
สถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่พุ่งสูงขึ้นจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง กำลังสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อระบบบริหารราคาพลังงานของไทย โดยเฉพาะบทบาทของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการประคองราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ ท่ามกลางต้นทุนพลังงานโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากความเสี่ยงด้านสงครามและการขนส่งพลังงาน
ท่ามกลางความผันผวนดังกล่าว นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์สดผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand” โดยเผยว่า ขณะนี้กองทุนน้ำมันต้องแบกรับภาระอุดหนุนราคาน้ำมันเฉลี่ยวันละกว่า 700 ล้านบาท ขณะที่รัฐบาลยังคงตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไว้ที่ประมาณ 29.94 บาทต่อลิตร โดยกองทุนต้องอุดหนุนราคาดีเซลอยู่ราว 9.57 บาทต่อลิตร เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจ พร้อมย้ำว่าทิศทางราคาพลังงานในระยะต่อไปขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสงครามในตะวันออกกลางโดยตรง
นายอรรถพลเปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานพบว่าปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกำลังมีเงินไหลออกในลักษณะติดลบอยู่ประมาณวันละกว่า 700 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขโดยประมาณที่สะท้อนภาระการอุดหนุนราคาพลังงานในปัจจุบัน
นายอรรถพล อธิบายว่า ทิศทางราคาน้ำมันในระยะนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์สงครามโดยตรง หากความขัดแย้งคลี่คลาย ราคาน้ำมันก็มีแนวโน้มปรับตัวลดลง เนื่องจากในเชิงโครงสร้างกำลังการผลิตของโลกในปัจจุบันยังถือว่าเพียงพอต่อความต้องการ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นในขณะนี้คือความเสี่ยงด้านการขนส่งและความไม่แน่นอนของสงคราม ซึ่งทำให้เกิดการสะดุดของห่วงโซ่อุปทานพลังงาน
เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ที่อิหร่านอาจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสำคัญ เช่น ท่อส่งน้ำมันสองเส้น ได้แก่ ท่อบากู-เจย์ฮาน และท่อ East-West ของซาอุดีอาระเบีย รัฐมนตรีพลังงานระบุว่า ในภาวะสงคราม “อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้” พร้อมกล่าวว่า หน่วยงานด้านพลังงานจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยไม่ใช่เพียงรายวัน แต่ต้องติดตามแทบจะรายชั่วโมง เนื่องจากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
เพื่อรับมือกับความเสี่ยงดังกล่าว กระทรวงพลังงานได้จัดตั้ง “วอร์รูม” เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์พลังงาน โดยมีการประเมินความเสี่ยงในหลายสมมติฐาน หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง และเร่งจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นทั่วโลกเข้ามาทดแทน
รัฐมนตรีพลังงานย้ำว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน ไทยจำเป็นต้องเตรียมพร้อมในกรณีที่ไม่สามารถพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางได้อย่างเต็มที่ จึงมีการเร่งดำเนินการจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นเพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
นายอรรถพลกล่าวว่า ภาวะสงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยราคาน้ำมันดิบได้ปรับตัวขึ้นไปแตะระดับมากกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันสำเร็จรูป โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ ได้พุ่งขึ้นไปมากกว่า 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งสะท้อนภาวะตลาดพลังงานในปัจจุบัน
นายอรรถพลกอธิบายว่า ราคาน้ำมันสำเร็จรูปและราคาน้ำมันดิบอาจมีทิศทางการปรับตัวที่ไม่สอดคล้องกันเสมอไป แต่ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์ถือเป็นตัวสะท้อนต้นทุนจริงของตลาดพลังงานในภูมิภาค
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้กองทุนน้ำมันต้องเข้ามาทำหน้าที่เป็น “ตัวกันชน” เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบต่อผู้บริโภค ในปัจจุบัน รัฐบาลยังคงตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไว้ที่ประมาณ 29.94 บาทต่อลิตร โดยกองทุนน้ำมันต้องอุดหนุนราคาประมาณ 9.57 บาทต่อลิตร
นายอรรถพลกล่าวว่า ตัวเลขการอุดหนุนวันละกว่า 700 ล้านบาทในขณะนี้สะท้อนสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลกแล้ว หากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลง ภาระของกองทุนก็จะลดลงตามในทางกลับกัน หากสถานการณ์สงครามทวีความรุนแรงมากขึ้น ภาระการอุดหนุนของกองทุนก็อาจเพิ่มขึ้นได้อีก
อย่างไรก็ตาม นายอรรถพลระบุว่า ในอดีตกองทุนน้ำมันเคยติดลบสูงถึงประมาณ 120,000 ล้านบาทในช่วงวิกฤติพลังงานที่ผ่านมา แต่สถานการณ์ในครั้งนี้ถือว่าเริ่มต้นในจุดที่ดีกว่า เนื่องจากกองทุนยังมีสถานะเป็นบวกเล็กน้อยในช่วงเริ่มต้นของวิกฤติสงคราม
