขวางความพยายามในการยุติสงคราม แต่รัสเซียยังสงวนท่าที โดยไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะเข้าร่วม Board of Peace หรือไม่

เช่นเดียวกับจีน ซึ่งมักจะขัดแย้งกับทรัมป์อยู่บ่อยครั้ง แต่เพิ่งจะบรรลุข้อตกลงสงบศึกทางการค้าที่เปราะบางไป ทั้งรัสเซียและจีนต่างเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่มีอำนาจยับยั้ง (Veto) ดังนั้นจึงมีแนวโน้มที่จะระมัดระวังต่อโครงการใด ๆ ที่อาจถูกมองว่าเป็นการลดทอนอำนาจของตนในองค์กรระดับโลก

ใครได้-ใครเสีย? ใครยังไม่เอาด้วย

โครงการ Board of Peace นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความร้าวฉานที่เพิ่มขึ้นระหว่างสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกในประเด็นเรื่องเกาะกรีนแลนด์ ภาษีศุลกากร และปัญหาอื่น ๆ ทำให้ได้รับการตอบรับที่ระมัดระวังจากพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯ บางราย ซึ่งมักจะรู้สึกไม่สบายใจกับแนวทางการทูตแบบ "America First" ที่แข็งกร้าวและทำโดยพลการของทรัมป์

นอร์เวย์และสวีเดนได้ปฏิเสธคำเชิญ ขณะที่จานคาร์โล จอร์เจตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของอิตาลี กล่าวว่า การเข้าร่วมคณะกรรมการนี้ดูจะเป็นปัญหา โดยหนังสือพิมพ์ Il Corriere della Sera ของอิตาลีรายงานว่า การเข้าร่วมกลุ่มที่นำโดยผู้นำของประเทศหนึ่งเพียงประเทศเดียวนั้นอาจเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญของอิตาลี

ฝรั่งเศสก็มีเจตนาที่จะปฏิเสธคำเชิญเช่นกัน ตามแหล่งข่าวใกล้ชิดกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ทรัมป์ขู่ว่า จะเก็บภาษีไวน์และแชมเปญของฝรั่งเศสในอัตรา 200% หากปารีสไม่ยอมเข้าร่วมคณะกรรมการของเขา

แคนาดาระบุว่า ได้ตกลง "ในหลักการ" ที่จะเข้าร่วม แต่รายละเอียดต่าง ๆ ยังคงอยู่ในระหว่างการพิจารณา ส่วนพันธมิตรหลักอื่น ๆ ของสหรัฐฯ รวมถึงอังกฤษ เยอรมนี และญี่ปุ่น ยังไม่มีจุดยืนที่ชัดเจนต่อสาธารณะ แม้ว่าโฆษกรัฐบาลเยอรมนีจะกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมทซ์ จะไม่เข้าร่วมพิธีลงนามของคณะกรรมการที่จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดี ณ งาน World Economic Forum ในเมืองดาวอส

ยูเครนระบุว่า นักการทูตกำลังตรวจสอบคำเชิญ แต่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่เขาจะจินตนาการถึงการร่วมอยู่ในคณะกรรมการใด ๆ กับรัสเซียหลังจากทำสงครามกันมานานถึง 4 ปี โดยเฉพาะคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับสันติภาพโดยตรง

ส่วนสมเด็จพระสันตะปาปาลีโอ ผู้นำทางจิตวิญญาณชาวคริสต์ ซึ่งเป็นพระสันตะปาปาชาวอเมริกันองค์แรกและเป็นผู้วิพากษ์วิจารณ์นโยบายบางอย่างของทรัมป์ ก็ได้รับเชิญให้เข้าร่วมคณะกรรมการด้วย โดยวาติกันแถลงเมื่อวันพุธว่ากำลังประเมินข้อเสนอดังกล่าวอยู่

UN มีไว้ทำไม? ในวันที่คณะกรรมการของทรัมป์อาจยิ่งใหญ่กว่า

ความเคลื่อนไหวของทรัมป์ที่ส่งจดหมาย ‘เชิญ’ กึ่ง ‘ กดดัน’ ให้แต่ละประเทศรวมถึงองค์กรต่าง ๆ เข้าร่วมกับคณะกรรมการสันติภาพของเขา ถูกมองว่าเป็นความพยายามที่จะลดบทบาทของสหประชาชาติ นักการทูตตะวันตกหลายคนให้สัมภาษณ์กับ Reuters และ The Guardian โดยใช้คำที่รุนแรงว่า นี่คือ "Trump United Nations" เป็นสหประชาชาติในกำมือของทรัมป์เลยทีเดียว

นักวิจารณ์มองว่า ธรรมนูญที่ทรัมป์เขียนขึ้นเพื่อใช้กำกับ ‘Board of Peace’ จงใจเพิกเฉยต่อหลักการพื้นฐานของ UN เพื่อสร้างระเบียบโลกใหม่ที่ทรัมป์เป็นศูนย์กลาง ด้านจูเลียน โบร์เกอร์ ผู้สื่อข่าวอาวุโสของ The Guardian วิจารณ์ว่า นี่เปรียบเสมือน "ราชสำนักจักรพรรดิ" หรือสโมสรแบบ Mar-a-Lago ที่เน้นระบบ Pay-to-Play (จ่ายเพื่อมีส่วนร่วม) ซึ่งขัดกับหลักความเท่าเทียมของรัฐสมาชิกใน UN

