Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวีแจกใหญ่ส่งท้ายปี ดูทั้งวันแจกทุกวันLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ชนกลุ่มน้อยซีเรียประท้วง รัฐบาลฉีกข้อตกลงสันติภาพสะท้อนรอยร้าวในซีเรีย
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ชนกลุ่มน้อยซีเรียประท้วง รัฐบาลฉีกข้อตกลงสันติภาพสะท้อนรอยร้าวในซีเรีย

14 ม.ค. 69
13:43 น.
แชร์

เมื่อวันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 ประชาชนชาวซีเรียหลายพันคนเดินขบวนประท้วงท่ามกลางสายฝนที่เมืองกามิชลี ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ เพื่อประท้วงการขับไล่นักรบชาวเคิร์ดออกจากเมืองอเลปโป หลังเหตุปะทะรุนแรงนานหลายวัน

การสู้รบในอเลปโป

ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2569 เกิดเหตุปะทะกันในเมืองอเลปโป ทางตอนเหนือของซีเรียระหว่างกองกำลังรัฐบาลและกองกำลังชาวเคิร์ด การต่อสู้รุนแรงเกิดขึ้นต่อเนื่องนาน 5 วันกระทั่งมีรายงาน ว่า นักรบชาวเคิร์ดกลุ่มสุดท้ายยอมถอนตัวออกจากอเลปโปเมื่อวันที่ 11 มกราคม

การปะทะกันครั้งนี้ทำให้ประชาชนกว่า 150,000 คนต้องลี้ภัย กระทรวงสาธารณสุขซีเรียรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 23 ราย ส่วนเจ้าหน้าที่ชาวเคิร์ดในซีเรียบอกกับผู้สื่อข่าว ว่า มีผู้เสียชีวิตอยู่ 48 ราย ทำให้ตัวเลขมีความขัดแย้งกันอยู่ สำนักข่าว Reuters ระบุ ว่า ยังไม่สามารถตรวจสอบตัวเลขได้

เมื่อวันอังคารที่ 13 มกราคม กระทรวงกลาโหมซีเรียได้ประกาศให้พื้นที่ทางตะวันออกของอเลปโปซึ่งยังอยู่ภายใต้การควบคุมของ SDF เป็น "เขตทหารปิด" (Closed military zone) และสั่งให้กองกำลังติดอาวุธทั้งหมดในพื้นที่ถอนตัวออกไปทางตะวันออกไกลกว่าเดิม

การประกาศเขตทหารปิดนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชาวเคิร์ดกังวล ว่า จะเกิดการกวาดล้างหรือการแบ่งแยกทางชาติพันธุ์ที่รุนแรงขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ดึงพวกเขาออกมาแสดงพลังประท้วงในครั้งนี้

ประท้วงในกามิชลี

เมื่อวันอังคาร ชาวเคิร์ดในซีเรียหลายพันคนได้ประท้วงในเมืองกามิชลีทางตะวันออกเฉียงเหนือ พวกเขาถือป้ายที่มีโลโก้ของกองกำลังชาวเคิร์ดและรูปใบหน้าของนักรบชาวเคิร์ดที่เสียชีวิตในการรบ ซึ่งบางคนได้จุดชนวนเข็มขัดระเบิดในขณะที่กองกำลังรัฐบาลรุกคืบเข้ามาใกล้

ผู้ประท้วงถือโปสเตอร์รูปใบหน้าของผู้นำซีเรียอัล-ชารา และรัฐมนตรีต่างประเทศตุรกี ฮาคาน ฟิดาน ที่ถูกขีดฆ่าด้วยกากบาทสีแดง พร้อมคำบรรยาย ว่า "ผู้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเคิร์ด"

ชาวเคิร์ดจำนวนมากกล่าว ว่า การนองเลือดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ทำให้พวกเขายิ่งเคลือบแคลงสงสัยต่อคำสัญญาของอัล-ชารา ที่จะปกครองเพื่อชาวซีเรียทุกคน

ฮัสซัน มูฮัมหมัด หัวหน้าสภาศาสนาและความเชื่อในซีเรียตะวันออกเฉียงเหนือ หนึ่งในผู้เข้าร่วมประท้วงตั้งคำถามต่อผู้นำ

