
สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน ทรัพย์สิน และรถยนต์ของประชาชน อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่สถานการณ์ยังไม่ปลอดภัย สิ่งที่ผู้ประสบภัยต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือความปลอดภัยในชีวิต และควรรอจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายก่อนเข้าสำรวจพื้นที่
เมื่อสามารถเข้าตรวจสอบความเสียหายได้อย่างปลอดภัยแล้ว ผู้ที่ทำประกันภัยไว้ควรเริ่มจากตรวจสอบว่ากรมธรรม์ของตนครอบคลุมความเสียหายจากน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบวงเงินและเงื่อนไขความคุ้มครองให้ชัดเจน จากนั้นจึงบันทึกหลักฐานความเสียหาย ติดต่อบริษัทประกันภัย และเตรียมเอกสารประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนให้ครบถ้วน เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและแสดงความห่วงใยต่อประชาชนและผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบ พร้อมแนะนำ 4 ขั้นตอนสำคัญสำหรับบ้านเรือนและรถยนต์ที่เสียหายจากน้ำท่วม ตลอดจนกำหนดมาตรฐานประเมินความเสียหายของรถยนต์จากน้ำท่วมไว้ 5 ระดับ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการประเมินความเสียหายและการซ่อมแซม
ขั้นตอนแรกคือการตรวจสอบว่ากรมธรรม์ประกันภัยที่มีอยู่ให้ความคุ้มครองกรณีน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติหรือไม่ เนื่องจากกรมธรรม์แต่ละประเภทอาจมีขอบเขตความคุ้มครองแตกต่างกัน ผู้เอาประกันภัยจึงควรดูทั้งประเภทกรมธรรม์ วงเงินความคุ้มครอง และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องก่อนยื่นเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
ผู้เอาประกันภัยสามารถตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ผ่าน LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ. รอบรู้” ในเมนู “กรมธรรม์ของฉัน (My Policy)” เพื่อดูรายละเอียดความคุ้มครองที่มีอยู่ โดยแนวทางตรวจสอบเบื้องต้นแบ่งได้ดังนี้
ดังนั้น การมีกรมธรรม์ประกันภัยไม่ได้หมายความว่าจะได้รับความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วมทุกกรณี ผู้เอาประกันภัยต้องตรวจสอบรายละเอียดของกรมธรรม์ที่ตนถืออยู่เป็นหลัก โดยเฉพาะประเภทภัยที่ได้รับความคุ้มครอง วงเงิน และเงื่อนไขการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
หลังจากสถานการณ์คลี่คลายและสามารถเข้าสำรวจพื้นที่ได้อย่างปลอดภัยแล้ว ผู้เอาประกันภัยควรถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอความเสียหายให้ครบถ้วน ทั้งภาพรวมของพื้นที่และภาพรายละเอียดของทรัพย์สินแต่ละรายการ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
หลักฐานเหล่านี้เป็นข้อมูลที่บริษัทประกันภัยจะใช้ประกอบการพิจารณาความเสียหาย ผู้เอาประกันภัยจึงควรเก็บภาพทั้งมุมกว้างที่แสดงสภาพโดยรวมและภาพระยะใกล้ที่แสดงรายละเอียดของทรัพย์สินที่เสียหาย
เมื่อสามารถดำเนินการได้ ผู้เอาประกันภัยควรแจ้งเหตุแก่บริษัทประกันภัยโดยเร็ว พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ เหตุการณ์น้ำท่วม และความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจสอบและพิจารณาค่าสินไหมทดแทน
ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนติดต่อบริษัทประกันภัย ได้แก่
หลังแจ้งเหตุแล้ว ผู้เอาประกันภัยควรจดและเก็บ เลขที่ใบเคลม (Claim No.) ไว้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการสอบถามและติดตามสถานะการเรียกร้องค่าสินไหมกับบริษัทประกันภัยในภายหลัง
