Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
สรุปแนวทางรับมือสงคราม ต้องทยอยขึ้นราคาน้ำมัน ก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

สรุปแนวทางรับมือสงคราม ต้องทยอยขึ้นราคาน้ำมัน ก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ

28 มี.ค. 69
13:44 น.
แชร์

Highlight

ไฮไลต์

  • รัฐบาลยอมรับความผิดพลาด–ปรับเกมสู่โหมดบริหารวิกฤตเต็มรูปแบบ

นายกรัฐมนตรีออกมาขอโทษประชาชนอย่างตรงไปตรงมา จากการประเมินสถานการณ์ต่ำไปจนเกิดปัญหาน้ำมันขาดแคลน พร้อมประกาศเปลี่ยนแนวทางสู่การบริหารวิกฤตเชิงระบบ ทั้งการจัดการสต๊อก ปราบกักตุน และขอความร่วมมือประชาชนลดการใช้พลังงาน สะท้อนว่ารัฐกำลัง “ตั้งหลักใหม่” ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม

  • จุดยืนชัด: ไม่อุ้มราคาน้ำมันจนระบบพัง

หากฝืนอุ้มต่อจะเสี่ยงวิกฤตการคลัง จึงจำเป็นต้องปล่อยให้ราคาสะท้อนตลาดโลก แม้จะกระทบระยะสั้น แต่เพื่อรักษาเสถียรภาพประเทศในระยะยาว

  • เร่งกันแรงกระแทก “ของแพง” ก่อนลามทั้งระบบ

กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าคุมราคาสินค้า เพิ่มสินค้าควบคุม และออกมาตรการลดค่าครองชีพ เช่น “สินค้าไทยช่วยไทย” ลดราคากว่า 1,000 รายการ ควบคู่กับการดูแลกลุ่มเปราะบาง สะท้อนว่ารัฐกำลังพยายาม “กันแรงกระแทกสุดท้าย” ก่อนที่ต้นทุนพลังงานจะส่งผ่านสู่ประชาชนเต็มรูปแบบ

เพียง 1 เดือนของสงครามตะวันออกกลางประเทศไทย ได้รับผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ราคาน้ำมันในตลาดโลก แต่ลุกลามมาถึงชีวิตประจำวันของประชาชนทันที—น้ำมันขาดหน้าปั๊ม ราคาพุ่งขึ้นรวดเร็ว ต้นทุนขนส่งเริ่มขยับ และแรงกดดันกำลังจะส่งผ่านไปยังราคาสินค้าในวงกว้าง

วิกฤตที่เริ่มจาก “ความไม่แน่นอน” กลายเป็น “แรงกระแทกทางเศรษฐกิจ” ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ทำให้รัฐบาลภายใต้การนำของ “อนุทิน 1” ต้องเร่งตั้งหลัก และนำทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ-ความมั่นคงออกมาแถลงทิศทางรับมืออย่างเป็นทางการในวันนี้ 1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม

ภาพจากทำเนียบรัฐบาล : 1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม
ภาพจากทำเนียบรัฐบาล : 1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม

นายกฯ “ขอโทษ” ยอมรับการประเมินผิด เร่งปรับมาตรการทั้งระบบ

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวคำขอโทษต่อประชาชนจากเหตุการณ์น้ำมันขาดแคลนในช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือนมีนาคม ซึ่งนำไปสู่ความวุ่นวายทั่วประเทศ โดยยอมรับว่า การประเมินสถานการณ์ในช่วงแรกคลาดเคลื่อน จากเดิมที่เชื่อว่าสงครามจะไม่ยืดเยื้อ

แต่เมื่อสถานการณ์ยืดออกไป รัฐบาลจึงต้อง “เปลี่ยนวิธีคิด” จากการรับมือระยะสั้น มาเป็นการบริหารวิกฤตแบบเต็มรูปแบบ โดยตั้งคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินด้านน้ำมันเข้ามาดูแล

ภาพจากทำเนียบรัฐบาล : 1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม
ภาพจากทำเนียบรัฐบาล : 1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า มาตรการที่ดำเนินการไปแล้วสะท้อนภาพการแก้ปัญหาเชิงระบบ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งเติมน้ำมันสำรองเข้าสู่ตลาด เพิ่มรอบการขนส่ง เพื่อคลายปัญหาหน้าปั๊ม รวมถึงการปราบปรามการกักตุนและลักลอบค้าน้ำมันอย่างจริงจัง