“หากพวกเขารักชาวเคิร์ดจริง และหากพวกเขาพูดอย่างจริงใจ ว่า ชาวเคิร์ดคือองค์ประกอบที่เป็นทางการและพื้นฐานของซีเรีย สิทธิของชาวเคิร์ดก็ต้องได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ” มูฮัมหมัดกล่าว

อิดริส อัล-คาลิล ชาวเมืองกามิชลีที่มาร่วมประท้วงเมื่อวันอังคารกล่าว ว่า ความรุนแรงในอเลปโปทำให้เขานึกถึงการสังหารหมู่ชาวอลาไวต์และชาวดรูซเมื่อปีก่อน ซึ่งเป็นกลุ่มน้อยของประเทศ "เรากังวลเรื่องสงครามเต็มรูปแบบ เพราะหากพวกเขาต้องการสงครามเต็มรูปแบบ ประชาชนจะยิ่งทุกข์ทรมานมากขึ้น และมันจะนำไปสู่ความแตกแยกระหว่างผู้คนในภูมิภาค ทำให้พวกเขาไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ" คาลิลกล่าว

รอยร้าวลึกในซีเรีย ชาติพันธุ์ และการปกครองตนเอง

การปะทะกันระหว่างกองกำลังส่วนกลางและท้องถิ่นในซีเรียครั้งนี้ สะท้อนรอยร้าวยาวนานที่ยังไม่ถูกแก้ไข ปัญหารอยร้าวระหว่างชาติพันธุ์ และความต้องการปกครองตนเอง

เมื่อสงครามกลางเมืองซีเรียเกิดขึ้นในปี 2011 ภายใต้รัฐบาลของ บาชาร์ อัล-อัสซาด กองกำลังซีเรียในขณะนั้นได้ถอนกำลังออกจากพื้นที่ทางเหนือ เพื่อมาสู้รบในเมืองหลวง จังหวะนั้นเอง ชาวเคิร์ดได้ใช้จังหวะนี้จัดตั้งกองกำลังป้องกันตนเอง หรือ SDF และประกาศเขตปกครองตนเองที่เรียกว่า "โรจาวา" (Rojava) หรือซีเรียตะวันออกเฉียงเหนือ

พวกเขาไม่ได้ต้องการแยกตัวเป็นเอกราชแต่ต้องการระบบ "สหพันธรัฐ" กระจายอำนาจที่ให้อำนาจท้องถิ่นบริหารจัดการตนเองได้ เพื่อปกป้องสิทธิและวัฒนธรรมของชาวเคิร์ดที่เคยถูกกดขี่มานาน ปัจจุบันกองกำลังหลักที่นำโดยชาวเคิร์ดสามารถควบคุมพื้นที่ได้ประมาณ 25% ของซีเรีย และชาวเคิร์ดมีจำนวนคิดเป็น 10% ของประชากรทั้งหมดในซีเรียก่อนช่วงสงคราม

กองกำลังชาวเคิร์ดและความไม่ไว้ใจจากตุรกี

กองกำลัง SDF ของชาวเคิร์ดเป็นที่รู้จักจากการสามารถป้องกันการโจมตีของกลุ่ม ISIS ได้ทำให้ได้รับการยอมรับจากสหรัฐฯ รวมถึงการสนับสนุนอาวุธ อย่างไรก็ตาม ตุรกีคือกลุ่มที่ไม่ไว้วางใจ SDF เป็นอย่างมาก และมอง ว่า พวกเขาคือกลุ่มก่อการร้าย

ตลอด 14 ปีที่ผ่านมา ตุรกีจึงได้เปิดปฏิบัติการทางทหารหลายครั้งในซีเรียตอนเหนือเพื่อโจมตีชาวเคิร์ด เพราะเกรง ว่า จะกระทบต่อความมั่นคงในตุรกีที่มีชาวเคิร์ดอาศัยอยู่จำนวนมากเช่นกัน

ข้อตกลงรัฐบาลใหม่

ในปี 2024 การโค่นล้มรัฐบาลอัสซาดและการตั้งรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของ อาห์เหม็ด อัล-ชารา ชาวเคิร์ดกลับพบ ว่า รัฐบาลใหม่ซึ่งมีแนวคิดอิสลามิสต์สายอนุรักษนิยม "ไม่ยอมรับ" อำนาจปกครองตนเองของพวกเขา และพยายามที่จะรวมกลุ่มเข้ากับรัฐบาลใหม่ ซึ่งชาวเคิร์ดต่อต้านเป็นอย่างมาก

