
ช่วงก่อนหน้านี้ ตลาดเงินตลาดทุนเคยเทรดกันภายใต้แนวคิดที่เรียกว่า ‘TACO’ ซึ่งย่อมาจาก “Trump Always Chickens Out” หรือความเชื่อที่ว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ของสหรัฐฯ มักขู่หรือส่งสัญญาณแข็งกร้าวออกไปก่อน แต่สุดท้ายก็มักถอยกลับหรือประนีประนอม ซึ่งนั่นทำให้ตลาดฟื้นตัวกลับมาได้เสมอ
แนวคิดนี้เป็นเหมือนกลยุทธ์สูตรสำเร็จของนักลงทุนในช่วงที่ผ่านมา เพราะทุกครั้งที่เกิดแรงกดดันมากจนตลาดปรับตัวลง นักลงทุนจำนวนมากจะมองว่าเป็นเพียงแรงกระแทกชั่วคราว แล้วเข้าซื้อเพื่อรอทำกำไรในตอนที่สถานการณ์จะคลี่คลาย
แต่เมื่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางลากยาว นักลงทุนบางส่วนเริ่มตั้งคำถามว่า หรือครั้งนี้อาจไม่เหมือนเดิม เพราะแม้จะมีข่าวการเจรจาหรือหยุดยิงออกมาเป็นระยะ ๆ แต่ข้อตกลงหรือการยุติความขัดแย้งที่แท้จริงก็ไม่เคยเกิดขึ้น
นั่นทำให้แนวคิดการเทรดแบบ ‘TACO’ เริ่มซาไปจากบทสนทนาในตลาด และวอลล์สตรีทเริ่มพูดถึงแนวคิดการลงทุนใหม่ที่เรียกว่า ‘NACHO’ ซึ่งย่อมาจาก “Not a Chance Hormuz Opens” (ไม่มีโอกาสที่ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิด)
ซาเวียร์ หว่อง (Zavier Wong) นักวิเคราะห์ตลาดของ eToro บริษัทให้บริการทางการเงินรวมถึงแพลตฟอร์มซื้อขายแบบหลายสินทรัพย์กล่าวกับ CNBC ว่า การเทรดแบบ NACHO เริ่มสะท้อนให้เห็นผ่านการวางตำแหน่งลงทุนในหลายตลาด ทั้งน้ำมัน ประกันภัยการขนส่งทางเรือ สินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ย
หว่องกล่าวอีกว่า แนวคิด NACHO สะท้อนว่าตลาดเริ่มยอมรับแล้วว่า ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงไม่ใช่แค่แรงกระแทกชั่วคราวที่ใช้เก็งกำไรระยะสั้นได้อีกต่อไป แต่มันกำลังกลายเป็น ‘สภาพแวดล้อมปกติใหม่’ ของตลาดในตอนนี้
แม้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ (Brent) จะลดลงจากจุดสูงสุดในช่วงสงครามที่เคยพุ่งแตะ 126 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อปลายเดือนเมษายน แต่ราคาปัจจุบันก็ยังสูงกว่าช่วงก่อนที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะรุนแรงขึ้นกว่า 38% โดยในวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม น้ำมันดิบเบรนต์ยังซื้อขายอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ตลาดการขนส่งและประกันภัยยังคงส่งสัญญาณถึงความกังวลอย่างมาก แม้จะมีข่าวการหยุดยิงออกมาเป็นระยะ ๆ ก็ตาม
หว่องตั้งข้อสังเกตว่า เบี้ยประกันความเสี่ยงสำหรับเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซเคยพุ่งขึ้นไปสูงสุดถึงประมาณ 2.5% ของมูลค่าเรือต่อหนึ่งเที่ยวเดินเรือในเดือนมีนาคม จากเดิมก่อนสงครามที่อยู่เพียงราว 0.1% แม้ว่าเบี้ยประกันจะเริ่มลดลงบ้างแล้ว แต่ข้อมูลจาก eToro ระบุว่า ระดับปัจจุบันยังสูงกว่าก่อนสงครามประมาณ 8 เท่า สะท้อนว่าบริษัทประกันไม่ได้มองว่านี่เป็นปัญหาที่จะจบลงในเร็ววัน
อีกความเห็นจากนักวิเคราะห์ของ State Street Global Advisors มองว่า การซื้อขายแบบ TACO กับ NACHO กำลังเกิดขึ้นพร้อมกันในไตรมาส 2 นี้ เพราะถึงแม้ว่าราคาพลังงานจะยังสูง แต่ดัชนี S&P 500 ก็ยังสามารถฟื้นตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ได้
บทวิเคราะห์ของ State Street Global Advisors ระบุว่า นักลงทุนยังมองโลกในแง่ดีอย่างระมัดระวังว่า การเจรจาอาจนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แต่ตลาดยังต้องการเห็น ‘ข้อตกลงสันติภาพที่เป็นรูปธรรม’ ก่อนที่จะกลับไปคาดหวังอย่างจริงจังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะลดดอกเบี้ย
ขณะเดียวกัน วาซิเลียส กิโอนาคิส (Vasileios Gkionakis) นักเศรษฐศาสตร์และนักกลยุทธ์อาวุโสจาก Aviva Investors กล่าวว่า มีเพียงบางส่วนของตลาดเท่านั้นที่ดูเหมือนจะยอมรับทฤษฎี NACHO อย่างเต็มที่ ในขณะที่ตลาดน้ำมัน ประกันภัยการขนส่ง และอัตราดอกเบี้ย สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักที่ยืดเยื้อมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่สินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้างยังคงมองโลกในแง่ดี โดยเฉพาะตลาดหุ้นที่หลายดัชนีทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
แม้แต่ซาเวียร์ หว่อง ซึ่งอธิบายถึงบรรยากาศการมองโลกในแง่ร้ายที่ฝังลึกมากขึ้นในหมู่นักลงทุน ก็ยังเชื่อว่า ในท้ายที่สุด ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดได้อีกครั้ง แม้ยังตอบไม่ได้ว่าเมื่อไหร่
อ้างอิง : CNBC