การรับมือด้านการต่างประเทศ - กระทรวงการต่างประเทศเร่งเจรจากับนานาประเทศ ล่าสุดประสบความสำเร็จในการเจรจากับอิหร่าน เพื่อให้เรือขนส่งน้ำมันของไทยสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ลดความกังวลเรื่องการขนส่งสินค้า

ด้านความมั่นคงทางพลังงาน (น้ำมัน) - สถานการณ์น้ำมันขาดแคลนหน้าปั๊มเริ่มคลี่คลายจากการเพิ่มรอบการขนส่งและอัดฉีดน้ำมันสำรองเข้าสู่ระบบ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการตื่นตระหนกของประชาชน มีการปราบปรามผู้กักตุนและลักลอบค้าน้ำมันผิดกฎหมาย ตรึงราคาน้ำมัน (ไม่ใช่ลอยตัว) โดยลดการอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันจาก 24 บาท/ลิตร เหลือ 16 บาท/ลิตร เพื่อลดภาระกองทุนและทำให้การลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศไม่คุ้มค่า เนื่องจากราคาน้ำมันไทยยังต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านส่วนใหญ่ ส่วนปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศเพิ่มขึ้นจาก 62 วันเป็น 100 วัน

นายกฯระบุว่า การใช้น้ำมันในภาวะปกติอยู่ที่ 67 ล้านลิตร/วัน แต่ช่วงวิกฤตเพิ่มขึ้นเป็น 85 ล้านลิตร/วัน ซึ่งสูงกว่ากำลังการผลิตของโรงกลั่นที่ 77 ล้านลิตร/วัน รัฐบาลขอให้ประชาชนลดการใช้กลับสู่ภาวะปกติ และปริมาณน้ำมันที่เคยส่งไปลาว 5 ล้านลิตร/วัน จะถูกเก็บไว้ใช้ในประเทศ  โดยไทยจะทำหน้าที่เป็นคนกลางนำเข้าน้ำมันดีเซลจากต่างประเทศส่งออกไปลาวแทน

ด้านการควบคุมราคาสินค้า (ค่าครองชีพ) - กระทรวงพาณิชย์ควบคุมราคาสินค้า 66 รายการ (เป้าหมาย 71 รายการ) โดยมีมาตรการลดผลกระทบด้วยโครงการ "ไทยช่วยไทย" และร้านธงฟ้า ให้ประชาชนซื้อสินค้าในราคาต่ำกว่าตลาดเริ่ม 1 เมษายนนี้

การเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลใหม่

นายกรัฐมนตรี คาดว่า สัปดาห์นี้จะเป็นสัปดาห์สุดท้ายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน เพราะรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาลได้รับการตรวจสอบคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีจะเร่งนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ คาดว่าจะได้รัฐบาลชุดใหม่ภายในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้รัฐบาลปัจจุบันมีข้อจำกัดทางกฎหมายในการออกมาตรการใหม่ที่ผูกพันรัฐบาลหน้า ดังนั้นรัฐบาลใหม่จะเร่งแถลงนโยบายทันทีหลังถวายสัตย์ เพื่อให้สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างเต็มที่โดยเร็ว

ภาพจากทำเนียบรัฐบาล : 1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม
ภาพจากทำเนียบรัฐบาล : 1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม

ขอความร่วมมือจากประชาชน ลดการใช้น้ำมันครอบครัวละ  1 ลิตร 

นายกรัฐมนตรี ขอให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาตรวจสอบพฤติกรรมผิดกฎหมาย เช่น การกักตุนน้ำมันหรือละเมิดมาตรการควบคุมราคาสินค้า และแจ้งเบาะแสแก่รัฐบาลเพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด

รวมทั้งการประหยัดพลังงาน โดยยกตัวอย่างว่า หาก 10 ล้านครัวเรือนลดการใช้น้ำมันเพียงครอบครัวละ 1 ลิตรต่อวัน จะลดการใช้น้ำมันได้ 10 ล้านลิตร/วัน ประหยัดงบประมาณภาครัฐ 200 ล้านบาท/วัน และลดภาระประชาชน 400 ล้านบาท/วัน รวมเป็น 600 ล้านบาท/วัน

ส่วนการเดินทางช่วงสงกรานต์ ประชาชนมั่นใจได้ว่ามีน้ำมันเพียงพอสำหรับเดินทาง และขอให้ใช้ขนส่งสาธารณะและคาร์พูลให้มาก หลีกเลี่ยงการกักตุนน้ำมันใส่ภาชนะขนาดใหญ่ เพื่อให้ระบบน้ำมันกลับสู่ภาวะปกติและเพียงพอสำหรับทุกคน