สถานะดังกล่าวทำให้กองทุนยังมี “หน้าตัก” หรือศักยภาพในการรองรับแรงกระแทกจากราคาพลังงานในช่วงแรกของวิกฤติได้
นอกจากแรงกดดันจากราคาน้ำมันโลกแล้ว รัฐบาลยังต้องเผชิญกับปัญหาความแตกต่างของราคาน้ำมันในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่มีรายงานว่าปั๊มน้ำมันบางแห่งจำหน่ายดีเซลในราคาสูงกว่า 40 บาทต่อลิตร
นายอรรถพลอธิบายว่า ราคาขายปลีกที่รัฐบาลตรึงไว้ที่ประมาณ 29.94 บาทต่อลิตร เป็นราคาพื้นฐานสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งในภาวะปกติ ราคาน้ำมันในต่างจังหวัดจะสูงกว่าอยู่แล้วจากต้นทุนค่าขนส่ง
อย่างไรก็ตาม ในบางพื้นที่ เช่น ปั๊มน้ำมันอิสระในอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีรายงานว่าต้องจำหน่ายดีเซลในราคาประมาณ 40.50 บาทต่อลิตร นายอรรถพลกล่าวว่า ราคาที่สูงขึ้นดังกล่าวเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งค่าขนส่งและโครงสร้างการซื้อขายน้ำมันที่มีคนกลางหลายชั้น
ปั๊มน้ำมันอิสระบางแห่งไม่ได้ซื้อน้ำมันโดยตรงจากผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แต่ต้องซื้อผ่านคนกลาง ซึ่งซื้อขายตามสภาวะตลาด ในช่วงที่อุปทานน้ำมันตึงตัว ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่จะให้ความสำคัญกับลูกค้าประจำก่อน ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันที่ส่งไปยังคนกลางลดลง และทำให้ต้นทุนของปั๊มน้ำมันอิสระเพิ่มสูงขึ้น
รัฐมนตรีพลังงานกล่าวว่า กระทรวงพลังงานจะมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางแก้ไข โดยอาจเปิดช่องให้ผู้ใช้น้ำมันรายย่อยสามารถแจ้งความต้องการโดยตรงกับผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 เพื่อลดบทบาทของคนกลางในช่วงที่ตลาดตึงตัว
ในอีกประเด็นหนึ่ง นายอรรถพลยังกล่าวถึงปัญหาการจำกัดการขายน้ำมันใส่แกลลอนในบางพื้นที่ ซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากปั๊มน้ำมันต้องควบคุมปริมาณการขายในช่วงที่มีการแห่ซื้อน้ำมันสำรอง
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานได้ประสานงานผ่านสำนักงานพลังงานจังหวัด เพื่อทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันว่า ลูกค้าประจำที่เป็นเกษตรกร ชาวประมง รถบรรทุก หรือผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งจำเป็นต้องใช้น้ำมันในการทำงาน ยังควรได้รับการดูแลตามปกติ
ในขณะที่กรณีที่มีผู้มาซื้อน้ำมันใส่แกลลอนจำนวนมากโดยไม่ใช่ลูกค้าประจำ หรือมีลักษณะน่าสงสัย เช่น ผู้ที่ไม่เคยเป็นลูกค้าประจำมาก่อน อาจมีการจำกัดการขายเพื่อป้องกันการกักตุน
นายอรรถพลยังเปิดเผยว่า ในช่วงที่เกิดความตื่นตระหนก ยอดขายน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่บางรายเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ทำให้ระบบโลจิสติกส์ต้องรับภาระหนัก ปกติรถขนส่งน้ำมันอาจวิ่งวันละประมาณ 3 เที่ยว แต่ในช่วงที่ความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บางครั้งต้องเพิ่มเป็น 4 หรือ 5 เที่ยวต่อวัน ส่งผลให้การขนส่งในบางช่วงไม่ทันต่อความต้องการ
ทั้งนี้ แม้จะเกิดแรงกดดันดังกล่าว รัฐมนตรีพลังงานยืนยันว่า ประเทศไทยยังมีน้ำมันเพียงพอต่อการใช้งาน และขอให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนก นายอรรถพลกล่าวว่า รัฐบาลยังคงมีมาตรการดูแลราคาพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนน้ำมันยังมีศักยภาพในการดูแลราคาน้ำมันในช่วง 15 วันแรกของมาตรการ และจะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้งเมื่อใกล้ครบกำหนด
ในส่วนของแหล่งเงินของกองทุนน้ำมัน นายอรรถพลระบุว่า ขณะนี้กองทุนยังมีเงินสดในมืออยู่ระดับหนึ่ง จึงสามารถใช้บริหารสถานการณ์ได้ในระยะสั้นก่อนที่จะต้องดำเนินการกู้เงินเพิ่มเติม
สำหรับกระบวนการกู้เงินนั้น จำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย ซึ่งอาจต้องมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง เนื่องจากรัฐบาลอยู่ในสถานะรักษาการ
อย่างไรก็ตาม นายอรรถพลย้ำว่า กองทุนน้ำมันยังมีระยะเวลาในการเตรียมการก่อนที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการกู้เงินอย่างเป็นทางการ รัฐมนตรีพลังงานยังกล่าวด้วยว่า ระบบพลังงานของไทยมีข้อได้เปรียบสำคัญคือเป็นระบบการค้าเสรี ทำให้บริษัทพลังงานของไทย เช่น ปตท. สามารถทำการค้าซื้อขายน้ำมันดิบในตลาดโลกได้อย่างยืดหยุ่น
เครือข่ายการค้าพลังงานที่มีอยู่ทั่วโลก ทำให้ไทยยังสามารถจัดหาน้ำมันจากหลายแหล่งได้ แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะมีความไม่แน่นอนสูง นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณจากตลาดโลกว่าบางประเทศเริ่มผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการค้าพลังงาน เช่น การเปิดทางให้รัสเซียสามารถส่งออกน้ำมันได้มากขึ้น และการอนุญาตให้อินเดียกลับมาซื้อน้ำมันจากรัสเซีย
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มอุปทานในตลาดโลก เนื่องจากประเทศผู้ก่อสงครามเองก็เริ่มตระหนักว่า ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอาจส่งผลกระทบกลับไปยังเศรษฐกิจและประชาชนของตนเองเช่นกัน