อย่างไรกก็ตาม ทรัมป์ซึ่งมักวิพากษ์วิจารณ์ UN ว่า ไม่มีประสิทธิภาพ ได้ลดกระแสความกังวลในสัปดาห์นี้ที่ว่า เขาต้องการให้คณะกรรมการของเขามาแทนที่ UN โดยกล่าวว่า "ผมเชื่อว่าเราต้องปล่อยให้ UN ดำเนินต่อไป เพราะเขามีศักยภาพที่ยิ่งใหญ่มาก" 

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ไม่พอใจ UN เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แม้ว่าสหประชาชาติถูกตั้งขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อเป็นเวทีกลางที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีคณะมนตรีความมั่นคง เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการรักษาสันติภาพ แต่ระบบ "วีโต้" (Veto) ของ 5 มหาอำนาจ ได้แก่ สหรัฐฯ จีน รัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส ที่มักจะขัดขวางกันเองจนทำอะไรไม่ได้ เช่น ในสงครามยูเครนหรือกาซา ทรัมป์จึงมองว่า UN อืดอาด ไร้ประสิทธิภาพ และผลาญงบ

เดิมที UN ยอมรับ Board of Peace ให้ดูแลแค่เรื่องการฟื้นฟูกาซาจนถึงปี 2027 แต่ทรัมป์กลับขยายขอบเขตไปจัดการความขัดแย้งทั่วโลกเอง ซึ่งเป็นการ "ข้ามหัว" คณะมนตรีความมั่นคงของ UN โดยตรง เลขาธิการ UN อันโตนิโอ กูเตอร์เรส ตอบโต้การกระทำของทรัมป์ว่า "ประเทศสมาชิกมีสิทธิรวมกลุ่มกันได้ แต่สหประชาชาติจะยังคงทำหน้าที่ตามพันธกิจต่อไป" พร้อมย้ำว่า UN เป็นองค์กรเดียวที่มีความชอบธรรมทางศีลธรรมและกฎหมายในการรวมทุกชาติเข้าด้วยกัน

ประธานสมัชชาใหญ่ UN อันนาเลนา แบร์บอค ออกมาเตือนว่า หากเราเริ่มตั้งคำถามหรือทำลายบทบาทของ UN เราอาจกำลังก้าวเข้าสู่ "ยุคที่มืดมนที่สุด" ของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

คณะกรรมการชุดนี้จะมีอำนาจแค่ไหน?

คณะมนตรีความมั่นคงแห่ง UN ได้ให้การรับรอง Board of Peace เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่มีผลถึงแค่ปี 2027 และให้มุ่งเน้นเฉพาะเรื่องฉนวนกาซาเท่านั้น โดยรัสเซียและจีนงดออกเสียง พร้อมบ่นว่า มติที่ร่างโดยสหรัฐฯ ไม่ได้ให้บทบาทที่ชัดเจนแก่ UN ในอนาคตของกาซา

มติดังกล่าวแสดงความยินดีต่อการจัดตั้ง Board of Peace ในฐานะฝ่ายบริหารช่วงเปลี่ยนผ่านที่จะวางกรอบการทำงาน และประสานงานด้านเงินทุนสำหรับการฟื้นฟูฉนวนกาซา ภายใต้แผนสันติภาพของทรัมป์ จนกว่าองค์การบริหารปาเลสไตน์ จะได้รับการปฏิรูปจนเป็นที่น่าพอใจ

นอกจากนี้ ยังให้อำนาจ Board of Peace ในการส่งกองกำลังรักษาเสถียรภาพนานาชาติ (International Stabilization Force) ชั่วคราวเข้าไปในกาซา โดยคณะกรรมการจะต้องรายงานความคืบหน้าต่อคณะมนตรีความมั่นคงสมาชิก 15 ประเทศทุก ๆ 6 เดือน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่นอกเหนือจากกาซา ยังไม่ชัดเจนว่า Board of Peace จะมีอำนาจทางกฎหมายหรือเครื่องมือในการบังคับใช้กฎหมายอย่างไร หรือจะทำงานร่วมกับสหประชาชาติและองค์กรระหว่างประเทศอื่น ๆ ในลักษณะใด

ธรรมนูญของคณะกรรมการระบุว่า ประธานคือทรัมป์ จะมีอำนาจบริหารอย่างกว้างขวาง รวมถึงความสามารถในการยับยั้ง (Veto) การตัดสินใจและถอดถอนสมาชิก ภายใต้ข้อจำกัดบางประการ และตามธรรมนูญระบุว่า คณะกรรมการจะทำหน้าที่ "สร้างสันติภาพตามกฎหมายระหว่างประเทศ"


แชร์
Board of Peace ทรัมป์คืออะไร ทำไมต้องจ่ายพันล้าน? อีก 9 ประเทศเข้าร่วม