นอกจากหลักฐานภาพถ่ายและรายละเอียดของเหตุการณ์แล้ว ผู้เอาประกันภัยควรจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน เพื่อใช้ประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน โดยเอกสารที่อาจต้องใช้ ได้แก่
เอกสารที่ต้องใช้ในแต่ละกรณีอาจแตกต่างกันตามประเภททรัพย์สินและเงื่อนไขของกรมธรรม์ ผู้เอาประกันภัยจึงควรตรวจสอบรายการเอกสารกับบริษัทประกันภัยที่รับแจ้งเหตุ และจัดเตรียมให้ครบตามที่ได้รับแจ้ง
สำนักงาน คปภ. กำหนดแนวปฏิบัติตามมาตรฐานการซ่อมรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อให้บริษัทประกันภัยใช้เป็นแนวทางในการประเมินความเสียหายและการซ่อมแซม โดยแบ่งความเสียหายตามระดับน้ำที่ท่วมรถออกเป็น 5 ระดับ ตั้งแต่น้ำท่วมถึงพรมพื้นรถ ไปจนถึงกรณีรถยนต์จมน้ำทั้งคัน
ระดับ | ระดับน้ำและลักษณะความเสียหาย | ค่าซ่อมโดยประมาณ |
A | น้ำท่วมถึงพรมพื้นรถยนต์ | 8,000–10,000 บาท |
B | น้ำท่วมถึงเบาะนั่ง | 15,000–20,000 บาท |
C | น้ำท่วมถึงส่วนล่างของคอนโซลหน้า | 25,000–30,000 บาท |
D | น้ำท่วมถึงส่วนบนของคอนโซลหน้า | ตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป |
E | รถยนต์จมน้ำทั้งคัน | บริษัทประกันภัยพิจารณาตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขกรมธรรม์ |
เกณฑ์ดังกล่าวสะท้อนระดับความเสียหายจากตำแหน่งที่น้ำท่วมถึง โดยระดับ A–D มีการระบุค่าซ่อมโดยประมาณไว้เป็นแนวทาง ส่วนระดับ E ซึ่งเป็นกรณีรถยนต์จมน้ำทั้งคัน บริษัทประกันภัยจะพิจารณาความเสียหายตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย
ตัวเลขตั้งแต่ 8,000 บาทไปจนถึง 30,000 บาทขึ้นไปเป็น ค่าซ่อมโดยประมาณตามระดับความเสียหาย ไม่ใช่วงเงินค่าสินไหมที่บริษัทประกันภัยจะจ่ายให้ผู้เอาประกันภัยทุกรายในจำนวนเดียวกัน การชดใช้จริงต้องพิจารณาจากความเสียหายที่เกิดขึ้น วงเงินความคุ้มครอง และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์แต่ละฉบับ
สำหรับรถยนต์ที่จมน้ำทั้งคัน หากบริษัทประกันภัยพิจารณาแล้วว่าเข้าข่ายความเสียหายสิ้นเชิง หรือ Total Loss บริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย
เลขาธิการ คปภ. ระบุว่า ในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 สำนักงาน คปภ. จะเชิญบริษัทประกันวินาศภัยประชุมหารือแนวทางให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยมีประเด็นสำคัญเบื้องต้น 3 ด้าน ได้แก่
นอกเหนือจากแนวทางทั้ง 3 ด้าน สำนักงาน คปภ. จะพิจารณามาตรการผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยสำหรับผู้เอาประกันภัยในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม รวมถึงพิจารณาผ่อนผันการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตตัวแทนประกันภัยและนายหน้าประกันภัยบุคคลธรรมดาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว
ประชาชนและผู้เอาประกันภัยที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับความคุ้มครองของกรมธรรม์ ขั้นตอนเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน หรือสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับ สามารถสอบถามข้อมูลจากสำนักงาน คปภ. ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
สำหรับผู้ประสบภัยที่กำลังเตรียมยื่นเคลม สามารถสรุปลำดับดำเนินการได้ดังนี้
การดำเนินการตามลำดับข้างต้นจะช่วยให้ผู้เอาประกันภัยมีข้อมูลและหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมครบถ้วน และสามารถใช้สิทธิประโยชน์ได้ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย