
ในโลกที่ระเบียบแบบแผนเดิมกำลังถูกฉีกกระชาก เมื่อมหาอำนาจเปลี่ยนกติกากลางเป็น "อำนาจของตนเอง" สถานการณ์ปัจจุบันในปี 2026 กำลังสะท้อนภาพความขัดแย้งที่แผ่ขยายไปทั่วทุกมุมโลก ความวุ่นวายต่างๆ ทั้งความขัดแย้งทางการค้า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการเมือง ท้ายที่สุด "ทองคำ" อาจกลายเป็นสินทรัพย์เดียวที่ผู้คนมองหาท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านี้
เรากำลังอยู่ในยุคที่ Monroe Doctrine ถูกอัปเกรดเป็น "Donroe Doctrine" ซึ่งมาจากการผสมผสานชื่อ Donald Trump แทนที่ James Monroe ประธานาธิบดีคนที่ 5 ของสหรัฐฯ ที่เป็นผู้ริเริ่มแนวคิด โดย Donald Trump ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนผ่านปฏิบัติการ Absolute Resolve บุกเวเนซุเอลาและควบคุมตัว นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา โดยอ้างข้อหาค้ายาเสพติดและก่อการร้าย นอกจากนี้ ยังบีบให้เวเนซุเอลาตัดสัมพันธ์กับจีนและรัสเซียอย่างเด็ดขาด รวมถึงมีการยึดเรือน้ำมันที่อ้างว่าเชื่อมโยงกับเวเนซุเอลาและรัสเซีย จนทำให้จีนออกมาตำหนิว่าสหรัฐฯ ทำตัวเป็น "ผู้พิพากษาโลก" ที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างรุนแรง
ขณะเดียวกัน โคลอมเบีย และ คิวบา ก็เคยตกอยู่ในที่นั่งลำบาก หลัง Donald Trump ขู่คิวบาผ่าน Truth Social ว่า "จะไม่มีน้ำมันหรือเงินจากเวเนซุเอลาส่งไปให้อีกต่อไป" เพื่อบีบให้ทำข้อตกลงใหม่ ส่วนโคลอมเบียซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการคุมเส้นทางเดินเรือคลองปานามา ก็ถูกกดดันอย่างหนักในประเด็นยาเสพติดเช่นกัน
ความสนใจของโลกถูกเบนไปยัง “กรีนแลนด์” เมื่อ Katie Miller ภรรยาของ Stephen Miller ที่ปรึกษาคนสำคัญของทรัมป์ โพสต์รูปกรีนแลนด์ที่ระบายด้วยธงชาติสหรัฐฯ ขณะที่ Donald Trump แสดงความต้องการกรีนแลนด์อย่างชัดเจนเพื่อความมั่นคงของชาติ โดยอ้างถึงการคานอำนาจจีนและรัสเซียในอาร์กติก ไม่ใช่เพียงเพื่อแร่หายาก (Rare Earths) โดยมุ่งใช้เป็นยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศ
ทางการกรีนแลนด์จะยืนยันว่า "Greenland not for sale" และอธิปไตยไม่ใช่สิ่งที่จะเจรจากันได้ แต่ในมุมมองภูมิรัฐศาสตร์กรีนแลนด์คือจุดยุทธศาสตร์ทางทหาร รัสเซียต้องผ่านจุดนี้หากจะออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติก อีกทั้งอาจเป็นเส้นทางเดินเรือในอนาคตเมื่อภาวะโลกร้อนทำให้น้ำแข็งละลายจะเปิดเส้นทางอาร์กติกที่สั้นกว่าคลองสุเอซ
Donald Trump ยังใช้ไม้ตายเดิมคือ "ภาษี" โดยระบุว่าจะเก็บภาษีต่อกลุ่มประเทศยุโรป เช่น เดนมาร์ก สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักร เนื่องจากประเทศเหล่านี้ส่งกำลังทหารเข้าไปในกรีนแลนด์ ก่อนที่สถานการณ์จะบรรเทาลงบ้างหลังการประชุมWorld Economic Forum ภาษีดังกล่าวได้ถูกยกเลิกเนื่องจากสหรัฐฯ กับ NATO ได้บรรลุกรอบข้อตกลงเกี่ยวกับกรีนแลนด์แล้ว พร้อมกล่าวว่าสหรัฐฯ สามารถเข้าถึงกรีนแลนด์ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อสกัดอิทธิพลจีน-รัสเซีย อย่างไรก็ตาม แรงเสียดทานระหว่างพันธมิตรก็พุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนไปแล้ว เช่นเดียวกับทางนายกฯ กรีนแลนด์ ที่กล่าวว่ายินดีเจรจาเรื่องความมั่นคงแต่ "เรื่องอธิปไตยและเขตแดนเจรจาไม่ได้" ข้อตกลงใดๆ ก็ตาม จะไม่สามารถเกิดขึ้น หากกรีนแลนด์และเดนมาร์กไม่มีส่วนในการตัดสินใจ
ในอีกฟากหนึ่ง อิหร่าน กำลังเผชิญกับพายุสองทาง ทั้งการประท้วงใหญ่ทั่วประเทศจนรัฐบาลต้องสั่งตัดอินเทอร์เน็ตเกือบทั้งหมด และการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ ที่ส่งกองเรือพิฆาตมุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง โดย Donald Trump เตือนว่ากองเรือนี้พร้อมปฏิบัติการหากอิหร่านมีการเคลื่อนไหวที่คุกคาม พร้อมขู่เก็บภาษี Secondary Tariffs ที่ 25% ต่อประเทศคู่ค้าของอิหร่าน จีน อินเดีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และตุรกี ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่ซื้อน้ำมันส่วนใหญ่ของอิหร่าน
ภายใต้ความผันผวนของสงครามการค้า การบุกยึดอำนาจ และการขู่ใช้กำลังทหาร ราคาทองคำจะได้รับแรงหนุนอย่างมหาศาลในฐานะ "สินทรัพย์ปลอดภัย" (Safe Haven) ที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ เมื่อระบบการเงินโลกถูกใช้เป็นอาวุธ นักลงทุนและธนาคารกลางทั่วโลกจะพากันเข้าถือครองทองคำต่อเนื่อง ตราบใดที่โลกยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเช่นนี้
สินทรัพย์ทางการเงิน (Paper Assets) จึงมีความเสี่ยงสูงเกินกว่าจะถือครอง ท่ามกลางกระแส “Sell America” นักลงทุนจึงหันเข้าหาโลหะมีค่าที่ไม่มีความเสี่ยงด้านคู่สัญญา ทองคำคือสินทรัพย์เดียวที่ปลอดภัยที่สุด (Safe Haven) เพราะไม่มีความเสี่ยงทางการเมืองพ่วงมาด้วย เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจถึงทางตันจึง "ไม่มีตัวเลือกอื่นที่ดีกว่าทองคำ (There Is No Alternative but Gold)"

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท YLG Bullion And Future จำกัด