นายกรัฐมนตรียืนยันว่าด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ประเทศไทยจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์นี้ไปได้อย่างแน่นอน และจะมีการออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมเมื่อรัฐบาลใหม่เข้าบริหารจัดการอย่างเต็มที่

ภาพจากทำเนียบรัฐบาล : 1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม
ภาพจากทำเนียบรัฐบาล : 1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม

รมว.คลัง ห่วง “ถ้าอุ้มราคาน้ำมันต่อไป จะเกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต”

รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ  อธิบายภาพใหญ่ของนโยบายพลังงานในเชิงเศรษฐกิจอย่างตรงไปตรงมาว่า ในขณะที่หลายประเทศปล่อยราคาพลังงานตามกลไกตลาดโลก ประเทศไทยเลือกใช้นโยบายอุดหนุนผ่านกองทุนน้ำมัน เพื่อชะลอผลกระทบต่อประชาชนในช่วงแรก

แต่เมื่อวิกฤตยืดเยื้อ การอุดหนุนในระดับสูงจะทำให้กองทุนน้ำมันขาดทุน “แบบไม่มีขีดจำกัด” และอาจนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจซ้อนวิกฤต

รัฐมนตรีคลังเปรียบเทียบสถานการณ์นี้กับวิกฤตปี 2540 ที่ประเทศไทยพยายามตรึงค่าเงินบาท จนสูญเสียทุนสำรองระหว่างประเทศ ก่อนต้องยอมลอยตัวในที่สุด

นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่รัฐบาลต้อง “ลดการอุดหนุน” แม้จะรู้ว่าราคาน้ำมันจะปรับขึ้น

ปัจจุบันประเทศไทยยังคงอุดหนุนราคาน้ำมันอยู่ประมาณ 19 บาทต่อลิตร ทำให้ราคาน้ำมันไทยต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นครั้งแรกที่ราคาน้ำมันของไทยต่ำกว่ามาเลเซีย ดังนั้นการทยอยปรับราคาขึ้นจะช่วยลดปัญหาการลับลอกขนส่งไปเพื่อนบ้าน

มาตรการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจในภาพรวม

ภาครัฐลดค่าใช้จ่าย: นายกรัฐมนตรีสั่งงดการเดินทางดูงานต่างประเทศทั้งหมด และส่งเสริมการทำงานจากที่บ้านเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

ควบคุมราคาสินค้า: กระทรวงพาณิชย์เข้ามาดูแลและใช้กฎหมายควบคุมเพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงที่ประชาชนเดือดร้อน

ดูแลต้นทุนค่าขนส่ง: กระทรวงคมนาคมใช้ทุกงบประมาณที่มีอยู่ รวมถึงกองทุนต่างๆ (เช่น กองทุนเงินทุกบาททุกสตางค์, กองทุนเลขสวย) และงบกลางที่ได้รับการอนุมัติจาก กกต. เพื่อชะลอผลกระทบต่อต้นทุนค่าขนส่ง

การดูแลกลุ่มเปราะบาง: หัวใจสำคัญคือ การใช้เงินภาษี “ให้คุ้มค่าที่สุด” โดยเลือกดูแลกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก ซึ่งกำลังจะมีการประชุมเพื่อเพิ่มมาตรการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในวันจันทร์นี้ (30 มีนาคม  69) 

ภาพจากทำเนียบรัฐบาล : 1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม
ภาพจากทำเนียบรัฐบาล : 1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม

พลังงาน: น้ำมันมีพอ แต่ต้อง “ปล่อยให้ราคาสะท้อนจริง”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ยืนยันชัดว่า ประเทศไทยไม่ได้เผชิญวิกฤต “ขาดน้ำมัน” ในเชิงปริมาณ โดยปัจจุบันมีน้ำมันสำรองรวมกว่า 107 วัน และยังมีการนำเข้าน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนเมษายนมีเรือยืนยันการนำเข้า 24 ล้านบาร์เรล และเดือนพฤษภาคมอีก 9 ล้านบาร์เรล และจะเพิ่มขึ้นอีก 

