
บริษัทรัฐวิสาหกิจเหมืองแร่รายใหญ่ของจีน Zijin Mining Group เดินหน้าขยายอิทธิพลในอุตสาหกรรมทองคำโลกอย่างจริงจัง ด้วยการยื่นข้อเสนอเข้าซื้อกิจการ Allied Gold บริษัทเหมืองทองคำที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตรอนโต ซึ่งมีสินทรัพย์เหมืองกระจายอยู่ในหลายประเทศแอฟริกา มูลค่าดีลรวมราว 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางจังหวะที่ราคาทองคำโลกพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง และมูลค่าทองคำแตะระดับมากกว่า 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ดีลดังกล่าวยังเกิดขึ้นหลังการประชุมสุดยอดระหว่าง มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา และ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการรีเซ็ตความสัมพันธ์ที่เคยตึงเครียดระหว่างสองประเทศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างแรงกระเพื่อมไปถึงสหรัฐ โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความไม่พอใจต่อท่าทีที่ใกล้ชิดกันมากขึ้นของแคนาดาและจีน ท่ามกลางการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจ
Zijin เปิดเผยช่วงดึกคืนวันจันทร์ว่า บริษัทย่อย Zijin Gold International พร้อมเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดที่ออกจำหน่ายแล้วของ Allied Gold ในราคาหุ้นละ 44 ดอลลาร์แคนาดา โดยดีลดังกล่าวยังต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ Allied Gold ข้อเสนอครั้งนี้สูงกว่าราคาปิดของสัปดาห์ก่อนหน้าราว 5.4% และประเมินมูลค่ารวมของธุรกรรมไว้ที่ประมาณ 5.5 พันล้านดอลลาร์แคนาดา หรือราว 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
โครงสร้างผู้ถือหุ้นของ Allied Gold ชี้ให้เห็นถึงฐานนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่ โดยฝ่ายผู้บริหารและกรรมการบริษัทถือหุ้นรวมกัน 15.4% ขณะที่กองทุนเฮดจ์ฟันด์จากลอนดอน Helikon Investments ถือหุ้น 15.2% และผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ระดับโลกอย่าง BlackRock ถือหุ้นอีก 8.4% หลังข่าวการเข้าซื้อกิจการถูกเปิดเผย หุ้น Allied Gold ปรับตัวขึ้นทันที 4% ในการซื้อขายวันจันทร์ที่ตลาดโตรอนโต ปิดที่ 43.4 ดอลลาร์แคนาดา ขยับเข้าใกล้ราคาที่ Zijin เสนอซื้อ
แรงตอบรับเชิงบวกสะท้อนชัดในฝั่งตลาดทุนจีนเช่นกัน หุ้น Zijin Mining ที่จดทะเบียนในตลาดฮ่องกงปรับขึ้นกว่า 7% สู่ระดับ 45.18 ดอลลาร์ฮ่องกง ขณะที่หุ้นในตลาดเซี่ยงไฮ้พุ่งขึ้นสูงสุดถึง 8% แตะ 42.68 หยวน ส่วน Zijin Gold International ซึ่งจดทะเบียนแยกต่างหากในตลาดฮ่องกง ราคาหุ้นทะยานกว่า 19% ในช่วงต้นการซื้อขาย แตะระดับ 248.60 ดอลลาร์ฮ่องกง สะท้อนมุมมองนักลงทุนว่าการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตทองคำและความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มในระยะยาว
แก่นสำคัญของดีลนี้สำหรับ Zijin อยู่ที่การได้สิทธิในเหมืองทองคำรวม 10 แห่ง ในประเทศ มาลี ไอวอรีโคสต์ และเอธิโอเปีย ซึ่งรวมถึงโครงการเหมืองที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและเตรียมเริ่มผลิตในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ณ สิ้นปี 2567 Allied Gold มีทรัพยากรทองคำรวม 533 ตัน โดยมีกำลังการผลิต 10.7 ตันในปี 2566 และเพิ่มเป็น 11.1 ตันในปี 2567 ขณะที่ประมาณการล่าสุดชี้ว่าปีที่ผ่านมาอาจผลิตได้ระหว่าง 11.7-12.4 ตัน
แม้เหมืองบางแห่งของ Allied Gold จะเริ่มเข้าสู่ช่วงอิ่มตัว แต่โครงการ เหมือง Kurmuk ในเอธิโอเปียถูกมองว่าเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตในระยะถัดไป โดยคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ และหากมีการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานและขยายกำลังการผลิตตามแผน โครงการต่าง ๆ ของกลุ่มอาจผลักดันให้กำลังการผลิตทองคำรวมเพิ่มขึ้นแตะระดับ 25 ตันต่อปีภายในปี 2569 ตามเอกสารยื่นร่วมของ Zijin และ Zijin Gold
ผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองบริษัท ได้แก่ โจว ไล่ฉาง ประธาน Zijin Mining และ หลิน หงฝู ประธาน Zijin Gold ระบุว่า ระยะเวลาคืนทุนจากการลงทุนครั้งนี้ “ค่อนข้างสั้น” และจะสร้าง “ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ” พร้อมย้ำว่าดีลนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฐานทรัพยากร และสร้างเครือข่ายการดำเนินงานในทวีปแอฟริกาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Zijin ยังประเมินว่าจะเกิดซินเนอร์ยีอย่างเด่นชัดจากการเชื่อมโยงเหมืองใหม่กับสินทรัพย์เดิมของกลุ่ม โดยเฉพาะเหมือง Akyem ในประเทศกานา ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับไอวอรีโคสต์ และจะช่วยเสริมบทบาทของกลุ่มในแนวแหล่งแร่ทองคำสำคัญของแอฟริกาตะวันตก ขณะเดียวกัน โครงการ Kurmuk ยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากเหมือง Bisha Zinc (Copper) Mine ของ Zijin Mining ในเอริเทรีย ซึ่งบริษัทคาดว่าจะสร้างซินเนอร์ยีด้านโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐาน และการบริหารจัดการเหมืองได้อย่างมีนัยสำคัญ
หากดีลนี้เสร็จสมบูรณ์ Zijin Gold International จะก้าวขึ้นมาควบคุมเหมืองทองคำขนาดใหญ่รวม 12 แห่งใน 12 ประเทศ ซึ่งตามเอกสารที่ยื่นต่อตลาดทุนระบุว่าจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของบริษัทแม่ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจจีน ในการก้าวขึ้นสู่ “ตำแหน่งผู้นำของอุตสาหกรรมทองคำโลก”