ข่าวเศรษฐกิจ

ผู้ค้าฯขอขึ้นราคาปุ๋ย ต้นทุนพุ่ง 200% เหตุสงครามรัสเซีย ยูเครนกระทบวัตถุดิบขาด

28 มี.ค. 65
ผู้ค้าฯขอขึ้นราคาปุ๋ย ต้นทุนพุ่ง 200%  เหตุสงครามรัสเซีย ยูเครนกระทบวัตถุดิบขาด

สมาคมปุ๋ยฯ ยื่นขอกรมการค้าภายในขึ้นราคาปุ๋ย ต้นทุนพุ่ง 200% เหตุสงครามรัสเซีย ยูเครนกระทบวัตถุดิบขาดแคลน กระทบราคาตลาดโลกปุ๋ยสูตรหลักพุ่ง 200% หวั่นไทยเกิดวิกฤตปุ๋ยขาดแคลนไม่พอใช้ในฤดูกาลเพาะปลูก เม.ย.-พ.ค.นี้ หลังรัฐสั่งตรึงราคานาน จนผู้ผลิตขาดทุน ชะลอนำเข้า

 
 
สงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซียยังคงมีผลกระทบขยายวงกว้างไปหลายธุรกิจ ล่าสุดลามมาถึงปุ๋ยเคมีทำให้ราคาปุ๋ยในตลาดโลกพุ่งแล้วกว่า 200% ทำให้สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทยต้องยื่นเรื่องขอปรับขึ้นราคาปุ๋ยเพราะที่ผ่านมารัฐบาลได้สั่งตรึงราคาปุ๋ยไว้ ส่งผลให้มีการชะลอนำเข้าปุ๋ยไว้ก่อนเพราะแบกรับต้นทุนไม่ไหว ทำให้มีความกังวลว่าปุ๋ยอาจขาดแคลน
 
 
 
นายกองเอก เปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช นายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย กล่าวว่า สมาคมเป็นห่วงว่าในฤดูกาลเพาะปลูกที่จะถึงในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.นี้ ประเทศไทยจะเผชิญวิกฤตขาดปุ๋ยสำหรับเพาะปลูก หลังพบว่าสต็อกปุ๋ยบางชนิดมีปริมาณลดลง และอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาผู้ค้าปุ๋ยเคมีบางราย มีการชะลอนำเข้า เพราะประสบปัญหาขาดทุน จากราคาปุ๋ยในตลาดโลกปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่ราคาในประเทศกลับถูกรัฐบาลตรึงไว้ไม่ให้ขึ้นราคา
 
 
ทั้งนี้ แม้กระทรวงพาณิชย์ จะอนุญาตให้ปรับราคาและกระตุ้นให้นำเข้าได้ แต่ไม่แน่ใจว่าจะสามารถไปแข่งขันสั่งซื้อแม่ปุ๋ยเคมีกลับเข้ามาทันฤดูเพาะปลูกที่กำลังจะเริ่มหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาราคาปุ๋ยก็แพงขึ้นอยู่แล้ว
 
 
และพอเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครนก็ยิ่งซ้ำเติมให้ราคาแม่ปุ๋ยพุ่งขึ้นไปอีก ที่สำคัญหลายประเทศ เช่น จีนก็มีการสั่งห้ามส่งออกปุ๋ย อีกหลายประเทศก็มีการเก็บสต็อกไว้ สำหรับเพิ่มความมั่นคงในการผลิตอาหารภายในประเทศ
 
 
นายกองเอก เปล่งศักดิ์ กล่าวว่า สมาคมฯ ประเมินว่าหากจะสั่งซื้อนำเข้าปุ๋ยรอบใหม่มา อาจต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2-4 เดือน เพราะขณะนี้แหล่งผลิตนำเข้าใหญ่ๆจากไทยก็มีปัญหา เช่น รัสเซีย จีน ทำให้ต้องไปหาแข่งซื้อกับประเทศอื่น อีกทั้งยังต้องใช้เวลาในการขนส่ง การขออนุญาต การตรวจสอบคุณภาพจากภาครัฐอีก และนำมาผสมวางขาย ซึ่งทุกขั้นตอนใช้เวลาพอสมควร
 
 
ขณะนี้แต่ละบริษัทได้ทยอยแจ้งราคาต้นทุนให้กับกรมการค้าภายในให้พิจารณาไปแล้ว โดยปัจจุบันราคาแม่ปุ๋ยเคมีสูตรสำคัญที่เกษตรกรไทยใช้มากในตลาดโลก ได้ปรับขึ้นจากปีก่อนเกิน 100% ได้แก่ ยูเรีย 46-0-0 เพิ่มจากปีก่อน 360 ดอลลาร์ต่อตัน เป็น 1,000 ดอลลาร์
 
 
แอมโมเนียมซัลเฟต 21-0-0 เพิ่มจากปีก่อน 180 ดอลลาร์ต่อตัน เป็น 400 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 122% ฟอสเฟต 18-46-0 เพิ่มจากปีก่อน 570 ดอลลาร์ต่อตัน เป็น 1164 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 104% และโพแทสเซียม 0-0-60 ขึ้นจากปีก่อน 256 ดอลลาร์ต่อตัน เป็น 750 หรือเพิ่มขึ้น 193%
 
 
“ที่ผ่านมาไทยมีการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ 5 ล้านตันต่อปี โดยประเทศที่มีการนำเข้าอันดับหนึ่งจากจีน 1.09 ล้านตัน รองลงมาเป็นซาอุดิอาระเบีย 7.2 แสนตัน รัสเซีย-เบลารุส 7.1 แสนตัน โอมาน 3.67 แสนตัน เกาหลี 3.32 แสนตัน และแคนาดา 3.27 แสนตัน ซึ่งที่ผ่านมาสมาคม ไม่ได้ขออะไรมาก เพียงแต่อยากให้ภาครัฐช่วยพิจารณาราคาให้สะท้อนกับสภาพกับความเป็นจริง เพราะผู้ผลิตก็ขาดทุนเยอะแล้ว”
 
 
 
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงสถานการณ์ราคาปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้นว่า ที่ผ่านมากรมฯได้หารือกับผู้ประกอบการปุ๋ยเคมีของไทย เพื่อพิจารณาสถานการณ์การผลิต และจำหน่าย รวมถึงพิจารณาการปรับขึ้นราคาขายปุ๋ยเคมีในประเทศตามที่ผู้ค้าร้องขอ หลังพบว่า ต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้นจริง โดยกรมยืนยันว่า การอนุญาตให้ขึ้นราคาขายปุ๋ยเคมี จะพิจารณาให้เป็นรายๆ ไป เพราะแต่ละรายมีต้นทุนแตกต่างกัน ไม่ใช่อนุญาตให้ปรับขึ้นเท่ากันหมด หรือให้ปรับขึ้นได้ทุกราย นอกจากนี้ ยังได้เร่งรัดให้ผู้ค้าปุ๋ย เร่งนำเข้าปุ๋ยเข้ามาให้ทันกับฤดูกาลเพาะปลูกใหม่ที่กำลังจะมาถึงอีกไม่กี่เดือนนี้
 
 
 
 
 

Relate Post

Spotlight