มาตรการที่ผ่านมาเน้นแก้ปัญหาความตึงตัวในระบบ เช่น การระงับการส่งออกน้ำมัน การเพิ่มกำลังการกลั่น การผ่อนคลายเงื่อนไขสต๊อก และการตรวจสอบคลังน้ำมันทั่วประเทศ รวมถึงการปราบปรามการกักตุนและลักลอบค้าน้ำมัน โดยร่วมมือกับ DSI และหน่วยงานด้านความมั่นคง

ผลลัพธ์คือ สถานการณ์หน้าปั๊มเริ่มคลี่คลาย จากจุดที่มีปั๊มขาดน้ำมันกว่า 2,000 แห่ง เหลือเพียงประมาณ 300 แห่ง

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ “ราคา” กระทรวงพลังงานย้ำว่า ราคาน้ำมันต้องสะท้อนตลาดโลก ไม่สามารถอ้างอิงราคาสต๊อกเก่าได้ เพราะระบบน้ำมันเหมือนการซื้อขายทองคำ ที่ต้องอิงราคาปัจจุบัน

การปรับขึ้นราคาประมาณ 6 บาท จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อลดแรงจูงใจในการลักลอบส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะมาเลเซีย 

ส่วนข้อโต้แย้งเรื่องค่าการกลั่น: ค่าการกลั่นที่ถูกกล่าวถึงว่าสูงนั้น เป็นการคำนวณเบื้องต้น (ราคาน้ำมันสำเร็จรูป - ราคาน้ำมันดิบ) แต่โรงกลั่นชี้แจงว่ามี "วอร์พรีเมียม" ในการซื้อน้ำมันดิบจริง

ทั้งนี้ได้มีคณะทำงานตรวจสอบค่าการกลั่น เป็นการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อตรวจสอบพรีเมียมและค่าการกลั่นที่แท้จริงอย่างจริงจัง และหารือเรื่องภาษีลาภลอย (Windfall Tax)

ในอีกด้าน ยังมีการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก เช่น E20, E85 และ B20 ที่มีราคาถูกกว่า เพื่อช่วยลดภาระประชาชน

ขณะที่สถานะกองทุนน้ำมันยังติดลบกว่า 38,000 ล้านบาท และมีเงินไหลออกวันละประมาณ 1,300 ล้านบาท สะท้อนแรงกดดันที่ยังคงอยู่

ภาพจากทำเนียบรัฐบาล : 1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม
ภาพจากทำเนียบรัฐบาล : 1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม

กระทรวงการต่างประเทศ ดูแลคนไทย–รักษาเส้นทางพลังงาน

ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ระบุว่า บทบาทของกระทรวงการต่างประเทศในวิกฤตครั้งนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทูตเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็น “แนวหน้า” ในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ

ภารกิจเร่งด่วนคือการดูแลคนไทยในพื้นที่เสี่ยง โดยมีการจัดตั้ง War Room ประสานงานกับสถานทูตทั่วภูมิภาค และอพยพคนไทยกลับมาแล้วกว่า 1,500 คน แม้ต้องเผชิญความยากลำบากในการเดินทาง

พร้อมกันนั้น ยังมีการเจรจากับหลายประเทศ เพื่อขอความร่วมมือในการดูแลเส้นทางอพยพ และรักษาความปลอดภัยของคนไทย

ในมิติพลังงาน กระทรวงการต่างประเทศมีบทบาทสำคัญในการรักษา “เส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจ” อย่างช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการประสานกับอิหร่านเพื่อให้เรือไทยสามารถผ่านได้อย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าหาแหล่งพลังงานใหม่ เช่น การเจรจากับบราซิล และผลักดันความร่วมมือในอาเซียน เพื่อเตรียมรับมือความเสี่ยงในระยะยาว

ภาพจากทำเนียบรัฐบาล : 1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม
ภาพจากทำเนียบรัฐบาล : 1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม

พาณิชย์: คุมราคา–ลดค่าครองชีพ ก่อนของแพงลามทั้งระบบ

ส่วนรัฐมนตรีว่ากระทรวงพาณิชย์ คุณศุภจี สุธรรมพันธ์ุ อธิบายถึงสถานการณ์เมื่อราคาพลังงานเริ่มส่งผ่านสู่ต้นทุนสินค้า กระทรวงพาณิชย์จึงกลายเป็น “ด่านสุดท้าย” ในการปกป้องผู้บริโภค

โดยระบว่า ปัจจุบันมีสินค้าควบคุมตามกฎหมาย 59 รายการ และกำลังพิจารณาเพิ่มอีก 6 รายการ เพื่อให้สามารถกำกับราคาได้เข้มข้นขึ้น

