Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ทำไมโรมาเนียจึงเป็นบ้านเกิดของ "แดร็กคูลา" ตำนานและความจริงเป็นเช่นไร?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ทำไมโรมาเนียจึงเป็นบ้านเกิดของ "แดร็กคูลา" ตำนานและความจริงเป็นเช่นไร?

31 ส.ค. 68
09:41 น.
แชร์

ชายชรารูปร่างสูง จมูกงุ้มเป็นสันสูง รูจมูกโค้งแปลกตา หน้าผากโหนกสูง ปากของเขาตึงแน่นแลดูเหี้ยมเกรียม มีฟันขาวแหลมแปลกตาทะลุพ้นริมฝีปากออกมา ริมฝีปากนั้นแดงสดผิดธรรมดา ชวนให้พิศวงในความมีชีวิตชีวาของชายที่มีวัยล่วงเลยเช่นนี้

นั่นคือคำบรรยายถึงท่านเคานต์แดร็กคูลา แวมไพร์เจ้าแห่งรัตติกาล ผู้มีต้นกำเนิดจากทรานซิลเวเนีย ประเทศโรมาเนีย จากนิยายชื่อดังของ บราม สโตกเกอร์ นักเขียนชาวไอริช ตีพิมพ์เมื่อปี ค.ศ. 1897 นับแต่นั้น แดรกคูลาก็กลายเป็นต้นแบบสำคัญของวรรณกรรมแวมไพร์ทั่วโลก และเป็นแรงบันดาลใจให้หนัง ละคร และวัฒนธรรมป๊อปอีกนับไม่ถ้วน

ตำนาน "เจ้าชายวลาดจอดเสียบ" และปราสาทที่เคยขังพระองค์

โรมาเนียจึงกลายเป็นบ้านเกิดของแดร็กคูลา เพราะผู้แต่งยังได้แรงบันดาลใจจาก วลาดที่ 3 หรือ วลาดจอมเสียบ เจ้าผู้ครองแคว้นวัลลาเคียในศตวรรษที่ 15 ฉายา “จอมเสียบ” มาจากวิธีการลงโทษศัตรูสุดโหดเหี้ยม ด้วยการจับศัตรู “เสียบไม้” ประหารอย่างสยดสยอง

ขณะที่ปราสาทบราน (Bran Castle) ใกล้เมืองบราซอฟ ถูกโปรโมตว่าเป็น “ปราสาทของแดร็กคูลา” และที่นี่เองกลายเป็นจุดกำเนิดของตำนานสุดสยองแห่งโรมาเนีย ตามตำนานยังเล่าว่า คุกใต้ดินของปราสาทเคยใช้กักขังเจ้าชายวลาดที่ 3 ผู้เป็นแรงบันดาลใจของตัวละครแดร็กคูลา

และหากท่านเคานต์ยังคงอยู่ และทนต่อแสงแดดยามกลางวันได้ เขาคงตกใจเมื่อได้เห็นปราสาทของตนเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่เดินทางมาตามหาร่องรอยของเจ้าแห่งรัตติกาล และไฮไลต์สำคัญของปราสาทแห่งนี้คือ ทางลับใต้ปราสาท ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้ผู้มาเยือนเสมอ

"หนึ่งในไฮไลต์ของปราสาทแห่งนี้คือทางลับใต้ปราสาท นักท่องเที่ยวทุกคนจะสนใจทันทีที่ได้ยินเกี่ยวกับมัน และพวกเขาก็จะปล่อยจินตนาการให้โลดแล่นตามเรื่องเล่า” อนิโมนา โทดอร์ ไกด์ท้องถิ่น