ต่อมาเมื่อเดือนมีนาคมปี 2025 อัล-ชารา และ มาซลูม อับดี (ผู้บัญชาการ SDF ของชาวเคิร์ด) ได้ลงนามในข้อตกลงร่วมกัน มีสาระ ว่า ชาวเคิร์ดยินดีที่จะรวมกองกำลัง SDF เข้ากับส่วนกลางซีเรีย รัฐบาลกลางได้สิทธิ์กลับไปควบคุมทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ อาทิ บ่อน้ำมันและก๊าซ, สนามบินกามิชลี และจุดผ่านแดนต่าง ๆ

รัฐบาลต้องยอมรับชาวเคิร์ดเป็นส่วนหนึ่งของซีเรีย และสัญญาจะให้สัญชาติรวมถึงระบุสิทธิทางวัฒนธรรมและภาษาไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และหยุดยิงทั่วประเทศเพื่อปูทางสู่ความมั่นคง

ตลอด 9 เดือนหลังเซ็นสัญญา (มี.ค. - ธ.ค. 2025) การเจรจาเรื่องรายละเอียดสิทธิชาวเคิร์ดในรัฐธรรมนูญไม่มีความคืบหน้า ทั้งสองฝ่ายต่างโทษกันไปมาจนนำมาสู่จุดแตกหักในที่สุด

ข้อตกลงรัฐบาลใหม่ล้มเหลว เคิร์ดยังรวมกับซีเรียไม่ได้

อย่างไรก็ตามข้อตกลงดูเหมือน ว่า จะไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่น รัฐบาลซีเรียเห็น ว่า กองกำลัง SDF ที่มีนักรบหลายหมื่นคนและเป็นกองกำลังหลักกลุ่มสุดท้ายที่ยังไม่ได้ถูกผนวกรวมเข้ากับกองทัพของซีเรีย ยังคงสภาพเป็นหน่วยที่เกาะกลุ่มเหนียวแน่นภายในกองทัพใหม่ ไม่ว่าการจะถูกยุบและรับสมาชิกเข้าสังกัดเป็นรายบุคคลก็ไม่เป็นผล

การรวมกลุ่มกันทำให้รัฐไม่ใช่ผู้มีอำนาจสั่งการเพียงผู้เดียว ด้านชาวเคิร์ดต้องการรักษาโครงสร้างเดิมไว้เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยให้คนในชาติพันธุ์ตนเอง

มีรายงานจากรัฐบาลซีเรียถึงการโจมตีด้วยโดรนของกลุ่ม SDF ต่อตำแหน่งของกองทัพซีเรียในเมืองอเลปโป และการโจมตีต่อเนื่องต่ออาคารรัฐบาล มัสยิด และสาธารณูปโภค ในจำนวนนั้นมีโดรนพลีชีพอยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม กลุ่ม SDF ออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้อง

ชาวเคิร์ดเห็น ว่า การที่รัฐบาลบุกขับไล่นักรบเคิร์ดออกจากเมืองอเลปโปคือการฉีกสัญญาหยุดยิงอย่างรุนแรง และมอง ว่า อัล-ชาราไม่ได้ต้องการให้สิทธิปกครองตนเองจริง ๆ แต่ต้องการใช้ข้อตกลงนี้เป็นเครื่องมือใน "การกลืนกิน" อำนาจ โดยมีตุรกีหนุนหลัง

เจ้าหน้าที่ชาวเคิร์ดจึงตัดสินใจจะประกาศ ว่า "ข้อตกลงนั้นไม่มีผลบังคับใช้อีกต่อไป" หากรัฐบาลยังคงเดินหน้าโจมตีเขตพื้นที่อื่น ๆ ที่ชาวเคิร์ดถือครองอยู่

ที่มา: Reuters, AP, Al Jazeera, Shafaq, Xinhua

แชร์
ชนกลุ่มน้อยซีเรียประท้วง รัฐบาลฉีกข้อตกลงสันติภาพสะท้อนรอยร้าวในซีเรีย