Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ท๊อป Bitkub จ่ายเงินดูแลสุขภาพปีละ 5 ล้าน จนเห็นโอกาสธุรกิจ Longevity
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ท๊อป Bitkub จ่ายเงินดูแลสุขภาพปีละ 5 ล้าน จนเห็นโอกาสธุรกิจ Longevity

21 ต.ค. 69
17:26 น.
แชร์

ท๊อป–จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะสตาร์ทอัปผู้สร้าง Bitkub แพลตฟอร์มศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล กำลังขยายธุรกิจใหม่โดยเข้าสู่อุตสาหกรรม longevity หรือศาสตร์แห่งการมีอายุยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี ซึ่งห่างไกลจากธุรกิจเดิมของ Bitkub มาก

จุดเริ่มต้นของธุรกิจใหม่นี้มาจากความสนใจส่วนตัวของจิรายุส จากคนที่ทุ่มเทให้กับการทำงานและหวงแหนเวลาทำงาน จนไม่ได้สนใจการดูแลสุขภาพ จนกระทั่งมีจุดเปลี่ยนให้หันมาดูแลตัวเองก่อนสาย

เมื่อหันมาใส่ใจสุขภาพ เขาใช้เงินกับเรื่องสุขภาพปีละมากถึง 5 ล้านบาท จิรายุสจึงมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ และไม่ได้มองเป็นแค่โอกาสของบริษัท แต่เขามองเห็นโอกาสของประเทศไทย และมองว่าธุรกิจที่อยู่ในธีม longevity เป็นจุดแข็งที่ประเทศไทยควรโฟกัส

อายุจริง 33 อายุร่างกาย 49 ปี ใช้เงินปีละ 5 ล้านเพื่อสุขภาพ

จิรายุสเล่าในการให้สัมภาษณ์รายการ SPOTLIGHT Biz Talk ว่า จุดเริ่มต้นของความสนใจด้านสุขภาพเกิดขึ้นในช่วงที่ย้ายสำนักงาน Bitkub เข้าไปอยู่ในอาคารเดียวกันกับสำนักงานของบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จึงได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องต่าง ๆ กับชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอนันดา จนสนิทสนมคุ้นเคยกันมากขึ้น

จุดเปลี่ยนแรกที่ทำให้หันมาสนใจเรื่องสุขภาพคือ ชานนท์ซื้อนาฬิกา Garmin ให้เป็นของขวัญ พร้อมคำแนะนำ “ให้ออกไปวิ่งเพื่อเปลี่ยนชีวิตได้แล้ว”

“เขาสอนผมว่าร่างกายเป็นเหมือนรถสปอร์ต น้ำมันที่ใส่เข้าไปเพื่อดูแลเครื่องยนต์ก็สำคัญ”

จุดเปลี่ยนที่สองคือ หมอที่รู้จักกับคุณแม่เดินทางมาตรวจสุขภาพให้ถึงที่บ้าน ซึ่งผลตรวจพบว่า อายุร่างกายของจิรายุสสูงถึง 49 ปี ขณะที่มีอายุจริงเพียง 33 ปี ผลตรวจที่ออกมาทำให้เขาเริ่มตระหนักว่า ควรดูแลสุขภาพ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกจิรายุสยังคงหวงเวลาทำงาน จึงยังไม่ได้ใช้เวลาแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และคิดว่าสามารถใช้เงินแก้ปัญหาที่ปลายเหตุได้ จึงเลือกลงทุนกับบริการและเทคโนโลยีด้านสุขภาพ โดยใช้เงินประมาณปีละ 5 ล้านบาทติดต่อกันสองปี ทั้งการฉีดดริปวิตามิน ฉีดสเต็มเซลล์ และฉีด NK cell (เซลล์เม็ดเลือดขาว) เมื่อพบว่ามีปัญหาเม็ดเลือดขาวต่ำ

จิรายุสเล่าว่า รวม ๆ แล้ว เขาฉีดและเจาะร่างกายมากกว่า 50 ครั้งต่อปี เฉลี่ยสัปดาห์ละครั้ง แต่เมื่อมีคนถามว่ารู้สึกดีขึ้นไหม คำตอบกลับไม่ชัดเจนนัก “ผมไม่รู้สึกอะไร แต่คิดว่ามันคงเวิร์กแหละ เพราะจ่ายเงินไป”