ในเชิงประวัติศาสตร์ ปราสาทบรานสร้างขึ้นปลายศตวรรษที่ 14 เพื่อป้องกันการรุกรานจากจักรวรรดิออตโตมัน ต่อมาในปี ค.ศ. 1920 ปราสาทถูกมอบเป็นของขวัญแก่ สมเด็จพระราชินีมารีแห่งโรมาเนีย พระราชนัดดาของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งอังกฤษ หลังสงครามโลกครั้งที่สอง รัฐบาลคอมมิวนิสต์ยึดปราสาทไป จนกระทั่งปี 2006 จึงส่งคืนแก่พระนัดดาของราชินี จากนั้นปราสาทถูกปรับเป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนตัว สร้างรายได้มหาศาลทุกปี

นักท่องเที่ยวอย่างเอลีนาและมิเกล อังเคล จากสเปนกล่าวว่า พวกเขาตื่นเต้นที่ได้มาเยือนปราสาทจริง ๆ

“รู้สึกตื่นเต้นเลย ว้าว นี่คือปราสาทแดร็กคูลาจริงเหรอ? มันเป็นความรู้สึกเหลือเชื่อมาก โอ่อ่ามาก ปราสาทนี้เหมือนพาเราย้อนกลับไปสู่ประวัติศาสตร์ยุคกลาง แต่ถ้าจะมีอะไรบางอย่างอยู่ที่นี่จริง ๆ บรรยากาศก็จะทำให้คุณรู้สึกว่า มันอาจจะมีจริงนะ”

การตลาดชั้นดี การท่องเที่ยวโ่ด่งดังเพราะแดร็กคูลา

แม้จะมีนักท่องเที่ยวกว่า 500,000 คนต่อปี แต่ช่วงใกล้วันฮาโลวีน คือช่วงที่คึกคักที่สุด ผู้คนแน่นขนัดเพื่อสัมผัสกลิ่นอายลึกลับ อย่างไรก็ตาม เรื่องแดร็กคูลาเป็นเพียงนิยาย ไม่มีบันทึกประวัติศาสตร์ที่ยืนยันการมีอยู่จริง และในโรมาเนียก็ไม่เคยมีตำนานใดว่าถึงเรื่องของผีดูดเลือดเอาไว้เลย

ส่วนบราม สโตกเกอร์ ผู้เขียนเองไม่เคยเดินทางมาโรมาเนีย เขาแต่งเรื่องจากสิ่งที่อ่านและจินตนาการ ดังนั้นถ้าหากจะกล่าวว่า แดร็กคูลาไม่มีจริง และไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับโรมาเนียเลยก็คงไม่ผิด แต่ในโลกปัจจุบัน แดรกคูลากลายเป็น “การตลาดชั้นดี” ที่เชิญชวนผู้คนให้มาเยือนโรมาเนีย

ผู้อำนวยการผู้ดูแลปราสาทเคยกล่าวว่า ระหว่าง “ตำนาน” และ “เรื่องจริง” มีเส้นแบ่งบาง ๆ ที่คาบเกี่ยวกันอยู่ แต่ไม่ว่าอย่างไร ปราสาทบรานยังคงมอบสิ่งที่ผู้คนคาดหวังได้ครบถ้วน นั่นคือความโรแมนติกและความลึกลับในสัดส่วนที่พอดี กลายเป็นจุดขายที่ช่วยพยุงการท่องเที่ยวของประเทศ

ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดระบุว่า ปี 2024 โรมาเนียมีมูลค่า GDP รวม 382.77 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 12,493.43 ดอลลาร์สหรัฐต่อหัว ขณะที่ GDP ต่อหัวตามความเท่าเทียมด้านกำลังซื้อ (PPP) อยู่ที่ 40,608.42 ดอลลาร์สหรัฐ เศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่อง โดยภาคบริการมีสัดส่วนถึง 60.7% ของ GDP และการท่องเที่ยวก็ขยายตัวอย่างมั่นคง โดยในปี 2024 มีนักท่องเที่ยว 14.26 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4.5% จากปีก่อนหน้า

แชร์
ทำไมโรมาเนียจึงเป็นบ้านเกิดของ "แดร็กคูลา" ตำนานและความจริงเป็นเช่นไร?