Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เสียงจากชาวสวนไทย ชีวิตที่ต้องพึ่งพิงลมฟ้าอากาศ พึ่งพารัฐบาลได้ไหม?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

เสียงจากชาวสวนไทย ชีวิตที่ต้องพึ่งพิงลมฟ้าอากาศ พึ่งพารัฐบาลได้ไหม?

2 ก.พ. 69
23:24 น.
แชร์

“พื้นที่การเกษตรในจังหวัดนนทบุรีลดลงแน่นอน จะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง โดยเฉพาะชาวสวนรายย่อย ส่วนที่อยู่รอดได้คงมีแต่รายใหญ่” กิตติ มั่นกตัญญู กล่าว

กิตติประกอบอาชีพชาวสวนมานานกว่า 13 ปี แม้ไม่ได้เกิดในครอบครัวชาวสวน แต่การเป็น “ลูกเขย” ชาวสวนคือ จุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาใช้ชีวิตอยู่กับดินและปุ๋ยมานานกว่าทศวรรษ ปัจจุบัน กิตติเป็นเจ้าของสวนทุเรียนขนาด 3 ไร่เศษ ในย่านบางกร่าง จังหวัดนนทบุรี

ปัญหาเกษตรกรไทย

ปัญหาที่เกษตรกรไทยมักเจอคือ หนี้สินครัวเรือน ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยชี้ว่า เกษตรกรไทยกว่า 90% มีหนี้สิน และมีมูลค่าเฉลี่ยสูงถึง 450,000 บาทต่อครัวเรือน ทั้งยังมีหนี้หลายก้อนจากหลายสถาบันการเงิน ตั้งแต่เจ้าหนี้ในระบบอย่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไปจนถึงเจ้าหนี้นอกระบบ หรือคนรู้จัก

ปัญหานี้ไม่จบง่าย ๆ เพราะเกษตรกรมักมีรายได้ไม่พอส่งคืนเงินต้น จ่ายได้แค่เพียงดอกเบี้ย กลายเป็นหนี้เรื้อรัง และมีเกษตรกรกว่า 47% ที่ติดในกับดักหนี้ และอาจกลายเป็นหนี้ข้ามรุ่นได้

สาเหตุที่เกษตรกรเป็นหนี้มากเพราะมีรายได้น้อย รายได้ไม่สม่ำเสมอ ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและราคาตลาดที่ขึ้น ๆ ลง ๆ รวมถึงรากฐานการจัดการเงินที่อาจยังไม่ดีนัก และการต้องแข่งขันกับเกษตรกรรายใหญ่

อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้สวนทุเรียนในจังหวัดนนทบุรีมีภูมิคุ้มกันอยู่ แม้ว่าทุเรียนทั่วประเทศอย่างทุเรียนภาคใต้ หรือทุเรียนภาคตะวันออก จะเผชิญปัญหาราคาตกต่ำ หลังเจอการแข่งขันจากทุเรียนต่างชาติ อาทิ ทุเรียนเวียดนามที่เริ่มครองส่วนแบ่งในตลาดจีนมากขึ้น แต่ทุเรียนนนท์ก็ยังปลอดภัยหายห่วง

ทุเรียนนนท์เข้มแข็ง กำหนดราคาเอง ไม่ง้อใคร

ความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกรทุเรียนนนทบุรีคือ พวกเขามีการรวมกลุ่มและตั้งราคามาตรฐานของจังหวัดเอง ราคาไม่ผันผวนตามตลาด และที่ทำอย่างนี้ได้เพราะอุปสงค์ (Demand) ทุเรียนนนทบุรีมีมากเหลือเกิน มากจนราคาต่อกิโลกรัมเริ่มตั้งแต่ 1,500 บาทสำหรับพันธุ์ที่พบเห็นได้ทั่วไป จนถึง 4,000 บาทสำหรับทุเรียนขึ้นชื่ออย่างก้านยาว

“เรามีราคากลางที่กลุ่มชาวสวนทุเรียนนนท์ตกลงกันไว้ ราคาข้างนอกจึงไม่กระทบ” คุณกิตติกล่าว

แต่การที่ทำอย่างนั้นได้ เพราะชาวสวนทุเรียนนนทบุรีใส่ใจในคุณภาพมาก จนมั่นใจว่าทุเรียนทุกพลู ทุกเม็ด มีรสชาติอร่อย ความท้าทายที่ตามมาคือ สังคมที่เปลี่ยนแปลงและสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป ทำให้การคงคุณภาพทุเรียนมีความท้าทายยิ่งขึ้น

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับผลผลิตทุเรียน

“วิกฤตสภาพอากาศมีผลมากนะ” คุณกิตติกล่าว เขายังเล่าว่าเมื่อปี 2557 สวนทุเรียนลุงสมพงศ์ประสบเหตุการณ์สะเทือนใจเพราะ “ทุเรียนตายทั้งสวน”