สุขภาพดี มาจากพฤติกรรม และการนอนสำคัญที่สุด

จากประสบการณ์ของตัวเอง จิรายุสประเมินว่า การใช้เงินซื้อบริการหรือเทคโนโลยีเพื่อดูแลสุขภาพส่งผลต่อร่างกายเพียง 20% ขณะที่อีก 80% มาจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงิน

“ที่บ้านมีทุกอย่างที่ไบรอัน จอห์นสัน (กูรูด้าน longevity) มี เตียงนอนปรับอุณหภูมิได้ ช่วยให้นอนหลับ ซึ่งก็หลับ แต่เราก็ยังนอนน้อยอยู่ เราหวงเวลา ยังคิดว่าเงินคงแก้ไขได้ ก็ใช้เงินโยนลงไป แต่ปรากฏว่าสิ่งที่จ่ายเงินลงไปมันส่งผลกระทบต่อร่างกายแค่ 20% แต่อีก 80% ที่มีผลมาก ๆ เป็นสิ่งที่ไม่ได้ใช้เงิน ถึงแม้เตียงนอนปรับอุณหภูมิได้ แต่ก็สู้นอนครบ 8 ชั่วโมงไม่ได้”

เขากล่าวถึง 6 Power Laws of Longevity (แนวทาง 6 ข้อเพื่อการมีอายุยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดี) ซึ่งประกอบด้วย การนอนให้เพียงพอ การเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ การดื่มน้ำให้เพียงพอ การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบตัว และการมีเป้าหมายในการใช้ชีวิต ว่าปัจจัยทั้ง 6 นี้เชื่อมโยงกันทั้งหมด แต่สิ่งที่สำคัญต่อสุขภาพมากที่สุด คือ ‘การนอน’

“สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่กินกับออกกำลังกาย แต่คือการนอน เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ underestimate ผมเซอร์ไพรส์มาก ตอนแรกผมก็ไม่รู้ ต้องนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง และนอนเป็นเวลา ดีกว่าการออกกำลังกายหรือการกินอีกครับ”

เมื่อเข้าใจแบบนี้ จิรายุสก็เปลี่ยนวิธีใช้เงินเพื่อสุขภาพ จากพยายามแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ มาเป็นการสร้างเงื่อนไขให้ตัวเองทำสิ่งที่ควรทำได้อย่างสม่ำเสมอ อย่างการจ้างเชฟมืออาชีพมาทำอาหารให้กิน เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมให้ตัวเองเลือกกินอาหารที่ดี และจ้างโค้ชหรือผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดูแลการออกกำลังกาย โดยกำหนดเวลาให้โค้ชมารอฝึกตั้งแต่เช้า บังคับให้ตัวเองต้องตื่นตามเวลาที่วางไว้ แม้ว่าบางวันจะไม่อยากตื่นก็ตาม

“พอมีโค้ชมารอเรา เราเกรงใจ ไม่อยากตื่นก็ต้องตื่น มันเป็นการซื้อวินัย ทำให้ต้องทำให้ได้ ยังใช้เงินอยู่ดี แต่ใช้เงินจ้าง professional มาทำสิ่งที่มัน matter จริง ๆ 80%”

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของจิรายุสยังรวมถึงการทำงาน เขาเริ่มเลือกงานมากขึ้น กล้าปฏิเสธงานหรือกิจกรรมที่ไม่ได้สร้างผลกระทบมากพอ และลดการเข้าไปจัดการรายละเอียดทุกการประชุมด้วยตัวเอง เพื่อให้มีเวลาไปโฟกัสกับงานที่สำคัญจริง ๆ มากขึ้น

เปลี่ยนออฟฟิศให้เป็นพื้นที่ส่งเสริมสุขภาพ

เมื่อเจ้าของธุรกิจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ แนวคิดเรื่องสุขภาพก็ถูกนำเข้ามาสู่สภาพแวดล้อมในการทำงานของ Bitkub ซึ่งมีพื้นที่สำนักงานมากกว่า 5,000 ตารางเมตร และพนักงานประมาณ 700 คน

จิรายุสเล่าว่า บริษัทเริ่มจัดให้มีบริการนวดสำหรับพนักงาน โดยจัดสรรผู้ให้บริการในสัดส่วนประมาณ 1 คนต่อพนักงาน 100 คน และยังปรับพื้นที่บางส่วนให้เป็นห้องสำหรับใช้แสงสีแดง (red light) ซึ่งเขาบอกว่าช่วยลดการอักเสบในร่างกายและช่วยหลายอย่างในการดูแลร่างกาย

