
EMILY’S แบรนด์เส้นหมี่ไก่ฉีก เรียกได้ว่าขยับตัวทำอะไรก็กลายเป็นกระแส ก่อนหน้านั้นเคยมีดราม่าเรื่องการขายเส้นหมี่ไก่ฉีก ในราคา 125 บาท แต่สุดท้ายแบรนด์ก็ก้าวข้ามผ่านมาได้ เอาชนะใจลูกค้าด้วย ‘คุณภาพ’ และ ‘รสชาติ’ ที่เสมอต้นเสมอปลาย
ล่าสุดทางแบรนด์ได้เปิดตัวเมนู ‘ข้าวคลุกน้ำพริก’ ในราคา 75 บาท และมีจุดขายที่น่าสนใจว่า ‘ในยุคที่ข้าวยากหมากแพง EMILY’S ขอแทงสวนกระแส ดันโปรเจกต์ต่ำกว่าร้อยบาท หรือถ้ากำแบงค์แดงมามีทอน’
แต่เมื่อ ‘ข้าวคลุกน้ำพริก’ ได้ถูกวางจำหน่ายไม่นาน ก็ได้เกิดเสียงวิพากวิจารย์อย่างหนัก เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่มองว่า ราคาแพงไปหรือเปล่า? เสียงสะท้อนในโซเชี่ยลมีเดีย บอกว่า ในกล่องมีแค่ ข้าวปรุงรส ผัก และน้ำพริก ไม่มีโปรตีนจากเนื้อสัตว์ หากจะกินให้อิ่มและกินถูกต้องตามหลักโภชนาการที่มีโปรตีน ผู้บริโภคอาจต้องไปหาซื้อเนื้อสัตว์มาใส่เพิ่มเอง ผู้บริโภคมองว่า แม้รสชาติจะออกมาอร่อยตามมาตรฐานของแบรนด์แต่ก็อดตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าไม่ได้
ทีม SPOTLIGHT ได้มีโอกาสพูดคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ “คุณเพ็บ" นัยนชนก ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา และ “คุณภัทร์” ธภรัท เวโรจน์ฤดี 2 ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ EMILY’S ถึงเบื้องหลังเมนูข้าวคลุกน้ำพริก ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ ?
คุณเพ็บ ได้เล่าให้ทีม SPOTLIGHT ฟังว่า จุดเริ่มต้นของเมนู ‘ข้าวคลุกน้ำพริก’ หรือ ‘EMILY’S Signature rice’ เกิดขึ้นจากก่อนหน้านี้ทางแบรนด์ได้ออก 2 เมนูใหม่ นั่นก็คือ ข้าวคุโรบูตะเอมิลี่ 185 บาท และข้าววากิวเอมิลี่ 255 บาท แต่ได้รับฟีคแบคโดยตรงจากลูกค้าผ่านทาง Line Official ว่า อยากรับประทานแต่เฉพาะข้าวของทางแบรนด์ และไม่อยากได้เนื้อสัตว์ (หมู, เนื้อ) หรือโปรตีนอื่น นั่นจึงเป็นที่มาให้แบรนด์ทำเมนูข้าวคลุกน้ำพริกออกมา โดยไม่เติมเนื้อสัตว์ใดๆ
“เมื่อเรามีข้าวสูตรนี้ที่ดันบังเอิญรสชาติไม่เหมือนที่ไหน ลูกค้าบางคนเขาหาซื้อที่อื่นไม่ได้ และลูกค้าก็ไม่ได้อยากสั่งเมนูข้าวคุโรบูตะหรือข้าววากิว แล้วเอาตักหมูหรือเนื้อออก ทางแบรนด์เลยรู้สึกว่าอยากทำแต่ข้าวเพื่อให้ลูกค้าไปใส่โปรตีนเพิ่มเอง”
“ EMILY’S Signature rice ไม่เชิงว่าเป็นเมนูใหม่ แต่เป็นเมนูเดิมที่เราอยากตอบโจทย์ลูกค้าที่รีเควสอยากได้แค่ข้าวไปทานกับไก่ กับปลาที่ลูกค้าชอบ แต่ทางร้านไม่สามารถตอบโจทย์โปรตีนทุกอย่างที่ลูกค้าต้องการได้”
สูตรเด็ดของ ‘ข้าวคลุกน้ำพริก’ คือตัวข้าวจะหุงด้วยน้ำซอสสูตรเดียวกันกับเส้นหมี่ ที่เป็น Signature ของร้าน เป็นข้าวโรยกระเทียม ทานคู่กับน้ำพริกหอมเจียว ออกรส หวาน เค็ม เปรี้ยว ครบรส มีความเผ็ดกรอบๆ (มาจากรสของน้ำพริก) มาตัดรสให้ไม่เลี่ยนจนเกินไป โดยทางแบรนด์ได้เพิ่งวางขายเมื่อวันที่ 1 พ.ค.69 ที่ผ่านมา ทั้งที่สาขาและช่องทาง Delivery
ก่อนหน้านั้นถ้าใครยังจำกันได้ทางแบรนด์เคยมีประเด็นดราม่าเรื่องการตั้งราคาของเมนูเส้นหมี่ไก่ฉีก เมนูที่ดูธรรมดาแต่ในราคา 125 บาทมาแล้ว
ซึ่งคุณภัทร์ได้เปิดใจเล่าให้ทีม SPOTLIGHT ฟังว่า เรื่องการตั้งราคาเป็นเรื่องที่เรา 2 คนกลัวตั้งแต่ยังไม่เริ่มขาย เพราะยอมรับว่า ราคาของแบรนด์สูงกว่าเจ้าอื่นๆในตลาด แต่เมื่อทั้ง 2 ท่านได้ปรึกษาหารือกัน และคำนวณตัวเลขของวัตถุดิบที่เลือกใช้ เน้นคุณภาพซึ่งจะต้องเทียบเท่ากับมาตรฐานที่คุณเพ็บทานที่บ้าน จึงสรุปได้ว่า ราคานี้คือตัวเลขที่สมเหตุสมผลแล้ว เพราะหากจะต้องลดมาตรฐานใช้วัตถุดิบคนละชนิดกับสูตรของครอบครัว จะขอไม่ทำดีกว่า
ส่วนการก้าวข้ามความดรามา ผู้ก่อตั้งทั้ง 2 เล่าให้ทีม SPOTLIGHT ฟังว่า “ตอนนั้นเราคุยว่าไม่เป็นไร เรามีจุดยืนของเรา เรารู้ว่าเราให้อะไร ถ้าลูกค้าได้ experiences เขาจะเข้าใจเอง”
หากมองผิวเผินจากภายนอกกล่องนี้ดูเป็นวัตถุดิบที่ธรรมดา แต่เมื่อได้ทานแล้วจะรับรู้ได้ถึงคุณภาพ ไก่ที่มีเนื้อสัมผัสนุ่ม เส้นที่ไม่จับตัวเป็นก้อนคลุกด้วยซอสที่ให้รสชาติครบรส ผักที่มีความกรอบและใบใหญ่ และที่สำคัญคือ ‘คุณภาพ’ ที่ไม่ว่าคุณจะซื้อที่ไหนก็จะได้รสชาติแบบเดียวกัน
เบื้องหลังนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากโชคช่วย แต่เกิดขึ้นจากการลงทุนสร้างครัวกลางเพื่อหวังรักษามาตรฐานแม้จะขายแค่ 1 เมนู และสิ่งเหล่านี้มาพร้อมกับต้นทุนเสมอ