เรื่องการตรวจสอบต้นทุนสินค้าพลังงานได้มีการเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาพิจารณาต้นทุนการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อทบทวนโครงสร้างราคาให้เหมาะสม แม้ว่าการกำหนดราคาจะอยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะของกระทรวงพลังงาน

ขณะที่ตรวจสอบการจำหน่ายและราคา  มีการจัดส่งเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายในและพาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายและราคาสินค้าทุกวัน ปัจจุบันตรวจสอบแล้วกว่า 4,000 แห่ง และจัดการเรื่องร้องเรียนจากประชาชนประมาณ 400 กว่าเรื่อง แก้ปัญหาไปได้แล้วกว่าครึ่ง

การลดภาระค่าครองชีพ

คุณศุภจี ระบุถึง  โครงการ "สินค้าไทยช่วยไทย" ซึ่งได้ร่วมมือกับผู้ผลิตและผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่ง เพื่อจัดหาสินค้าจำเป็นกว่า 1,000 รายการ มาลดราคาพิเศษเฉลี่ย 25-50% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ครอบคลุมทั่วประเทศ

พัฒนาสินค้าชุมชน ใช้กลไกของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในการสนับสนุนสินค้าชุมชนให้เข้าสู่ช่องทางการจำหน่ายทั้งห้างสรรพสินค้า โชวห่วย ร้านค้าปลีกค้าส่ง และแพลตฟอร์มออนไลน์

นอกจากนี้โครงการ "ธงฟ้า" สู่ชุมชน คือการ ขยายโครงการธงฟ้าลงสู่ชุมชนเปราะบางโดยตรงกว่า 500 แห่งทั่วประเทศในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม รวมถึงจัดรถธงฟ้าเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาประหยัด

ภาพจากทำเนียบรัฐบาล : 1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม
ภาพจากทำเนียบรัฐบาล : 1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานและการค้าต่างประเทศ

วัตถุดิบนำเข้า: ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อบริหารจัดการวัตถุดิบที่สำคัญ เช่น ปุ๋ย น้ำมันเชื้อเพลิง และปิโตรเคมี ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดช่องแคบ (มีเรือบรรทุกปุ๋ย 5 ลำติดค้าง)

ลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า: ทำงานร่วมกับเกษตรกรและกระทรวงเกษตรฯ เพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า โดยเฉพาะปุ๋ย เพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลน และมั่นใจว่าต้นทุนที่เข้ามาถูกต้อง

จัดการผลกระทบต่อการส่งออก: พยายามเจรจาเพื่อลดผลกระทบจากการส่งออกที่ชะงัก (เช่น การส่งข้าวไปอิรัก) และเร่งหาตลาดใหม่เพิ่มเติม (เช่น กลุ่มประเทศแอฟริกาและละตินอเมริกา) เพื่อลดความเสียหายต่อภาคการส่งออกให้เหลือน้อยที่สุด

สำหรับช่วงสุดท้ายในการตอบคำถามคำถามจากสื่อมวลชน รัฐบาลย้ำว่า กลไกบริหารจัดการราคาน้ำมันปัจจุบันกลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงทำงานอยู่การกำหนดราคาน้ำมันสุดท้ายสำหรับผู้บริโภคเป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันระหว่างกองทุนน้ำมันและอัตราภาษีสรรพสามิต สามารถปรับลดภาษีสรรพสามิตหรือเพิ่มอัตราการชดเชยจากกองทุนน้ำมันเพื่อสะท้อนราคาน้ำมันทันที โดยรัฐบาลติดตามราคาน้ำมันตลาดโลกอย่างใกล้ชิดและใช้ทั้งสองกลไกนี้เพื่อรักษาราคาน้ำมันสุดท้ายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมสำหรับผู้บริโภค เนื่องจากราคาน้ำมันมีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน

ส่วนนโยบาย "คนละครึ่งพลัส" มีการหารือและเตรียมการทางเทคนิคสำหรับนโยบาย "คนละครึ่งพลัส" ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งมาตรการในอนาคตเพื่อเยียวยาผลกระทบจากราคาน้ำมันทันทีที่รัฐบาลมีคำสั่ง

ภาพจากทำเนียบรัฐบาล : 1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม
ภาพจากทำเนียบรัฐบาล : 1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม
แชร์
สรุปแนวทางรับมือสงคราม ต้องทยอยขึ้นราคาน้ำมัน ก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