“ในอนาคตผมคาดว่าทุกบ้านต้องมี ต้องทำทุกวันวันละ 6 นาที เป็นการชาร์จ mitochondria ซึ่งเป็นเหมือน powerhouse ของเซลล์ในร่างกาย เหมือนที่เราชาร์จ iPhone ทุกวัน เซลล์ของเราก็มีแบตเตอรีที่เรียกว่า mitochondria ซึ่งมันชาร์จด้วยการใช้ red light”

พื้นที่ทำงานถูกออกแบบให้เอื้อต่อการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยต้องมี 3 อย่างในแต่ละพื้นที่ คือ ห้องงีบพักระหว่างวัน (nap room) จุดรับประทานอาหารว่าง ซึ่งเปลี่ยนจากขนมขบเคี้ยวมาเน้นนม นมถั่วเหลือง น้ำเปล่า และผลไม้ และ walking pad ที่ช่วยให้พนักงานได้เดินระหว่างทำงาน

สำนักงานยังใช้รูปแบบพื้นที่เปิด ไม่มีห้องทำงานส่วนตัว แม้แต่ตัวจิรายุสเองก็ไม่มีห้องส่วนตัว เขาใช้วิธีนั่งทำงานตามห้องประชุมและพื้นที่ส่วนกลาง และต้องมีช่วงที่เดินไปด้วยทำงานไปด้วย เพื่อให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวในเวลาทำงานด้วย

นอกจากนั้น จิรายุสบอกว่า เมื่อบริษัทมีพนักงานมากขึ้น ก็ได้พัฒนาวิธีสื่อสารภายในให้หลากหลายตามขนาดองค์กรที่ใหญ่ขึ้น จากเดิมที่ใช้แค่อีเมลและแพลตฟอร์ม Slack ปัจจุบันมีทั้งจดหมายข่าว (newsletter) นิตยสาร วิดีโอสั้นและวิดีโอขนาดยาว จึงมีการทำสตูดิโอที่ใช้ผลิตเนื้อหาทั้งเพื่อสื่อสารภายในและเผยแพร่สู่ภายนอก การมีสตูดิโอนี้ก็เป็นที่มาของการที่จิรายุสมีรายการของตัวเองที่เลือกพูดคุยเรื่องต่าง ๆ แบบ “ตามใจฉัน”

เมื่อดูแลสุขภาพ ทำให้เห็นโอกาสของ Bitkub และประเทศไทย

หลังจากสัมผัสความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง จิรายุสพบว่า การมีสุขภาพดีขึ้นช่วยให้รับมือกับความเครียดและความเจ็บปวดได้ดีขึ้น จึงเริ่มตั้งคำถามว่า หากคนอื่นได้สัมผัสสภาวะที่ร่างกายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หรือ optimal body เช่นเดียวกัน จะเกิดประโยชน์ต่อชีวิตของพวกเขามากเพียงใด

“พอเรามาหันมาดูแลสุขภาพ เรารับความเครียดได้ดีขึ้นเยอะ ความสามารถในการทนความเจ็บปวดและรับความเครียดดีขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก พอผมได้ลิ้มรสชาติของ optimal body ผมก็คิดว่าคนไทยคนอื่นน่าจะอยากจะสัมผัสมันบ้าง ก็เลยมาศึกษาว่าจะทำยังไงให้ศาสตร์ longevity เข้าถึงคนไทยมากขึ้น”

จากการศึกษาเพื่อตอบคำถามดังกล่าว จิรายุสก็มองเห็นโอกาสธุรกิจใหม่ ๆ สำหรับบริษัทของเขา ขณะเดียวกันก็มองเห็นโอกาสของประเทศไทยว่า ประเทศไทยมีพื้นฐานที่สามารถต่อยอดได้ ทั้งด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (medical tourism) การบริการ และอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นจุดแข็งที่มีอยู่แล้ว แต่ยังมีโอกาสพัฒนาให้เชื่อมโยงกันเป็นธุรกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น

“ศึกษาไปศึกษามา มันไม่ใช่แค่เรื่องของเรา เราเริ่มจากปัญหาส่วนตัว จนมองเห็นโอกาสของบริษัท จนถึงระดับประเทศเลยว่าจริง ๆ มันเป็นทางออกประเทศ” ท๊อป Bitkub กล่าว