คุณกิตติอธิบายว่า ปีนั้นเป็นปีที่น้ำทะเลหนุนสูง เมื่อน้ำทะเลหนุน น้ำเค็มถูกดันขึ้นมาตามแม่น้ำ ทำให้น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติในนนทบุรี (ซึ่งแม้ไม่อยู่ติดชายฝั่ง แต่ก็ใกล้พอที่จะได้รับผลกระทบ) มีความเค็มตามไปด้วย

“ทุเรียนเป็นพืชที่อ่อนไหวมาก ทั้งน้ำ อากาศ ดิน ทุกอย่างต้องสะอาด บริสุทธิ์” คุณกิตติกล่าว

เขาเล่าต่อว่า เพราะเหตุนี้สวนทุเรียนลุงสมพงศ์จึงใช้น้ำประปารดต้นทุเรียนแทน โดยใช้ระบบมินิสปริงเกอร์วางรอบสวน และเปิดน้ำเพื่อรด การใช้วิธีนี้ นอกจากจะเร็วกว่า ยังคาดคะเนปริมาณได้แม่นยำกว่า และทำให้แน่ใจว่าน้ำสะอาดปลอดภัย เพราะเป็นน้ำที่รองมาพักไว้ในแทงก์แล้ว

สวนทุเรียนยังมีท้องร่องอยู่ จุดประสงค์หลักคือ การเก็บความชื้นในอากาศและในดิน แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังต้องตรวจความเค็มของน้ำในท้องร่องอยู่เสมอ เพื่อให้น้ำไม่ทำดินเค็มจนส่งผลเสียตามมา

และด้วยเหตุผลเดียวกันนี้เอง สวนทุเรียนลุงสมพงศ์และสวนทุเรียนอื่น ๆ จะอยู่ลึกเข้าไปในซอย ห่างจากถนนใหญ่ราว 2-3 กิโลเมตร เพื่อให้อากาศภายในเป็นอากาศที่บริสุทธิ์ นอกจากเรื่องลมฟ้าอากาศ อีกสิ่งที่ตามมาคืออุณหภูมิเฉลี่ยที่สูงขึ้น และความชื้นสัมพันธ์ที่แปรปรวน

สวนทุเรียนลุงสมพงศ์ติดตั้งอุปกรณ์วัดค่าความชื้นสัมพันธ์ในอากาศ มีเครื่องวัดคุณภาพน้ำและการปรับตัวอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการปรับตัวอาจไม่เพียงพอ หากรัฐบาลไม่ถือเอาเรื่องเกษตรกรเป็นเรื่องสำคัญ

ย้ำต่อรัฐบาลใหม่ น้ำและอากาศไม่ใส่ใจไม่ได้

“ก็ขอย้ำกับรัฐบาลใหม่นะครับ เรื่องน้ำนี่เป็นเรื่องสำคัญที่สุดเลย” คุณกิตติกล่าว

เขาชี้ว่า การบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะหน้าน้ำแล้งในเดือนมกราคม และช่วงน้ำหนุนนั้นส่งผลต่อเกษตรกรมาก และไม่ใช่แค่ชาวสวนทุเรียน แต่หมายถึงเกษตรกรไทยโดยรวม หากผลผลิตไม่ดี ก็จะส่งผลต่อรายได้และการบริหารหนี้ของพวกเขาตามมา

“โลกร้อนส่งผลมากเลย [...] พวก พ.ร.บ. โลกร้อน อะไรที่เกี่ยวข้องอยากให้ไปต่อ อยากให้ทุกส่วนพยายามขับเคลื่อนช่วยเหลือกัน เกษตรกรก็ปรับตัวแล้ว รัฐบาลก็ต้องทำเหมือนกัน เรื่องนี้ทิ้งไม่ได้” เขากล่าว

นอกเหนือจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง สังคมที่เปลี่ยนไปก็ส่งผลต่ออนาคตของสวนทุเรียน คุณกิตติกล่าวว่า การขยายตัวของสังคมเมือง เช่น การสร้างอาคารบ้านช่อง หรือหมู่บ้านจัดสรร ทำให้ดิน น้ำ และอากาศรอบ ๆ เกิดมลพิษ และยากต่อการควบคุม

การขยายตัวของสังคมเมืองยังส่งผลต่อราคาที่ดิน ทำให้เกษตรกรจำนวนหนึ่งตัดสินใจขายที่ดินให้นายทุนรายใหญ่ เปลี่ยนสวนผลไม้เป็นหมู่บ้านจัดสรรในที่สุด ในขณะเดียวกัน การหาผู้สืบทอดก็เป็นอีกความท้าทายที่เจ้าของสวนรุ่นปัจจุบันกำลังพบเจอ


แชร์
เสียงจากชาวสวนไทย ชีวิตที่ต้องพึ่งพิงลมฟ้าอากาศ พึ่งพารัฐบาลได้ไหม?