ไทยต้องโฟกัสจุดแข็ง อย่าแข่งในเรื่องที่ไม่ถนัด

จิรายุสเปรียบเทียบว่า หากประเทศไทยเป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง ประเทศไทยไม่ใช่สิงโตหรือเสือที่มีพละกำลังมากถึงขั้นไปกินสัตว์อื่นได้ แต่ไทยเป็นเหมือน ‘ไก่’ มีจุดแข็งที่ควรนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่นเดียวกับ ‘ไก่’ ที่มีจุดเด่นเรื่องการออกไข่แล้วออกไข่อย่างต่อเนื่อง

จิรายุสมองว่า จุดแข็งของไทยอยู่ที่ความอุดมสมบูรณ์ด้านอาหาร การเป็นครัวของโลก และความสามารถด้านการบริการที่เป็นที่ยอมรับ เขามองว่า healthcare และ medical tourism เป็นธุรกิจที่ไทยมีพื้นฐานพร้อมต่อยอด และควรโฟกัสด้านนี้ มากกว่าจะพยายามทุ่มทรัพยากรลงไปเพื่อแข่งขันในอุตสาหกรรมที่ไทยไม่ได้มีความได้เปรียบ

“ถ้าเปรียบเทียบเป็นสัตว์ เมืองไทยน่าจะเป็นไก่ สิ่งที่ไก่มีคือ ออกไข่เก่ง จะให้ไก่ไปแข่งปีนต้นไม้กับลิง มันก็สู้เขาไม่ได้หรอก ไปแข่งเทคโนโลยี ไปแข่งว่ายน้ำกับปลาก็แพ้ ต้องทำสิ่งที่ไก่เก่ง เมืองไทยอุดมสมบูรณ์มาก เป็นครัวของโลก ออกไข่ได้ดีมาก และ hospitality เราก็ไม่แพ้ใครในโลก ทุกคนชอบคนไทย การบริการดีมาก healthcare, medical tourism พวกนี้คือการออกไข่ นี่คือจุดแข็งที่เราควรจะโฟกัส”

ยิ่งไปกว่านั้น จิรายุสยังมองว่าประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากสังคมสูงวัย ขณะที่ประเทศอื่นมีประชากรวัยหนุ่มสาวจำนวนมากกว่า การพยายามแข่งขันด้านเทคโนโลยีหรือทักษะของยุคสมัยใหม่จึงอาจไม่ใช่ทางของไทย

“เขาเป็นลิง เราเป็นไก่ มันคนละประเภทกัน เราทุ่มทรัพยากรไปด้านออกไข่อย่างเดียว แล้วเราเอาไข่ไปแลกอย่างอื่นดีกว่า ผมว่าต้องโฟกัสมากขึ้น” เขาย้ำ

เล็งธุรกิจสร้าง Longevity Ecosystem ตั้งแต่บ้านถึงอาหาร

สำหรับทิศทางธุรกิจด้าน longevity ที่จิรายุสสนใจ คือ การสร้าง longevity ecosystem หรือระบบบริการที่ช่วยให้ผู้คนดูแลสุขภาพได้อย่างครบวงจร เพราะการปรับพฤติกรรมเพียงด้านใดด้านหนึ่งอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการ

องค์ประกอบแรก คือ การออกแบบสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้เอื้อต่อการมีสุขภาพดี ตั้งแต่เตียงนอน อุปกรณ์แสงสีแดง ซาวน่า ไปจนถึงวัสดุและสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ภายในบ้าน รวมถึงการลดแหล่งที่อาจทำให้เกิดการสัมผัสไมโครพลาสติกในห้องครัว

เขามองว่า ในอนาคตอุปกรณ์และการออกแบบบ้านเพื่อสุขภาพจะกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้น เช่นเดียวกับการที่ปัจจุบันผู้คนให้ความสำคัญกับการเลือกเฟอร์นิเจอร์และการจัดพื้นที่อยู่อาศัยให้เหมาะกับการใช้ชีวิต

องค์ประกอบที่สอง คือ การจัดส่งอาหารรวมถึงอาหารเสริมที่ออกแบบให้เหมาะกับแต่ละบุคคล โดยใช้ข้อมูลจากผลการวิเคราะห์ผลการตรวจเลือดประกอบการกำหนดแนวทางการกินอาหาร เพื่อช่วยลดภาระในการคิดและตัดสินใจในแต่ละวัน รวมถึงการจัดส่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตามความเหมาะสม

“เราช่วยเรื่องทำให้วินัยมันทำง่ายขึ้น ไม่ต้องมาสั่งอาหารเอง ไม่ต้องคิดเรื่องกินอาหารที่มีคุณภาพตลอดเวลา”

อีกส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่ Bitkub กำลังพัฒนา คือ การนำ AI มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ โดยเฉพาะผลตรวจเลือดซึ่งมีข้อมูลจำนวนมากและมีความซับซ้อน แล้วนำผลที่ได้มาจัดทำเป็นอินโฟกราฟิกและแดชบอร์ดที่เข้าใจง่าย เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเห็นภาพรวมสุขภาพของตัวเองผ่านคะแนนสุขภาพ (body score) และได้รู้ว่าควรปรับปรุงองค์ประกอบไหนบ้างใน 6 power laws of longevity

อีกส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่ Bitkub กำลังพัฒนา คือ การใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ โดยเฉพาะผลตรวจเลือด แล้วนำผลการวิเคราะห์มาจัดทำเป็นอินโฟกราฟิกและแดชบอร์ด เพื่อให้ผู้ใช้เข้าใจภาพรวมสุขภาพของตัวเองผ่านคะแนนสุขภาพ (body score) และเห็นว่าองค์ประกอบใดใน 6 power laws of longevity ที่ควรปรับปรุง

บริการนี้เปิดให้ใช้งานบนแอปพลิเคชัน Staygold ของ Bitkub โดยผู้ใช้สามารถอัปโหลดผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาลเพื่อรับการวิเคราะห์จาก AI ได้เลย

ไม่มีเงินก็มีสุขภาพดีได้ แค่ต้องมีวินัยมากขึ้น

แม้ longevity จะเปิดโอกาสให้เกิดธุรกิจบริการสุขภาพหลากหลายรูปแบบ ซึ่งดูเหมือนว่าต้องมีเงินจึงจะเข้าถึงบริการด้านสุขภาพต่าง ๆ ที่ช่วยให้มีสุขภาพที่ดี แต่จิรายุสมองว่า การมีหรือไม่มีเงินไม่ได้เป็นเงื่อนไขที่ตัดสินว่าคนคนหนึ่งจะมีสุขภาพดีหรือมีอายุยืนยาวได้หรือไม่

เขาบอกว่า สิ่งที่เงินช่วยได้ คือ การทำให้การดูแลตัวเองสะดวกขึ้น และลดความยากในการรักษาวินัย คนที่มีเงินอาจจ้างโค้ชมาช่วยกระตุ้นให้ออกกำลังกาย จ้างผู้เชี่ยวชาญมาช่วยวางแผนอาหาร หรือซื้ออุปกรณ์ที่ช่วยให้การนอนหลับสะดวกขึ้น แต่คนที่ไม่มีเงินก็ยังสามารถเริ่มต้นดูแลสุขภาพได้ด้วยวิธีพื้นฐานที่ไม่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายสูง

การนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง การเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายแบบ body weight เช่น วิดพื้นหรือโหนบาร์ การขยับร่างกายระหว่างวัน ล้วนเป็นสิ่งที่ทำได้โดยไม่จำเป็นต้องสมัครสมาชิกฟิตเนสราคาแพง เช่นเดียวกับการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบตัว ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นสังคมที่ต้องดื่มไวน์หรืออวดรถหรู

หรือการมีเป้าหมายในชีวิต ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ระดับเปลี่ยนแปลงโลก เพียงการเป็นลูกที่ดีหรือพี่ชายที่ดีก็อาจเป็นเป้าหมายที่มีความหมายต่อชีวิตได้

“มีเงินมันแค่ซื้อความสะดวก ช่วยให้วินัยมันง่ายขึ้นแค่นั้นเอง แต่อย่าเข้าใจผิดว่าไม่มีเงินเข้าไม่ถึง แค่ต้องพยายามมากขึ้น” ท๊อป–จิรายุส กล่าวปิดท้าย

แชร์
ท๊อป Bitkub จ่ายเงินดูแลสุขภาพปีละ 5 ล้าน จนเห็นโอกาสธุรกิจ Longevity